ไปหาหมอมา…นึกถึงรัฐสวัสดิการ

เมื่อวานผมตื่นแต่เช้าครับ มีนัดไปโรงพยาบาล หลังจากพักนี้มีอาการเวียนหัวเหมือนจะวูบเป็นบางครั้ง

เป็นอยู่หลายหนก็ชักไม่สบายใจ กลัวเหมือนกันว่าจะเป็นอะไรร้ายแรง หลอดเลือดสมองตีบหรือเปล่า หัวใจมีปัญหาไหม คิดไปสารพัด

ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งห่วงตัวเอง

จะมัวนั่งเดาโรคอยู่ที่บ้านก็ใช่เรื่อง ไปให้หมอตรวจเสียหน่อยดีกว่า

ครั้งนี้ใช้สิทธิประกันสังคมครับ

จ่ายเงินสมทบกันทุกเดือน พอถึงวันที่ต้องใช้สิทธิจริงๆ ก็อดนึกไม่ได้ว่า สิทธิแบบนี้มีไว้ให้อุ่นใจ แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้บ่อยๆ ก็คงดีกว่า

ไปถึงโรงพยาบาลก็เข้าตามขั้นตอน วัดความดัน ชั่งน้ำหนัก แล้วรอพบหมอ

ระหว่างรอมีเวลาได้มองผู้คนรอบๆ

ส่วนใหญ่ก็คนทำมาหากินธรรมดานี่แหละครับ มีทั้งหนุ่มสาว คนวัยทำงาน และคนสูงอายุ

คนแก่บางคนเดินงกๆ เงิ่นๆ ไม่รู้จะไปทางไหน ต้องยื่นบัตรตรงไหน หรือถึงคิวแล้วต้องทำอะไรต่อ

คนที่มีลูกหลานพามาก็ดีหน่อย อย่างน้อยก็มีคนคอยดูแล ไม่ต้องเดินหาทางกันเอง

แต่บางคนก็มาคนเดียว

เห็นแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ลูกหลานไปไหนกันหมด

คิดอีกทีก็ไม่ควรไปว่าเขา ลูกหลานอาจต้องทำงาน ไม่มีเวลาพามา หรือบางบ้านอาจไม่มีใครอยู่ด้วยจริงๆ

แต่ถ้าบ้านไหนพอมีเวลา ผมว่าพาผู้เฒ่าผู้แก่ไปหาหมอบ้างก็ดีนะครับ

คนอายุมากแล้ว บางทีไม่ได้กลัวหมอหรอก แต่กลัวไปผิดที่ ไม่รู้จะถามใคร หรือฟังหมอพูดแล้วกลับมาจำไม่ได้

มีลูกหลานไปด้วยสักคนก็คงอุ่นใจขึ้นเยอะ

ส่วนโรงพยาบาลที่ผมไป มีจุดบริการและเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือ ใครไม่รู้จะไปไหนก็มีคนแนะนำให้

เห็นคนแก่ได้รับความช่วยเหลือแล้วก็นึกว่า อย่างน้อยคนที่มาคนเดียวก็ยังมีคนให้ถามทาง

ส่วนคุณหมอที่ตรวจให้ก็ดี พูดจานุ่มนวล ซักถามอาการด้วยความใส่ใจ

คนไข้ที่กำลังกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคอะไรหนักหรือเปล่า พอเจอหมอพูดจาดีๆ ก็เบาใจขึ้นมาก

กลับจากโรงพยาบาล ผมก็นึกถึงเรื่องประกันสังคมที่เพิ่งมีการเลือกตั้งบอร์ดกันไป

ช่วงเลือกตั้งก็มีการพูดถึงนโยบาย สิทธิประโยชน์ การบริหารเงินกองทุน และเรื่องความโปร่งใสกันมากมาย

ฟังแล้วก็น่าสนใจทั้งนั้น

แต่สำหรับผู้ประกันตนอย่างเรา พอถึงวันที่ต้องใช้สิทธิจริงๆ สิ่งที่อยากได้ก็คือการรักษาที่ดี เข้าถึงได้ และมีคนช่วยดูแลเมื่อไม่รู้จะทำอย่างไร…

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมก็นึกสงสัยขึ้นมาว่า ที่นักการเมืองพูดกันบ่อยๆ เรื่อง “รัฐสวัสดิการ” นี่มันครอบคลุมอะไรบ้าง

ตอนแรกก็นึกถึงเรื่องรักษาพยาบาลนี่แหละครับ แต่พอลองไปอ่านดู ถึงได้รู้ว่ามันครอบคลุมมากกว่านั้นเยอะ

