‘อภัยภูเบศร’ เปิดคลังยาป่าเต็งรังกลางพืชสวนโลกอุดรฯ ต่อยอดภูมิปัญญาหมอยาอีสาน

อภัยภูเบศรจับมือ ส.ป.ก. และเครือข่ายปราชญ์เกษตรกว่า 11 เครือข่าย เปิดนิทรรศการ “คลังยาป่าเต็งรัง” ในมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี ถ่ายทอดภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้านอีสานและวิถีดูแลสุขภาพตั้งแต่เกิดจนตาย พร้อมผลักดันสมุนไพรพื้นถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ชุมชน ชูแนวคิดอนุรักษ์ป่าควบคู่พัฒนาเศรษฐกิจ เปิดให้ชมยาว 134 วัน ถึง 14 มีนาคม 2570

2 พฤศจิกายน 2569 - มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และเครือข่ายปราชญ์เกษตร ส.ป.ก. นำองค์ความรู้สมุนไพร อาหารพื้นถิ่น และภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้านอีสานมาถ่ายทอดในมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผ่านนิทรรศการวิถีสุขภาพ “ตั้งแต่เกิดจนตาย” ณ เฮือนเกย โซนหมู่บ้านอีสาน สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า และการดูแลสุขภาพที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้มุ่งนำเสนอคุณค่าของภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้าน ซึ่งเชื่อมโยงการดำรงชีวิตของผู้คนเข้ากับธรรมชาติและระบบนิเวศ โดยเฉพาะป่าเต็งรังที่เป็นแหล่งทรัพยากรสมุนไพรสำคัญของภาคอีสาน และเป็นฐานความรู้ในการดูแลสุขภาพของชุมชนตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

“ป่าเต็งรังที่หลายคนอาจมองว่าเป็นป่าแห้งแล้ง แท้จริงแล้วเป็นคลังยาขนาดใหญ่ของแดนอีสาน เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรและภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์ที่อยู่คู่กับชีวิตผู้คน สิ่งเหล่านี้เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ควรได้รับการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัย และพัฒนาต่อยอดให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นคุณค่า” ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าว

นิทรรศการนำเสนอการใช้สมุนไพรในวิถีชีวิต ทั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม และการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าเต็งรัง ผลงานวิจัย และกระบวนการพัฒนาคุณภาพสมุนไพรพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ผู้เข้าชมเห็นเส้นทางจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การใช้ประโยชน์ในสังคมปัจจุบัน ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นต้นทางขององค์ความรู้เหล่านี้

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวว่า การพัฒนาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ ส.ป.ก. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องดำเนินการทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพร เพราะการสืบทอดภูมิปัญญาจำเป็นต้องมีทรัพยากรที่เป็นรากฐานรองรับ

“หากเราต้องการรักษาภูมิปัญญาสมุนไพรให้คงอยู่ เราต้องมีบ้านให้สมุนไพรอยู่ บ้านของสมุนไพรก็คือป่า เมื่อป่ายังคงอยู่ ต้นไม้ต้นยาก็ยังอยู่ ภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้านก็มีโอกาสสืบทอดต่อไปได้”

ทั้งนี้ พื้นที่และเครือข่ายเกษตรกรของ ส.ป.ก. มีศักยภาพในการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งสมุนไพร หากเชื่อมโยงการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม การวิจัยพัฒนา และการตลาดเข้าด้วยกัน จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นฐานเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้านนายกฤษณะ ดีปาละ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการนำศักยภาพสมุนไพรอีสานและองค์ความรู้ของเกษตรกรมาเผยแพร่สู่สาธารณะ พร้อมต่อยอดทรัพยากรในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ สอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมสมุนไพรไทย โดยมีเครือข่ายเกษตรกรและปราชญ์ท้องถิ่นเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชุมชน

ภายในพื้นที่จัดแสดง มีเครือข่ายปราชญ์เกษตร ส.ป.ก. กว่า 11 เครือข่าย ร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญา สาธิต และนำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงและจำหน่าย ทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผ้าทอพื้นเมือง อาหารพื้นถิ่น เครื่องดื่มจากผลผลิตทางการเกษตร และเมนูสร้างสรรค์ เช่น พิซซ่าจากมันพื้นบ้าน โดยหมุนเวียนกิจกรรมตลอด 134 วันของการจัดงาน เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ การผลิต และตลาด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รู้จักผู้ผลิตและเรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์โดยตรง

นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า สมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสร้างมูลค่าได้แม้ใช้พื้นที่เพาะปลูกไม่มาก แต่การส่งเสริมการปลูกเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ส.ป.ก. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การพัฒนาคุณภาพ การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และช่องทางจำหน่าย เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เติบโตจากพื้นที่ ส.ป.ก. และสร้างผลประโยชน์กลับคืนสู่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวเชิญชวนเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และประชาชนทั่วไป เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ เพื่อทำความรู้จักสมุนไพรอีสาน เรียนรู้วิธีที่บรรพบุรุษใช้ธรรมชาติดูแลสุขภาพ และค้นพบโอกาสนำภูมิปัญญามาพัฒนาต่อยอด พร้อมร่วมกันรักษาป่าซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของทั้งทรัพยากรและองค์ความรู้

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการอภัยภูเบศรและเครือข่าย ส.ป.ก. ได้ที่ เฮือนเกย โซนหมู่บ้านอีสาน ภายในมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 เวลา 08.00–20.00 น. พร้อมชมสวนจากนานาชาติ 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ รวมถึงกิจกรรมจากเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภัยภูเบศร' ชูมะขามป้อมลดพิษโลหะหนัก ย้ำผลวิจัยยังจำกัดในสัตว์ทดลอง

อภัยภูเบศรเผยงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบ ‘มะขามป้อม’ มีศักยภาพช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากแคดเมียมและตะกั่ว แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันรักษาพิษโลหะหนักในคนได้ พร้อมยืนยันวัตถุดิบสมุนไพรไม่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางน้ำในปราจีนบุรี ผ่านการตรวจสอบคุณภาพทุกล็อตการผลิต

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู ‘กลิ่นบำบัด’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวลเนส

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้าผลักดัน “กลิ่นบำบัด” เป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง สร้างมูลค่าเพิ่มให้สมุนไพรไทยจากวัตถุดิบพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียม พร้อมเชื่อ

เปิดมหกรรมวิชาการสมุนไพรแห่งชาติ ระดม 43 กูรูปั้นสมุนไพรไทยสู่สากล

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดฉากเวทีวิชาการในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ระดม 43 กูรู ร่วมเสวนา มุ่งยกระดับมาตรฐานสมุนไพรไทยและนวัตกรรมการแพทย์แผนไทยสู่สากล

สธ.จัดใหญ่ 'มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ' คาดเงินสะพัดกว่า 200 ล้าน

กระทรวงสาธารณสุข เตรียมจัดงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23” ภายใต้แนวคิดหลัก “เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” และแนวคิดย่อย “จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจ”