รัฐบาลดันตั้งสำนักงาน GMSTO ปักหมุดไทยศูนย์กลางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง เสนอจัดตั้งสำนักงาน GMSTO ในไทย เชื่อมความร่วมมือ 6 ประเทศ ขยายโอกาสท่องเที่ยว–การลงทุนในภูมิภาค

20 ตุลาคม 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างความตกลงการจัดตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Tourism Office: GMSTO) ให้มีสถานะเป็นองค์การระหว่างรัฐบาลและมีสำนักงานถาวรตั้งอยู่ในประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่าง 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และจีน พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

นางสาวลลิดากล่าวว่า สำนักงาน GMSTO จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการวางแผน ประสานงาน และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวร่วมกัน ทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว การส่งเสริมการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน ตลอดจนการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

สำหรับสำนักงานดังกล่าว เดิมจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 ในชื่อสำนักงานประสานความร่วมมือการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขง (Mekong Tourism Coordinating Office: MTCO) โดยมีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่มีสถานะทางกฎหมายในประเทศ การจัดทำความตกลงครั้งนี้จึงมีเป้าหมายยกระดับให้เป็นสำนักงานถาวรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลระหว่างประเทศ สามารถดำเนินงานและบริหารจัดการความร่วมมือได้อย่างเป็นระบบ โดยมีที่ตั้ง ณ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ทั้งนี้ ร่างความตกลงได้รับความเห็นชอบในระดับประเทศสมาชิกแล้ว โดยลาว เมียนมา เวียดนาม และจีน ได้ลงนามในความตกลงดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการภายในประเทศ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างความตกลง พร้อมอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนาม เพื่อให้สามารถรายงานความคืบหน้าในการประชุมระดับรัฐมนตรีของแผนงานความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในเดือนพฤศจิกายน 2569

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างความตกลงกำหนดให้ประเทศสมาชิกสนับสนุนเงินสมทบประจำปี ประเทศละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยประเทศไทยจะใช้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรไว้แล้ว พร้อมกำหนดโครงสร้างการบริหารและระบบตรวจสอบบัญชี เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ เมื่อประเทศสมาชิกลงนามครบทั้ง 6 ประเทศแล้ว จะมีการจัดทำความตกลงประเทศเจ้าบ้าน (Host Country Agreement) เพื่อกำหนดรายละเอียดด้านสิทธิประโยชน์และการดำเนินงานตามกฎหมายไทย โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง

“การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จะช่วยยกระดับบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนการลงทุนในภาคการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลมุ่งใช้ความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นกลไกสร้างรายได้และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดากล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอุตุฯ อัปเดตข้อมูลใหม่ เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก 21-25 ต.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 8 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 21-25 ต.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง

'เพื่อไทย' แจงสั่งปิดอุเทนถวายชั่วคราว จ่อถก 3 ฝ่าย 22 ต.ค.นี้

“เพื่อไทย” เผย อว.ปิดพื้นที่อุเทนถวายชั่วคราวหลังเกิดเหตุวิวาท ย้ำ มาตรการเพื่อความปลอดภัยไม่ตัดโอกาสการศึกษา เตรียมหารือ 3 ฝ่าย 22 ต.ค.นี้

ครม.เห็นชอบ MOU ความร่วมมือรถไฟไทย-จีน 3 ปีเต็ม ดันไทยสู่ฮับเทคโนโลยี

ครม.เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทยและทบวงการรถไฟแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านระบบราง