ผบช.ก. เผย 1-2 วัน รู้ผลออกหมายเรียก-หมายจับคดีมูลนิธิองค์กรทำดี บุ๋ม ปนัดดา
4 พฤศจิกายน 2569 - ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการดำเนินกิจการของมูลนิธิองค์กรทำดี ของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และสามี เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ โดยยืนยันว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบด้าน ส่วนการพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับ น.ส.ปนัดดา พร้อมสามีและผู้เกี่ยวข้องนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วน โดยขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอีกราว 1–2 วัน เพื่อจัดประชุมสรุปความพร้อมของสำนวนคดี
"ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน หากพบว่ากรรมการมูลนิธิหรือบุคคลใดมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างแน่นอน" ผบช.ก.กล่าว
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงข้าราชการทหารเรือนั้น จากการตรวจสอบเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ขอยืนยันว่าไม่มีนายทหารเรือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
ขณะที่กรณีของคุณหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ที่เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้นั้น เป็นการเข้ามาให้ข้อมูล ให้ความเห็น และให้ความร่วมมือกับทางพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งเป็นอย่างเรียบร้อยดี ส่วนการตรวจสอบมูลนิธิฯ ที่ทาง บก.ปอศ.ได้วางแนวทางในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดูว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการโพสต์เชิญชวนให้โอนเงินบริจาคแล้วนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และการแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด
ส่วนกรณีสามีของบุ๋ม ปนัดดา และช่างเอ๋ ซึ่งถูก บุ๋ม ปนัดดา แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง แต่ทาง ปอศ. กันไว้เป็นพยาน จนเกิดข้อสงสัยว่าจะเข้าข่ายเป็นการแจ้งความเท็จหรือไม่นั้น ทาง ผบช.ก. ระบุว่า ไม่อยากให้นำสองเรื่องมาปะปนกัน เนื่องจากคดีฉ้อโกงเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษเองซึ่งทางกองปราบจะเป็นผู้ทำคดี ส่วน บก.ปอศ. จะดำเนินการในส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งทั้งกองปราบและ ปอศ. ต้องรวบรวมหลักฐานร่วมกันจนสมบูรณ์ก่อน จึงจะสรุปได้ว่าใครมีความผิดบ้าง
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินในนามมูลนิธิโดยไม่มีกรรมการคนอื่นรับรู้ เจ้าหน้าที่จะยึดพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางการเงินเชิงประจักษ์เป็นหลักในการพิสูจน์ความจริง เพราะหลักฐานทางบัญชีจะระบุความจริงทั้งหมด
ผบช.ก.ยังกล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนเคยเสนอข่าวเรื่องแผนประทุษกรรมว่าคล้ายถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึก ส่วนสาเหตุที่ตำรวจเลือกเชิญกลุ่มคนมีชื่อเสียงหรือดารานักแสดงมาสอบปากคำก่อน เนื่องจากเป็นคดีขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องเริ่มติดตามสืบหาเส้นทางการเงินจากกลุ่มผู้บริจาครายใหญ่เป็นหลักก่อน เพื่อความรวดเร็วในการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะทยอยขยายผลไปยังส่วนอื่นๆ ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผบก.ปอศ. เผยอายัดบัญชี-ทรัพย์สิน 'บุ๋ม ปนัดดา' กับสามี รวมกว่า 60 ล้าน
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของบุ๋ม ปนัดดาและ สามี ไปแล้วประมาณ 15 ถึง 17 บัญชี รวม 60 ล้านบาท
เอาแล้ว! ผบ.ตร. สั่งลุย เช็กบิล 'มูลนิธิ-อินฟลูฯ' เปิดรับบริจาคลวงโลก ฉ้อโกง ฟอกเงิน
ผบ.ตร. สั่งตำรวจทั่วประเทศจับมือ มท.-ปปง. สืบสวน เช็กบิล มูลนิธิ องค์กร อินฟลูฯ เปิดรับบริจาคลวงโลก ฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน ด้าน คดี “บุ๋ม ปนัดดา” ให้ความเป็นธรรมว่าตามหลักฐาน เส้นเงิน ใครเอี่ยวดำเนินคดีเด็ดขาด
'ปอศ.' เร่งออกหมายคดีมูลนิธิองค์กรทำดี ชี้คำอ้าง 'บุ๋ม' ฟังไม่ขึ้น
ผบก.ปอศ.เผยคืบหน้าสอบเส้นทางเงินมูลนิธิองค์กรทำดี ระบุพบ 'บุ๋ม ปนัดดา' นำเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัว ชี้คำอ้างถูกสามีห
มท.3 รับกู้ภัยไม่สบายใจข่าว 'มูลนิธิองค์กรทำดี'
'มท.3' เผย ปภ.เซ็น MOU กับ 100 มูลนิธิ ให้คำแนะนำ – ประสานช่วยเหลือ ปชช.เป็นหลัก รับมีกู้ภัยบางคนไม่สบายใจ จากข่าว 'มูลนิธิองค์กรทำดี' ชี้ต้องแยกส่วนกัน แนะตรวจสอบบัญชีปลายทางก่อนบริจาค
'โฆษกสภาทนาย' กางหลักกม.วิเคราะห์ เงินบริจาคถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ใครต้องรับผิดชอบ
'โฆษกสภาทนายความ' การหลักกฎหมายวิเคราะห์ เงินบริจาคถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ใครต้องรับผิด ชี้กรณีฉ้อโกง ผู้ที่นำเงินของมูลนิธิไปใช้โดยมิชอบอาจมีความผิดอาญาฐานอื่นได้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง แม้ไม่ผิดอาญาก็อาจต้องรับผิดทางแพ่งได้ เส้นทางการเงินสำคัญแต่พยานหลักฐานอื่นจะช่วยตอบว่าใครรู้เห็น ใครอนุมัติ และมีเจตนาอย่างไร
'บุ๋ม ปนัดดา' มรสุมคนทำดี
ประเทศไทยนี่ก็แปลกดีนะครับ มีเรื่องเดือดร้อนก็ต้องไปหาตำรวจ มีเรื่องร้องเรียนก็ต้องไปหาหน่วยงานราชการ

