ข้างหลังภาพ'อนุทิน-ธรรมนัส' กระชับอำนาจ'ภูมิใจไทย'

ก่อนจะระเบิดศึกซักฟอกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และ 17 รัฐมนตรีสายสีน้ำเงิน โควตาภูมิใจไทย ที่มีการวางปฏิทินไว้ว่าจะให้ซักฟอกกันสัปดาห์หน้า ที่เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม

รอดูผลกันว่าที่จะมีการนัดหารือเคาะกรอบเวลาการอภิปราย นัดประชุมกันวันพุธที่ 21 ต.ค.นี้ ซึ่งจะประชุมกันระหว่างวิปรัฐบาล-วิปฝ่ายค้าน-ตัวแทนรัฐบาล จะได้ข้อสรุปออกมาอย่างไร หรือจะยืดเยื้อหาข้อสรุปไม่ได้ ต้องนัดถกใหม่กันอีกรอบ แต่ก็คาดว่ายังไงรัฐบาล-ฝ่ายค้านต้องคุยจบภายในไม่เกินพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค.นี้

ท่าทีล่าสุดของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างก็ยังยืนกรานในกรอบเวลาที่แต่ละฝั่งถือธงไว้ โดยฝ่ายค้านก็ยืนกรานว่าต้องอภิปราย 5 วัน ไม่นับรวมวันลงมติ โดยอ้างเหตุมีการยื่นซักฟอกถึง 18 คน จะให้อภิปรายแค่สามวันมันไม่พอ เพราะในอดีตอย่างสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการยื่นซักฟอกน้อยกว่านี้หลายคน ยังให้เวลาสี่วัน ไม่นับรวมวันลงมติ แล้วรอบนี้ยื่นไป 18 ชื่อ อภิปรายห้าวันจึงเหมาะสม

ทว่าฝ่ายรัฐบาลก็เสียงแข็งเช่นกัน ให้แค่ไม่เกินสามวัน ตามกรอบที่วางไว้ คือ 27-29 ต.ค. และลงมติวันที่ 30 ต.ค. โดยยกเหตุนายกฯ และ ครม.คิวแน่น ให้ได้เท่านี้จริงๆ

อย่างเช่นท่าทีของ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคุมเรื่องวิปรัฐบาล ที่ยกปฏิทินคิวงานฝ่ายรัฐบาลมาอธิบายว่า วันที่ 26 ตุลาคม มีนัดประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ส่วนวันที่ 27-29 ตุลาคม เตรียมไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และวันที่ 30 ตุลาคม เป็นการลงมติ ซึ่งหลังจากที่มีการลงมติ วันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีมีภารกิจต่างประเทศ และวันที่ 2 พฤศจิกายน จะมีภารกิจเปิดงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมงานทั้งคณะ และถือโอกาสประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน จากนั้นสัปดาห์ถัดไป นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกประจำปี 2026

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายคาดว่าการเจรจาต่อรองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านในสัปดาห์นี้คงได้ข้อยุติในที่สุด ยังไงศึกซักฟอกระเบิดกลางสภาแน่

ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวการเมืองนอกสภาก่อนถึงศึกซักฟอก นอกจากที่อนุทินและภูมิใจไทย รวมถึงรัฐมนตรีทุกคนที่มีชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเตรียมตัวรับมือฝ่ายค้าน

ในส่วนของการเตรียมพร้อมในเรื่อง เสียงโหวตไว้วางใจ ของฝั่งอนุทิน-ภูมิใจไทย ก็ต้องมีแผนการรองรับไว้เช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เกิดการต่อรองขึ้นในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานก่อนลงมติโหวต โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้ "ทักษิณ ชินวัตร-เพื่อไทย” ใช้จังหวะนี้มาต่อรอง ขี่คออนุทิน-ภูมิใจไทยได้ว่าให้ทำตามที่เพื่อไทยต้องการ เพื่อแลกกับเสียงโหวตไว้วางใจจาก 74 เสียงของเพื่อไทย

ภาพที่อนุทินนัดพบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค แต่คือหัวหน้าพรรคกล้าธรรมตัวจริง ไปกินอาหารอินเดียที่ Punjab Grill Bangkok ที่โรงแรมเรดิสัน สวีท แบงค็อก สุขุมวิท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีความหมายทางการเมืองยิ่ง

เพราะเป็นการพบกันในช่วงกำลังใกล้ระเบิดศึกซักฟอก จนทำให้มีการถอดรหัสข้างหลังภาพการเมืองฉากนี้ตามมา ทั้งกระแสข่าว “พรรคเขียว-กล้าธรรม” เตรียมตัวเข้าร่วมรัฐบาลหลังจบศึกซักฟอก ภายใต้ดีลการเมือง สส.กล้าธรรมจะมาร่วมโหวตไว้วางใจให้อนุทินและรัฐมนตรีสีน้ำเงินทั้งหมดทุกคน

เท่านั้นไม่พอ ยังมีกระแสข่าว กล้าธรรมอาจใช้วิธีควบรวมกับภูมิใจไทย คือเอาเขียวไปรวมน้ำเงิน ทำให้ภูมิใจไทยจะได้ สส.เพิ่มขึ้นทันทีอีกร่วม 58 เสียง เกือบทะลุเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภาเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังดึงพรรคเล็กๆ อีกบางส่วน เช่น พลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจ พรรคประชาชาติ อยู่ร่วมรัฐบาลแบบปัจจุบันเอาไว้ต่อไป แล้วถีบเพื่อไทยไปเป็นฝ่ายค้าน

