พรุ่งนี้วันสุดท้าย! ชวนร่วมงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ” เมืองทองธานี กิจกรรมแน่น – WorkShop เพียบ หลังผ่าน 3 วันกระแสตอบรับประชาชนเป็นบวก กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร ขานรับนโยบายก.สาธารณสุข ดัน “4 เสาหลักสมุนไพร”
4 กรกฎาคม 2569 - ดร.ภก.ปรีชา หนูทิม ผู้อำนวยการกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภาพรวมงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 2 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ Exhibition Hall 11 – 12 และ Phoenix 5 – 6 เมืองทองธานีว่า ภาพรวมตลอด 3 วันที่ผ่านมาเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ผู้ประกอบการ กลุ่มคนรุ่นใหม่ เข้าร่วมงานจำนวนมาก ถือว่า เป็นกระแสตอบรับเชิงบวกอย่างมาก โดยวันนี้ (4 กรกฎาคม) ยังมีประชุมวิชาการ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ รวมถึงกิจกรรม Workshop ที่สำคัญหลายอย่าง ดังนี้ เวลา 10.00 - 11.00 น. มีการประชุมวิชาการ หัวข้อ ปรากฏการณ์ T-Beauty: กำหนดอนาคตความงามโลกด้วยสมุนไพรไทยและนวัตกรรม, เวลา 11.00 - 12.00 น. ประชุมวิชาการหัวข้อ Legal Masterclass: เจาะลึกกฎหมายสมุนไพรยุคใหม่... ทันสมัย ทันโลก ทันเกมการค้า จากนั้นในช่วงบ่าย เวลา 13.00 - 14.30 น. มีการประชุมวิชาการในหัวข้อ Thai Herbs to Global Wealth: สมุนไพรไทยสู่ขุมทรัพย์เศรษฐกิจโลก และในเวลา 14.30 - 16.00 น. และปิดท้ายด้วย Inspiration Talk : จุดประกายเส้นทางวิชาชีพแพทย์แผนไทย
ดร.ภก.ปรีชา กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม Workshop และกิจกรรม DIY ในวันนี้ ประกอบด้วย Scent & Smile Workshop ถุงหอมใบเล็ก สร้างสุขได้ด้วยมือคุณ โดยมูลนิธิเพื่อเด็กผู้พิการ, สุคนธโอสถ กลิ่นหอม ชโลมใจ (Ya-Dom) โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา, ฟองหอมชโลมเท้า สปาเท้าแบบไทย (Bath Bomb สมุนไพร สปาเท้า) โดยศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเขตสุขภาพที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์, ชาไหน…ใช่ธาตุคุณ (Find your tea) โดยสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ชาดอกไม้จากสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยมูลนิธิพัฒนาการแพทย์แผนไทย สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี
ดร.ภก.ปรีชา ยังกล่าวเชิญชวนประชาชนมาร่วมมหกรรมฯ ในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้าย โดยยังมีกิจกรรม นิทรรศการ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพที่นำมาลดราคา การประชุมทางวิชาการ รวมถึง Workshop การสาธิตที่น่าสนใจอีกหลายเรื่องให้เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ การเสวนาในหัวข้อ “ปวดข้อมือไม่ใช่เรื่องเล็ก : ทางเลือกรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน จากคลินิกหัวเฉียว, แก้ไอ ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด, Talk : Herb New Gen โดย ปอร์เช่ เซเว่นสตาร์ / ลูกปัด พิมพ์ชนก / มิลลี่ เซเว่นสตาร์ มิสยูนิเวิร์สแม่ฮ่องสอน 2025, เคล็ดลับผิวสวย ขนเงา เจ้าสี่ขา บริษัท แคทคาวเทค จำกัด, Herbal Wellness for Modern Life : แนวคิดการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรในยุคปัจจุบัน บริษัท มิลลิเมด จำกัด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop ที่น่าสนใจ อาทิ Knee and Know สมุนไพรพอกเข่าเพื่อสุขภาพ โดยสมาคมแพทย์อายุรเวทแผนไทยประยุกต์แห่งประเทศไทย, สครับสารสกัดมังคุดเขาคีรีวง โดยสำนักงานสาธารณสุขนครศรีธรรมราช, Aroma Body Oil ผิวสวยต้านมลภาวะด้วยน้ำมันอโรม่า โดยชมภิญญ์
