แนวโน้มคลี่คลาย! กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง พร้อมลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนระลอกใหม่ ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังยังคงเร่งสูบและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมคนและเครื่องจักรไว้ช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง รับมือฝนช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคมนี้ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

8 ตุลาคม 2569 - นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนรับมือฝนในระยะต่อไป โดยมีผู้อำนวยการสำนักและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมเชื่อมต่อผ่านระบบ Video Conference ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมให้ทันกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง

สำหรับ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะนี้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาเริ่มลดลง กรมชลประทานจึงทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,500 ลบ.ม./วินาที ลงมาอยู่ที่ 2,350 ลบ.ม./วินาที โดยค่อย ๆ ลดเป็นขั้นบันได เพื่อไม่ให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป พร้อมบริหารน้ำทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกให้สมดุล เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และลดระดับน้ำเหนือเขื่อนให้มีพื้นที่ว่างรองรับน้ำจากฝนที่อาจตกเพิ่มในช่วงต่อไป

ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำสะสม ยังคงมีการเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำให้เหมาะกับปริมาณน้ำในแต่ละช่วง เดินเครื่องสูบน้ำในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง และเสริมกระสอบทรายในจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ชุมชน ขณะเดียวกันยังจับตาน้ำจากพื้นที่ตอนบนและแม่น้ำนครนายกที่ยังทยอยไหลเข้าสู่ระบบ แม้หลายจุดจะเริ่มทรงตัวและระดับน้ำลดลง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าดูสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมปรับการระบายน้ำได้ทันทีตามสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 ยังเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากคาดว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงแรกต้องจับตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ก่อนที่ฝนจะเพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งฝนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มีน้ำไหลลงลำน้ำและอ่างเก็บน้ำมากขึ้น

โดยเฉพาะ ภาคใต้ ที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อธิบดีกรมชลประทานกำชับทุกพื้นที่ให้ติดตามฝน ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ และระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรไปเตรียมไว้ในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือทันที หากเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก

ขณะเดียวกัน ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 กรมชลประทาน ได้ประชุมติดตามสถานการณ์ที่สำนักงานชลประทานที่ 11 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อเตรียมคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมช่วยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยศูนย์ฯ จะเป็นจุดกลางในการเชื่อมข้อมูลและประสานความช่วยเหลือระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ หากจุดใดต้องการเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร หรือกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม จะสามารถจัดกำลังเข้าไปช่วยได้เร็วขึ้น และตรงกับความต้องการของพื้นที่

นอกจากนี้ อธิบดีฯ วิทยา ยังสั่งให้ทุกพื้นที่เช็กเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน หากพบเครื่องไหนชำรุดให้รีบซ่อม พร้อมเร่งเก็บผักตบชวา วัชพืช ขยะ และสิ่งกีดขวางตามหน้าประตูระบายน้ำและทางน้ำสำคัญ เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก รวมทั้งประสานจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่น และแจ้งข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง

แม้สถานการณ์เจ้าพระยาจะเริ่มดีขึ้นและสามารถทยอยลดการระบายน้ำได้ แต่กรมชลประทานยังไม่ประมาท เพราะยังมีฝนอีกระลอกที่ต้องเฝ้าระวัง โดยจะติดตามทั้งฝนและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมคนและเครื่องจักรไว้ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคใต้ หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจะเร่งเข้าไปช่วยทันที เพื่อให้น้ำลดและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ประชาชนหรือหน่วยงานที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำและต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 สายด่วนกรมชลประทาน 1460 และช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมชลฯ จับตาลุ่มบางปะกงหลังนํ้าทะเลหนุน

'กรมชลประทาน' เผยเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มดีขึ้น ท้ายน้ำลดลง 10-15 ซม. เตือนกาญจนบุรี–ราชบุรี–สมุทรสาคร น้ำเพิ่ม 40–50 ซม. หลังเขื่อนแม่กลองเร่งระบาย จับตาลุ่มบางปะกงหลังนํ้าทะเลหนุน

เฝ้าระวัง 'ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี' หลังฝนเติม

รองโฆษกรัฐบาล เผยหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย แต่ยังเฝ้าระวัง 'ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี' หลังมีฝนเติมช่วง 10-12 ต.ค. เขื่อนเจ้าพระยาจ่อลดการระบายเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที

กรมชลฯ เผย 2 เขื่อนใหญ่มีที่ว่างพอรับน้ำเหนือ 'กทม.' โล่งก้อนน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านแล้ว

กรมชลประทาน เผย 2 เขื่อนใหญ่มีที่ว่างพอรับน้ำเหนือ ระบุ ก้อนน้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน กทม.แล้ว เฝ้าระวังลุ่มน้ำบางปะกงใกล้ชิด ระบุ เขื่อนแก่งกระจานพร้อมรับมือเต็มที่ ป้องกันตัวเมืองเพชรบุรี 10 – 11 ต.ค.นี้ 

ยันคันกั้นน้ำด่าน 'ปทุม-นนทบุรี-กทม.' รับไหว มวลน้ำเหนือถึงอยุธยา

“รองเลขาฯ สทนช.” เผย มวลน้ำเหนือถึงอยุธยาวันนี้ ส่งผลริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา – แม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้น 10 ซม. “เขื่อนศรีนครินทร์” น้ำใกล้เต็มความจุเขื่อน 99.55 %  ลุ่มน้ำเพชร ยังน่าห่วง ต้องเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน