
หลัง กกต. เคาะวันที่ 22 พ.ค.2565 เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.เปิดฉาก ขณะนี้มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 27 คน เดินหน้าหาเสียงตามเขตต่างๆ ชี้แจงนโยบายเด่น คู่ขนานกันไปมีการพูดถึงโจทย์ใหญ่ที่จะท้าทายผู้ว่าฯ คนใหม่ในการแก้ปัญหา ทั้งน้ำท่วม มลพิษอากาศ รถติด รวมถึงเรื่องนโยบายพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเมืองใหญ่ให้เป็นเมืองน่าอยู่ของทุกคนกันอย่างคึกคักอีกครั้ง ซึ่งสนามเลือกตั้งท้องถิ่นนี้ว่างเว้นไปนาน9 ปีเต็ม
ในส่วนภาคพลเมืองมีการเคลื่อนไหวสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.รอบนี้ โดยเครือข่ายปลุกกรุงเทพฯ ที่เกิดจากภาคีเครือข่ายกว่า 70 องค์กร จัดเวที’ Bangkok Active ‘ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนสะท้อนภาพฝันที่อยากเห็น และผลักดันพลังพลเมืองกำหนดทิศทางการพัฒนา ไม่ใช่มีหน้าที่แค่ไปคูหาเลือกตั้งใช้สิทธิลงคะแนน

เวทีนี้ส่งเสียงถึงผู้ว่าฯ คนใหม่ ในการพัฒนากรุงเทพฯ ในฝันผ่าน 6 ทิศทาง ได้แก่ เมืองปลอดภัย ทั้งจากการเดินทางและบริการทางสาธารณสุขและแพทย์ , เมืองทันสมัย ด้วยการเดินทางเชื่อมต่อ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาเมือง และสร้างโอกาสเข้าถึงข้อมูลและบริการของกทม. , เมืองน่าอยู่ ไร้ปัญหาน้ำท่วม น้ำเสีย คุณภาพอากาศ ขยะล้นเมือง
อีกภาพฝันขาดไม่ได้ เมืองเป็นธรรม เป็นเมืองที่คนทุกเพศ ทุกวัยมีสิทธิอยู่ร่วมกันในเมือง , เมืองสร้างสรรค์ เกี่ยวข้องกับการเพิ่มพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่สีเขียว ให้กับคนทุกกลุ่มในเมืองใหญ่ ส่วนเมืองมีส่วนร่วม ต้องพัฒนาอย่างมีธรรมาภิบาล สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของคนกทม. สามารถติดตามตามตรวจสอบการทำงานในอีก 4 ปีข้างหน้าอีกด้วย
สติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล่า กล่าวว่า การเลือกตั้งกทม. คนสนใจตัวผู้สมัครมากกว่าพรรคที่สังกัด ทุกครั้งจะมีสีสันผู้สมัครฯ จากพรรคใหญ่ 2-3 คน ผมีผู้สมัครอิสระที่น่าตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง เพิ่งมาปี 56 การโหวตเหลือ 2 คน ได้ล้านคะแนนกว่าๆ อันดับที่เหลือไม่มีใครจดจำได้ การเลือกตั้งรอบนี้น่าจับตา ผลเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัด และสะท้อนการเปลี่ยนแปลง เพราะสัญญาณเห็นตั้งแต่เลือกตั้งระดับชาติปี 62 แล้ว
“ ถ้าผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ยังทำการบ้านแบบดั้งเดิม ลืมมองว่า Citizen ในกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปเยอะ รอบนี้จะผิดหวังเยอะ ลงทุนมากแต่ได้ผลตอบแทนน้อย ถ้าเดาทาง Citizen ใน กรุงเทพฯ ไม่ถูก หลักฐานต้องรอวันที่ 22 พ.ค. นี้ ถ้าพลังของประชาชนถูกแสดงออกและชัดเจน ใครก็ตามที่เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้ว่าฯ ใครก็ตามมาเป็น สก. 4 ปีข้างหน้าต้องทำงานร่วมกับประชาชน เหมือนที่ประชาชนระดมความคิด เราไม่รอเรียกร้อง แต่ขอให้มาทำงานร่วมกับเรา “ สติธร กล่าว

ผศ.ทวิดา กมลเวชช คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ภาคประชาชนอยากเห็นเมืองสร้างสรรค์และทันสมัยควบคู่กัน เมืองสุขภาพดีน่าอยู่ปลอดภัย และเมืองที่เป็นธรรม ทั้งสวัสดิการ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ กลุ่มคนเปราะบางสามารถอยู่ในเมืองใหญ่อย่างเท่าเทียมกัน อีกประเด็นการมีส่วนร่วม การรู้ความเคลื่อนไหวของเมือง ซึ่งต้องอยู่เป็นกลไกการจัดการของ กทม. ทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัลและแพตฟอร์มบ้านๆ ผู้นำชุมชนเดินพูดคุย รวมถึงระบบกำกับติดตามประเมินผล ที่ผ่านมา ไม่ถูกทำให้เห็นความก้าวหน้าในการแก้ปัญหา กทม. หรือติดขัดตรงไหน บางทีความติดขัดที่มาเป็นข้ออ้างของ กทม.ว่า ทำไม่ได้ อาจแก้ได้ด้วยความร่วมมือของเครือข่ายภาคประชาชน จากการติดตามนโยบายผู้สมัครฯ เหมือนเริ่มจะมองเห็นปัญหาเดียวกันแล้ว หัวใจมีไม่กี่เรื่อง นี่คือความเจ็บปวดร่วมกันและต้องแก้ไขให้ทันกับวิกฤต
เวทีนี้มีการประกาศเจตนารมณ์”เครือข่ายปลุกกรุงเทพฯ” จะจับตาการเลือกตั้งครั้งนี้ โปร่งใส ไม่ซื้อสิทธิ ขายเสียง อยากเห็นการเลือกตั้งรอบนี้เปลี่ยนวัฒนธรรมการแข่งขันทางการเมือง เป็นความร่วมมืออย่างสมานฉันท์ของผู้สมัครทุกคนสู่การส่งเสริมการเมืองระดับชาติอย่างสร้างสรรค์ ไม่ขยายความขัดแย้งทางสังคม
นอกจากนี้ นโยบายต้องให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม มีสุนทรียภาพ ปลอดภัย เข้าถึงสิทธิสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน สุดท้ายภาครัฐต้องยอมรับความเข้มแข็งของ Active Citizen และกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคพลเมืองด้วย ไม่แสดงออกถึงการต่อต้านเหมือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายปลุกกรุงเทพฯ จะมีเวทีสาธารณะอีกอย่างน้อย 6 เวทีในเดือน เม.ย.-พ.ค. จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยจะเชิญผู้สมัครมาประชันวิสัยทัศน์พัฒนาเมืองหลวง

อนาคตมหานครกรุงเทพฯ ยังฉายภาพผ่านเวทีเสวนา CHULA the Impact ครั้งที่ 8 “นโยบายว่าที่ผู้ว่า กทม.กับการบริหารจัดการขยะ น้ำ และอากาศ“ ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และเครือข่ายคณาจารย์ นิสิตนักศึกษา วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมประเทศไทยจัดขึ้นขานรับศึกเลือกตั้ง
ผศ.ดร.รณชัย ติยะรัตนาชัย รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาบุคคลและอบรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงข้อเสนอการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนว่า กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในมหานครของโลก มีหน้าที่ช่วยให้สังคมโลกมุ่งไปสู่ความยั่งยืน อยากเห็นทิศทางพัฒนาการสนับสนุนอาหารเช้าและอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนอย่างต่อเนื่อง และขยายความช่วยเหลือไปสู่คนด้อยโอกาสผ่านเครือข่ายชุมชนต่างๆ จากรายงานมีเด็ก 3.5 ล้านคนในไทยประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร และในช่วงโควิดมีเด็กอีก 7-8 แสนคนได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น เพราะโรงเรียนปิดจากโควิด ส่งผลกระทบ ผู้ว่าฯ ต้องพัฒนาระบบนี้

