ชำแหละ 5 จุดบอด 'มูลนิธิการกุศล' จี้รัฐยกเครื่องกฎหมาย อุดช่องโหว่ก่อนประชาชนหมดศรัทธา

5 พฤศจิกายน 2569 - วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อการกุศลกลายเป็นเกราะบังหน้า: วิกฤตธรรมาภิบาลมูลนิธิ และช่องโหว่ทางกฎหมายที่รัฐต้องอุด กระแสข่าวการเข้าตรวจสอบมูลนิธิบางแห่งในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และฟอกเงิน เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นผิวน้ำ แต่สะท้อนให้เห็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่ากังวลว่า คำว่า "การกุศล" และ "ตราแห่งความน่าเชื่อถือของสาธารณชน" อาจถูกนำมาใช้เป็นฉากหน้าในการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนได้

หากพิจารณากรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จะพบว่าปัญหาการดำเนินงานของมูลนิธิและองค์กรการกุศลสามารถจำแนกออกเป็น 5 มิติสำคัญ ดังนี้

1.ปัญหาสวัสดิภาพและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในองค์กรรับเลี้ยง 

กรณีศึกษา: สถานสงเคราะห์เด็กเอกชน "บ้านคุ้มครองเด็ก 3" (ปี 2565)
บุคคลที่เกี่ยวข้อง

• นายมนตรี หรือ "ครูยุ่น" เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ผู้ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายและการใช้แรงงานเด็ก

• ภรรยาของนายมนตรี ผู้ถูกดำเนินคดีร่วมในข้อหาที่เกี่ยวข้อง

• มูลนิธิเส้นด้าย ผู้รับเรื่องร้องเรียนและประสานการนำหลักฐานเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่

• พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ผู้มีบทบาทในการประสานและเข้าช่วยเหลือเด็ก

ข้อบกพร่องของระบบกำกับดูแล แม้สถานสงเคราะห์จะได้รับอนุญาตถูกต้องและดำเนินงานมาเป็นเวลานาน แต่การตรวจสอบตามรอบระยะเวลาและการต่อใบอนุญาตอาจไม่เพียงพอที่จะค้นพบการละเมิดสิทธิเด็กที่เกิดขึ้นภายในองค์กร โดยเฉพาะเมื่อผู้บริหารมีอำนาจควบคุมสภาพแวดล้อมและการเข้าถึงข้อมูลของเด็ก

ผลกระทบ กรณีดังกล่าวมีเด็กอยู่ในความดูแลทั้งหมด 55 คน โดยมีเด็ก 8 คนได้รับการช่วยเหลือออกมาอยู่ในความดูแลของกระทรวง พม. ในระยะแรก ต่อมามีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายและการใช้แรงงานเด็ก และจังหวัดสมุทรสงครามมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน "บ้านคุ้มครองเด็ก 3"

กรณีนี้สะท้อนว่า การมีใบอนุญาตถูกต้องไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการละเมิดสิทธิผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กร

2. ปัญหาการแอบอ้างจัดตั้งสมาคมหรือมูลนิธิโดยไม่ชอบ 

กรณีศึกษา: กรณีหยู ซินฉี (Yu Xinqi) กับสมาคมมณฑลส่านซีแห่งประเทศไทย (ปี 2566)

บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

• นายหยู ซินฉี ผู้ถูกตรวจสอบกรณีการจัดตั้งและดำเนินงานของสมาคมที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

• เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เข้าตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริง

ข้อบกพร่องของระบบกำกับดูแล

กรณีนี้สะท้อนช่องโหว่ในการตรวจสอบการใช้ชื่อและสถานะขององค์กรภาคประชาสังคม โดยเฉพาะการแอบอ้างใช้ชื่อสมาคมหรือมูลนิธิที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและแสวงหาประโยชน์

ผลกระทบ การแอบอ้างสถานะองค์กรที่ชอบด้วยกฎหมายอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือขององค์กร และอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

กรณีนี้จึงชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบสถานะการจดทะเบียน ตลอดจนการใช้ชื่อและเอกสารรับรองของสมาคมและมูลนิธิให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องแยกข้อกล่าวหาออกจากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ด้วย