ทั้งการศึกษา การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ หลักประกันยามตกงาน รวมไปถึงการดูแลคนที่กำลังลำบากในชีวิต

พูดง่ายๆ คือพยายามให้คนมีหลักประกันตั้งแต่เกิดจนแก่ ไม่ใช่รอให้เจ็บป่วยแล้วค่อยมีคนมาดูแล

ผมลองค้นดูว่าประเทศไหนเขาทำเรื่องนี้กันอย่างไร

เห็นมีการพูดถึงเดนมาร์ก สวีเดน และฟินแลนด์อยู่บ่อยๆ ว่าเป็นประเทศที่มีระบบสวัสดิการค่อนข้างครอบคลุม

อ่านแล้วก็น่าสนใจครับ

แต่พอดูต่อไปก็พบว่าเขาเก็บภาษีกันไม่น้อยเหมือนกัน

ก็จริงของเขาครับ สวัสดิการดีๆ ต้องมีเงินมาจ่าย แล้วเงินจะมาจากไหนถ้าไม่ใช่ภาษี

จะให้ประเทศไทยทำเหมือนเขาทุกอย่างคงไม่ได้ รายได้ประชาชน เศรษฐกิจ และระบบภาษีต่างกันอยู่มาก

เพียงแต่เห็นว่าเรื่องที่เขาทำกันน่าจะมีอะไรให้บ้านเราเรียนรู้บ้าง

ส่วนเมืองไทยก็มีหลักประกันอยู่หลายอย่างแล้ว ทั้งประกันสังคม บัตรทอง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และสวัสดิการอื่นๆ

ทีนี้จะทำอย่างไรให้สิ่งที่มีอยู่ดูแลประชาชนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ ผมว่าไม่ต้องรอให้มีรัฐสวัสดิการใหญ่โตเหมือนประเทศเหล่านั้นหรอกครับ เรื่องง่ายๆ ที่พอทำได้ก่อนก็น่าจะช่วยกันทำ

แล้วก็นึกถึงคนแก่ที่เห็นเดินงกๆ เงิ่นๆ อยู่ในโรงพยาบาลเมื่อวานขึ้นมาอีก

ต่อให้มีสิทธิรักษาพยาบาลครบถ้วน แต่ถ้าไม่รู้จะไปติดต่อที่ไหน ไม่มีใครช่วยแนะนำ กว่าจะได้พบหมอก็คงเหนื่อยไม่น้อย

ผมว่าเรื่องนี้สำคัญนะครับ เพราะการมีสิทธิกับการได้ใช้สิทธิอย่างสะดวกสบาย บางทีก็คนละเรื่องกัน

พอคิดถึงตรงนี้ก็เลยนึกไปถึงการบริการประชาชนของหน่วยงานราชการอื่นๆ ด้วย

แต่พอนึกอีกที การบริการราชการทั่วไปนี่เกี่ยวกับรัฐสวัสดิการด้วยหรือเปล่า?

ผมลองหาข้อมูลดู ปรากฏว่าการบริการราชการทั่วไปไม่ได้ถือเป็นรัฐสวัสดิการไปเสียทั้งหมด แต่เป็นเรื่องการบริหารภาครัฐที่ดี ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและบริการต่างๆ

ถึงจะเรียกกันคนละอย่าง แต่ในความรู้สึกผม การที่ชาวบ้านไปติดต่อราชการแล้วได้รับความสะดวก มีคนคอยช่วยเหลือ ไม่ต้องวิ่งวุ่นไปมาหลายรอบ ก็น่าจะถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันได้เหมือนกัน

บ้านเราเองก็มีหลักเรื่องนี้อยู่แล้วด้วย

รัฐธรรมนูญมาตรา 76 วรรคหนึ่ง ก็เขียนเรื่องนี้ไว้เหมือนกันครับ ว่ารัฐควรพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้มีทัศนคติเป็นผู้ให้บริการประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เขียนไว้ชัดเจนขนาดนี้ ถ้าทำได้อย่างที่เขียนก็คงดีไม่น้อย

ผมก็เลยนึกถึงเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่คอยช่วยเหลือคนแก่เมื่อวาน

ถ้าทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับคนที่มาติดต่ออย่างที่เห็นในโรงพยาบาล ก็คงช่วยให้ชาวบ้านสะดวกขึ้นอีกเยอะ

เพราะชาวบ้านที่ไปติดต่อราชการก็มีทั้งคนแก่ คนไม่รู้ขั้นตอน คนที่ไม่ถนัดใช้โทรศัพท์หรือกรอกข้อมูลอะไรสารพัด

เขาไม่ได้ต้องการอะไรพิเศษครับ

แค่อยากมีคนบอกว่าต้องทำอย่างไร ไปติดต่อใคร และถ้าทำไม่ถูกก็ช่วยแนะนำกันหน่อย

ไม่ใช่ข้าราชการบางคน พอใส่เครื่องแบบ มีเครื่องหมายเต็มบ่า ก็ทำท่าเป็นเจ้าคนนายคน คำรามใส่ชาวบ้านอย่างกับสิงโตแผงคอฟู

แหม…นี่ชาวบ้านมาติดต่อราชการนะครับ ไม่ได้หลงเข้าไปในสวนสัตว์!