ดร.ภก.ปรีชา ได้เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบาย “Health for Wealth” เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืนว่า กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร พร้อมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน “4 เสาหลักอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย” มุ่งสู่ปีหมุดหมายสำคัญ 2570 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดแผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 เพื่อผลักดันมูลค่าตลาดสมุนไพรไทยสู่เป้าหมายแสนล้านบาท โดยได้วางแนวทางรองรับทิศทางทั้ง 4 เสาหลักเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคง ดังนี้ 1. ยกระดับต้นน้ำสู่ "Green Supply Chain" ด้วยมาตรฐาน GAP และ ISO 17025 กองพัฒนายาแผนไทยฯ เดินหน้าจับมือกับเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อขยายพื้นที่ปลูกสมุนไพรที่ได้มาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) ให้ได้มากกว่า 50,000 ไร่ตามเป้าหมาย
ดร.ภก.ปรีชา กล่าวว่า 2. ขับเคลื่อนนวัตกรรมขั้นสูง "High-Value Innovation" สู่ตลาด Pet Wellness ซึ่งทิศทางในอนาคตจะไม่ใช่เพียงการขายสมุนไพรสดหรือตากแห้งแบบเดิม แต่ต้องใส่ใจเรื่องนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่า (High-Value) เรากำลังมุ่งวิจัยและพัฒนาสารสกัดสมุนไพรพรีเมียม หรือ Premium Herbal Champions เพื่อนำไปใช้ทดแทนการนำเข้าเคมีภัณฑ์จากต่างประเทศ โดยกรมฯ ยังเล็งเห็นโอกาสในกลุ่มธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Wellness) และกลุ่มเวชสำอาง ซึ่งเราจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสกัดคุณค่าจากสมุนไพรไปตอบโจทย์เทรนด์โลกนี้อย่างเต็มตัว 3. ผลักดัน Soft Power ผ่านแคมเปญ "Think Wellness, Think Thai Herb" ซึ่งในด้านการตลาดและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กองพัฒนายาแผนไทยฯ พร้อมชูภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและการนวดไทยให้เป็น Soft Power ในระดับสากล ผ่านการบูรณาการร่วมกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และจะเปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเป็นสะพานเชื่อมให้ผลิตภัณฑ์และบริการของ SMEs ไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มทุนและคู่ค้าต่างชาติ นำเม็ดเงินกลับเข้าสู่ประเทศ และ 4. ปฏิรูปบริการด้วยดิจิทัล "DTAM Next" อนุมัติส่งออกจบใน 1 วัน ซึ่งจะช่วยทลายข้อจำกัดทางการค้าคือการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล
ดร.ภก.ปรีชา กล่าวตอนท้ายว่า กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร มั่นใจว่าการดำเนินงานอย่างเข้มข้นบน 4 เสาหลักนี้ จะเป็นการพลิกโฉมสมุนไพรไทยจากพืชท้องถิ่นสู่นวัตกรรมระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ให้กับประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนอย่างแท้จริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดมหกรรมวิชาการสมุนไพรแห่งชาติ ระดม 43 กูรูปั้นสมุนไพรไทยสู่สากล
กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดฉากเวทีวิชาการในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ระดม 43 กูรู ร่วมเสวนา มุ่งยกระดับมาตรฐานสมุนไพรไทยและนวัตกรรมการแพทย์แผนไทยสู่สากล
รัฐบาลเผยส่งออกสมุนไพรทะลุ 2.5 พันล้าน เดินหน้าระบบออนไลน์ครบวงจร
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตรียมเชื่อมระบบ DTAM Next กับ National Single Window ของกรมศุลกากร
สธ.จัดใหญ่ 'มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ' คาดเงินสะพัดกว่า 200 ล้าน
กระทรวงสาธารณสุข เตรียมจัดงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23” ภายใต้แนวคิดหลัก “เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” และแนวคิดย่อย “จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจ”
กรมแพทย์แผนไทยฯ ปั้นแหล่งท่องเที่ยวสมุนไพรทั่วไทย ดึงนักท่องเที่ยว–เสริมรายได้ชุมชนกว่า 256 ล้าน
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชูจุดขายแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร หวังเป็นจุดหมาย