3. ปัญหาการจัดตั้งมูลนิธิโดยมิชอบและการปลอมแปลงเอกสาร 

กรณีศึกษา: กรณีมูลนิธิเป็นหนึ่ง (ปี 2568–2569)

บุคคลที่เกี่ยวข้อง

• นางชลิดา หรือ "ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง" ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ซึ่งมีรายงานข่าวว่ารับสารภาพในคดีปลอมและใช้เอกสารปลอม

• น.ส.วิไลลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวอ้างว่าถูกปลอมลายมือชื่อในเอกสารประกอบการจดทะเบียน

• ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายทะเบียนท้องที่ซึ่งมอบหมายให้นิติกรเข้าแจ้งความดำเนินคดี

• หัวหน้าพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ผู้ถูกตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีส่งหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานทางราชการ

ข้อบกพร่องของระบบกำกับดูแล

1. กระบวนการกลั่นกรองก่อนรับจดทะเบียน
ฝ่ายปกครองและนายทะเบียนอาจมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือและกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของเอกสารและลายมือชื่อ โดยเฉพาะเอกสารที่ต้องอาศัยการยืนยันจากบุคคลหลายราย

2. ช่องว่างทางกฎหมายในการเลิกมูลนิธิ

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการปลอมแปลงเอกสารประกอบการจดทะเบียน จึงเกิดคำถามว่า นายทะเบียนจะสามารถดำเนินการอย่างไรกับสถานะของมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นจากเอกสารอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นนี้ต้องพิจารณาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130 และมาตรา 131 ประกอบกัน

โดยมาตรา 131 กำหนดให้นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย สามารถร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกมูลนิธิได้ หากปรากฏเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กฎหมายกำหนด เช่น วัตถุประสงค์ของมูลนิธิขัดต่อกฎหมาย หรือมูลนิธิกระทำการขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ดังนั้น การปลอมเอกสารในขั้นตอนจดทะเบียนจึงเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาว่ามีเหตุทางกฎหมายเพียงพอที่จะดำเนินการเกี่ยวกับสถานะของมูลนิธิหรือไม่ มิใช่เหตุที่ทำให้มูลนิธิถูกยุบโดยอัตโนมัติ

3. ปัญหาการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ฝ่ายปกครองแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับการปลอมเอกสาร แต่หน่วยงานราชการอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเดียวกันกลับส่งหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานพิธีทางราชการ

แม้การเชิญดังกล่าวจะไม่ใช่หลักฐานว่าหน่วยงานนั้นสนับสนุนการกระทำผิด แต่ก็สะท้อนถึงปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลและการตรวจสอบสถานะของบุคคลที่หน่วยงานรัฐเชิญเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเหมาะสม

กรณีนี้จึงควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและปรับปรุงระบบประสานงานระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ปัญหากรรมการบริหารนำทรัพย์สินไปใช้ประโยชน์ส่วนตน (Self-Dealing) 

กรณีศึกษา: Donald J. Trump Foundation ประเทศสหรัฐอเมริกา (ปี 2018–2019)
บุคคลที่เกี่ยวข้อง

• Donald J. Trump ประธานมูลนิธิ ผู้ถูกศาลสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

• Donald Trump Jr., Eric Trump และ Ivanka Trump บุตรของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นกรรมการมูลนิธิ
• Letitia James อัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก (New York Attorney General) ผู้ดำเนินการฟ้องคดี

ข้อบกพร่องของระบบกำกับดูแล

ปัญหาสำคัญอยู่ที่การขาดธรรมาภิบาลภายในองค์กร (Internal Governance) โดยคณะกรรมการมูลนิธิ (Board of Directors) ไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันการนำทรัพย์สินเพื่อการกุศลไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองหรือส่วนตัวของประธานมูลนิธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบ

ศาลนิวยอร์กพบการนำเงินบริจาคไปใช้สนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 รวมถึงการใช้เงินของมูลนิธิในกิจกรรมที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล

ในที่สุด ศาลมีคำสั่งให้ Donald Trump ชดใช้เงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่กิจการการกุศล 8 แห่ง และให้ยุบมูลนิธิภายใต้การกำกับดูแลของศาล ส่วนบุตรทั้งสามถูกกำหนดให้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับหน้าที่ในการบริหารองค์กรการกุศล

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ผู้บริหารจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลทางการเมือง แต่ก็ไม่อาจนำทรัพย์สินที่ประชาชนบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ไปใช้เสมือนเป็นทรัพย์สินส่วนตัวได้

5. ปัญหาการคุกคามและความปลอดภัยในพื้นที่บรรเทาทุกข์ (Safeguarding Failure) 

กรณีศึกษา: คดีอื้อฉาว Oxfam Great Britain ในประเทศเฮติ (ปี 2011 และการตรวจสอบในปี 2018–2019)

บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

• Roland Van Hauwermeiren ผู้อำนวยการประจำประเทศเฮติของ Oxfam GB ซึ่งถูกสอบสวนกรณีใช้บริการทางเพศภายในสถานที่พักขององค์กร

• Mark Goldring อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Oxfam GB ซึ่งลาออกจากตำแหน่งในปี 2018 ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น

• Charity Commission for England and Wales หน่วยงานกำกับดูแลองค์กรการกุศลของอังกฤษและเวลส์

ข้อบกพร่องของระบบกำกับดูแล

ปัญหาสำคัญคือการใช้อำนาจเหนือผู้ที่อยู่ในสถานะเปราะบาง (Asymmetry of Power) ประกอบกับการขาดกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระ และความบกพร่องในการรายงานข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานกำกับดูแล

ผลกระทบ

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อความน่าเชื่อถือของ Oxfam และองค์กรการกุศลระดับนานาชาติ โดย Charity Commission ได้ตรวจสอบการบริหารจัดการและพบข้อบกพร่องด้านระบบคุ้มครองความปลอดภัย (Safeguarding) รวมถึงการจัดการข้อร้องเรียนที่ไม่เหมาะสม

กรณีนี้เป็นบทเรียนว่า การทำงานด้านมนุษยธรรมไม่ได้ทำให้องค์กรหรือเจ้าหน้าที่ได้รับยกเว้นจากมาตรฐานทางจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อผู้ที่อยู่ในความดูแล

สรุปและบทเรียนทางกฎหมาย: ถึงเวลาปฏิรูประบบกำกับดูแลมูลนิธิ

กรณีศึกษาทั้ง 5 มิติข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ปัญหาของมูลนิธิไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทุจริตของผู้บริหาร แต่ยังครอบคลุมถึงการละเมิดสิทธิของผู้เปราะบาง การใช้ทรัพย์สินผิดวัตถุประสงค์ การขาดระบบตรวจสอบภายใน การแอบอ้างสถานะองค์กร และการใช้เอกสารอันเป็นเท็จเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

สิ่งที่น่ากังวลคือ เมื่อมูลนิธิซึ่งควรเป็นองค์กรเพื่อประโยชน์สาธารณะ ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้บริจาคหรือผู้เสียหายโดยตรง แต่ยังบั่นทอนความไว้วางใจของประชาชนต่อองค์กรการกุศลที่ดำเนินงานอย่างสุจริตด้วย

รัฐควรพิจารณาปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางสำคัญอย่างน้อย 4 ประการ ได้แก่

1. เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบก่อนและหลังการจดทะเบียน โดยเฉพาะการตรวจสอบรายชื่อกรรมการ ผู้ก่อตั้ง วัตถุประสงค์ และเอกสารประกอบการจัดตั้ง

2. ยกระดับระบบตรวจสอบทางการเงิน กำหนดมาตรฐานการจัดทำบัญชี การเปิดเผยรายรับรายจ่าย และการตรวจสอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

3. เพิ่มอำนาจและเครื่องมือของนายทะเบียน ให้สามารถตรวจสอบ สั่งให้แก้ไขข้อบกพร่อง หรือใช้มาตรการระงับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงร้ายแรงได้ภายใต้เงื่อนไขและกระบวนการที่กฎหมายกำหนด โดยยังคงกลไกการตรวจสอบโดยศาลและสิทธิในการโต้แย้งของผู้เกี่ยวข้อง

4. พัฒนาระบบ Open Data Framework เปิดเผยข้อมูลการจัดตั้ง คณะกรรมการ วัตถุประสงค์ และงบการเงินของมูลนิธิต่อสาธารณะในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยไม่กระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลหรือสิทธิของผู้รับความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ การกำกับดูแลที่เข้มแข็งต้องไม่กลายเป็นภาระเกินจำเป็นหรือเครื่องมือแทรกแซงองค์กรการกุศลที่ดำเนินงานโดยสุจริตเพราะมูลนิธิที่ดีต้องมีมากกว่าชื่อที่น่าเชื่อถือ แต่ต้องมีระบบบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว รัฐไม่ควรปล่อยให้คำว่า "การกุศล" กลายเป็นเกราะคุ้มกันการกระทำผิด และประชาชนก็ไม่ควรต้องสูญเสียความเชื่อมั่นต่อองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เพียงเพราะระบบกฎหมายและองค์กรผู้ใช้บังคับกฎหมายไม่สามารถตรวจสอบและจัดการกับผู้ที่ใช้ความไว้วางใจของสังคมเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์ได้อย่างทันท่วงที

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ลุยสอบปมฉาวมูลนิธิ จ่อเรียก มหาดไทย-ปปง. ให้ข้อมูล

'บุญรวี' ยื่นเรื่อง กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ลุยสอบ 32,000 มูลนิธิทั่วประเทศ จ่อเรียก มหาดไทย-ปปง.-กระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูล จี้ 'อนุทิน' ตื่นตัวเร่งตรวจสอบความโปร่งใสเงินบริจาคทุกมูลนิธิ เช็กบิลเหล่านักบุญนำเงินทำบุญ ไปใช้เป็นทุนส่วนตัว

นายกฯ ขอเช็กข้อมูลก่อน ปม 'ดร.อานนท์' จี้เนรเทศ 'วีระ แสงทอง' แกนนำแรงงานข้ามชาติ

นายกฯ บอกยังไม่ได้รับรายงาน ปมข้อเสนอเนรเทศ “วีระ แสงทอง” แกนนำแรงงานเมียนมา เคลื่อนไหวกระทบความมั่นคงไทย ขอรอข้อมูลก่อน

ผบก.ปอศ. เผยอายัดบัญชี-ทรัพย์สิน 'บุ๋ม ปนัดดา' กับสามี รวมกว่า 60 ล้าน

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของบุ๋ม ปนัดดาและ สามี ไปแล้วประมาณ 15 ถึง 17 บัญชี รวม 60 ล้านบาท

เอาแล้ว! ผบ.ตร. สั่งลุย เช็กบิล 'มูลนิธิ-อินฟลูฯ' เปิดรับบริจาคลวงโลก ฉ้อโกง ฟอกเงิน

ผบ.ตร. สั่งตำรวจทั่วประเทศจับมือ มท.-ปปง. สืบสวน เช็กบิล มูลนิธิ องค์กร อินฟลูฯ เปิดรับบริจาคลวงโลก ฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน ด้าน คดี “บุ๋ม ปนัดดา” ให้ความเป็นธรรมว่าตามหลักฐาน เส้นเงิน ใครเอี่ยวดำเนินคดีเด็ดขาด

ผบช.ก. เผย 1-2 วันได้ข้อสรุป ออกหมายเรียก-หมายจับคดีมูลนิธิองค์กรทำดี

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการดำเนินกิจการของมูลนิธิองค์กรทำดี ของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี  และสามี เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ โดยยืนยันว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบด้าน

'ปอศ.' เร่งออกหมายคดีมูลนิธิองค์กรทำดี ชี้คำอ้าง 'บุ๋ม' ฟังไม่ขึ้น

ผบก.ปอศ.เผยคืบหน้าสอบเส้นทางเงินมูลนิธิองค์กรทำดี ระบุพบ 'บุ๋ม ปนัดดา' นำเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัว ชี้คำอ้างถูกสามีห