รวมถึงมีอีกหลายกระแสข่าว หลายสูตรรัฐบาล อนุทิน 2/1 เช่น จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยดึงกล้าธรรมร่วมรัฐบาล แต่ยังมีเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ มีการเขย่าโควตารัฐมนตรีกันใหม่ โดยภูมิใจไทยอาจต้องยอมลดโควตาบางกระทรวงไปให้พรรคกล้าธรรม เช่น กระทรวงพาณิชย์ โดยมี ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้ากล้าธรรม มาเป็น รมว.พาณิชย์แทนซูเปอร์จี-ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นต้น

ภาพนัดพบกันระหว่าง "อนุทิน-ธรรมนัส” เห็นได้เลยว่าสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองสูง 

ที่เห็นชัดมันเป็นการกระชับอำนาจทางการเมืองให้กับอนุทิน-ภูมิใจไทยอย่างมากในการทำให้เพื่อไทยไม่กล้าต่อรอง ไม่กล้าขยับอะไรมากในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะหากตุกติก ต่อรอง ยึกยัก ก็อาจหลุดไปเป็นฝ่ายค้านทันที โดยมีกล้าธรรมเข้ามาเสียบแทน

เรื่องนี้ทำให้แกนนำเพื่อไทยที่อ่านเกมออก ก็รู้ดีว่าไม่ได้ถือไพ่การเมืองเหนือกว่าอนุทิน-ภูมิใจไทย ทำให้เพื่อไทยต้องรีบออกมาการันตีให้ภูมิใจไทยรู้แต่เนิ่นๆ ว่าทุกเสียงของเพื่อไทยพร้อมโหวตไว้วางใจให้อนุทิน-17 รัฐมนตรี พร้อมกับออกมาแสดงท่าทีหวงก้างว่า หากจะมีการปรับ ครม.จริง จะดึงกล้าธรรมเข้ามา ก็แล้วแต่อนุทิน แต่ว่า “โควตารัฐมนตรีเพื่อไทยห้ามแตะ”

เห็นได้จากท่าทีของ "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน-หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” ที่ระบุล่าสุดว่า

 “เราอยู่ด้วยกันในฐานะที่เป็นรัฐบาลร่วมกัน ไม่มีอะไรที่ต้องห่วงกังวลหรือต้องสงสัย การลงมติแน่นอนว่าเป็นสิทธิ์ของสมาชิก แต่โดยมารยาททางการเมือง ก็คงต้องให้การสนับสนุนและเดินไปพร้อมกันอยู่แล้ว”

ส่วนกระแสของพรรคกล้าธรรมที่จะมาร่วมรัฐบาล “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” บอกว่า “ยังไม่ได้พูดคุยกัน เราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะมีกระบวนการเพิ่มเติมในฝ่ายของรัฐบาล อย่างแรกก็ไม่ได้เสียหายอะไร ดำเนินการได้ ทำให้เสียงมีความมั่นคงขึ้น แต่ว่าคงต้องมีการมาพูดคุยกัน อย่างไรก็ตาม เรายืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเราทำงานอยู่ และยืนยันในสิ่งที่เรามีข้อตกลง”

เมื่อถามว่า หมายถึงกระทรวงอย่ามายุ่งกับเพื่อไทยใช่หรือไม่ “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” ตอบชัดๆ

 “แน่นอน เพราะมีการพูดคุยเบื้องต้นกันแล้ว ส่วนทางพรรคกล้าธรรม ขอเรียนตรงๆ ว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน เรื่องนี้เป็นอำนาจสิทธิ์ขาดของนายกรัฐมนตรี คงต้องให้ท่านเป็นผู้พิจารณา”

ขณะที่ท่าทีของ อนุทิน นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แม้จะถูกสื่อซักถามหลายคำถามถึงความเป็นไปได้ในการปรับ ครม.หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ และกระแสข่าวจะดึงกล้าธรรมร่วมรัฐบาล รวมถึงกระแสข่าวกล้าธรรมจะมารวมกับภูมิใจไทย    

ปรากฏว่า อนุทินเต้นฟุตเวิร์ก หลบจังหวะการตอบคำถามที่จะเป็นการผูกมัดตัวเองทางการเมือง จึงใช้วิธีตอบเลี่ยงๆ ไม่ฟันธง ไม่ระบุชัด ใช้คำกว้างๆ เช่น ยังไม่ถึงเวลา-เป็นแค่กระแสข่าว ที่ก็คือการไม่เปิดไพ่ในมือให้คนอื่นเห็นก่อนถึงเวลาอันควรนั่นเอง

แต่สิ่งที่อนุทิน-ภูมิใจไทยได้แล้วก็คือ การขยับทางการเมือง ที่เพิ่มความมั่นใจในการกระชับอำนาจการเมืองก่อนศึกซักฟอกจะมาถึง. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โวยหักคออภิปราย! ปชน.ยันต้องได้5วัน/โพลฟันมท.อ่วมแต่เชื่อไร้ผล

นายกฯ ควงอธิบดีกรมศุลฯ กินข้าวต้มปลาเยาวราช สั่งชาเย็น-เก๊กฮวย นั่งกินสบายๆ  แบบส่วนตัว แกนนำภูมิใจไทยภาคใต้ต้อนรับ “เนวิน”