ว่าไปแล้ว จะให้เจ้าหน้าที่ทำดีอยู่ฝ่ายเดียวก็คงไม่ถูกเหมือนกัน

คนไปใช้บริการก็ต้องให้ความร่วมมือเหมือนกันครับ เตรียมเอกสารให้พร้อม ไม่เข้าใจอะไรก็ถาม และช่วยกันรักษาระเบียบ

บางคนไปถึงก็อยากได้คิวก่อน พอเจ้าหน้าที่บอกให้รอก็หงุดหงิดใส่เขา

อย่างนี้ต่อให้มีเจ้าหน้าที่บริการดีแค่ไหนก็คงลำบาก

ส่วนลูกหลานที่พอมีเวลาก็ควรช่วยดูแลผู้สูงอายุในบ้าน อย่าคิดว่ามีเจ้าหน้าที่คอยช่วยแล้วจะปล่อยให้ท่านไปจัดการทุกอย่างเอง

รัฐมีหน้าที่บริการประชาชนก็จริง แต่ประชาชนเองก็มีส่วนทำให้การบริการนั้นเป็นไปด้วยดี

แม้โรงพยาบาลจะมีคนไข้มากมาย ก็ยังพยายามจัดเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนที่ไม่รู้ขั้นตอน หน่วยงานอื่นก็น่าจะทำได้เหมือนกัน

ส่วนเรื่องรัฐสวัสดิการจะไปได้ไกลแค่ไหน ทั้งเรื่องสิทธิที่ควรมี เงินที่จะนำมาใช้ และใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

อย่างน้อยการไปโรงพยาบาลเมื่อวานก็ทำให้ผมได้เห็นว่า การบริการที่ดีไม่จำเป็นต้องมีอะไรพิสดาร

คุณหมอพูดจาดี เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือคนแก่ที่ไม่รู้จะไปทางไหน แค่นี้ก็ทำให้คนที่กำลังกังวลเรื่องเจ็บป่วยรู้สึกดีขึ้นได้มากแล้ว

วันนี้พาไปหาหมอเสียเพลิน ยังไม่ได้เปิดซองกันเลย

พรุ่งนี้มีจดหมายจากอดีตวิศวกรเกษียณท่านหนึ่งรออยู่ครับ เจ้าของซองพูดถึง “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

วิศวกรเขียนถึงวิศวกรด้วยกัน จะมีอะไรน่าคุยบ้าง

พรุ่งนี้มาเปิดซองอ่านด้วยกันครับ

— เสมอต้น
14 ตุลาคม 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘๒๑ ตุลา.’ อีกแล้วนะจ๊ะ

วันนี้ พุธที่ ๑๔ ตุลา. ผมขอถือโอกาส “แจกการ์ด” งานวัน “ครบรอบปีที่ ๓๐” ของ “หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์” ซะเลย!

'ศ.นพ.ชวลิต' ฝากบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ควรพัฒนาสิทธิการรักษามะเร็งให้ไม่น้อยหน้าบัตรทอง

ศาตราจารย์ นายแพทย์ ชวลิต เลิศบุษยานุกูล เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในฐานะหมอที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และตนเองก็เป็นผู้ประกันตนด้วย หมอมีเรื่องอยากฝากถึงคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่สักเรื่องครับ นั่นคือ **สิทธิการรักษามะเร็งของผู้ประกันตน**

ทำใจ! 'ดร.อานนท์' ยกเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้ส้มบริหาร เจ๊งเมื่อไหร่ก็จะได้รู้กัน

อานนท์ บอกขอให้แรงงานไทยทุกคน จงโชคดี กับกรรมการบอร์ดประกันสังคม ผู้เชี่ยวชาญคณิตศาสตร์การเมือง แต่ไม่รู้เรื่องคณิตศาสตร์ประกันภัยเลย

14 เสียงประกันสังคมก้าวหน้า ผ่าแดนสนธยา 2.9 ล้านล้าน!

ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อทีม “ประกันสังคมก้าวหน้า” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพรรคประชาชน กวาดที่นั่