ปัญหาใหญ่ผลกระทบมลภาวะสิ่งแวดล้อม ฝุ่น PM2.5 ผศ.ดร.รณชัย เผยผลศึกษารถยนต์ในกรุงเทพฯ ปล่อยควันดำ 18% ปล่อยก๊าซคาร์บอนเกินค่ามาตรฐาน แม้แต่เหตุการณ์หมิงตี้ จ.สมุทรปราการ ผลกระทบข้ามมาถึงกรุงเทพฯ เสนอ ให้มีนโยบายสำรวจและป้องกันภัยอันตรายจากสารพิษและสารปนเปื้อนเชิงรุก บังคับใช้กฎหมายย่างจริงจัง
นอกจากนี้ กรุงเทพฯ มีเครือข่ายบริการสาธารณสุขกว่า 100 แห่ง แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่นึกถึงเป็นอันดับแรก อยากให้ผู้ว่าฯ กทม.ใช้ประโยชน์และพัฒนาบริการเครือข่ายสาธารณสุขของ กทม. ให้ครอบคลุม เข้าถึง และมั่นใจ ถอดบทเรียนจากสถานการณ์โควิด-19 ช่วงวิกฤต เราเห็นศักยภาพบริการเหล่านี้
รวมถึงมีวิสัยทัศน์ให้ความสำคัญกับการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม ตั้งแต่เด็ก รวมถึงเด็กข้ามชาติ เด็กเหล่านี้จะกลายเป็นประชากรที่มีคุณภาพ เป็นกองทัพช่วยพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ ให้น่าอยู่
“ เสนอให้ กทม.ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับอาชีวะ ในการ upskill Reskill ทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย แม้แต่คนสูงวัย ส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาชีพที่ดี “

ผศ.ดร.รณชัย กล่าวต่อว่า เมืองใหญ่ต่างประเทศน้ำประปาดื่มได้ แต่ในกรุงเทพฯ จุดบริการน้ำดื่มฟรีหายไปหรือไม่ปลอดภัย คนรายได้น้อยต้องซื้อน้ำขวดดื่ม อยากให้สร้างหลักประกันว่า คนกรุงเทพฯ จะมีน้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัยผ่านระบบประปา และเข้าถึงได้ฟรีสำหรับผู้ยากไร้ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับ
ทิศทางต่อมาการเปลี่ยนและจัดหาให้รถของหน่วยงานภายใต้กำกับของกทม. รวมถึงประสานกับขสมก.ให้ใข้ระบบ EV 100% ภายใน 4 ปีและให้มีการติดตั้ง EVCharge Station สาธารณะอย่างทั่วถึง เพื่อให้คนไทยมีการเดินทางที่สะอาด และลดปล่อยก๊าซคาร์บอน
การจัดระเบียบทางเท้าเป็นเรื่องที่ดี จากการสำรวจของนิด้า พบว่า คนกรุงเทพฯ กว่า 60% อยากให้มีร้านค้าบนทางเท้าอยู่ เป็นเรื่องปากท้อง แต่เพื่อความยุติธรรมนอกจากช่วยร้านค้ามีที่ทำกิน แต่ต้องส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็กและแผงลอยให้มีพื้นที่ประกอบการกิจการที่เหมาะสม พร้อมสร้างจิตสำนึกที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ขาดไม่ได้นโยบายพัฒนาชุมชนแออัดให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดการบุกรุกที่สาธารณะ และที่สำคัญเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น จัดให้มี pocket Garden ในทุกชุมชน
สุดท้ายกรุงเทพฯ มีปัญหาขยะทางด้านอาหารถึง 50% นักวิชาการ สจล.เสนอให้ประสานตลาดและห้างร้านให้มีการหมุนเวียนอาหารที่มีคุณภาพดีและบริโภคได้ไปสู่ผู้ยากไร้และลดการเกิดขยะทางด้านอาหาร(Food Waste) อีกทั้ง ประสานให้เกิดความร่วมมือระหว่าง กทม. ชุมชน หน่วยงานภาคเอกชนและสถานศึกษา ให้มีส่วนร่วมและค่านิยมในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"
สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.
ปชป. เปิดตัว 'ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.' โชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. สู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ-ดร.โจ'
'สกลธี' เผยเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. เชื่อสู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ - ดร.โจ' มั่นใจได้ สก. มากกว่าเดิม
'ดร.โจ ชัยวัฒน์' ยื่นลาออก 'สส.ปชน.' ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นหนังสือลาออก สส.บัญชีรายชื่อ ต่อกลุ่มงานสารบรรณ ภ
ส้มชวนฝัน! ชีวิตคนกรุงเทพฯจะง่ายขึ้น หากมีผู้ว่าฯกทม. จากพรรคประชาชน
พรรคประชาชน เปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ 5 พ.ค. 5 โมงเย็นที่สามย่านมิดทาวน์ ขึ้นบิลบอร์ดแคมเปญใหญ่ 100 จุดทั่วกรุงเทพฯ พร้อมชวนตั้งคำถาม ‘กรุงเทพฯ ยากไปไหม?’
'หม่อมกร' รับสนใจลงชิง 'ผู้ว่าฯกทม.' รอคุยผู้ใหญ่ในพรรค
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวมีชื่อเตรียมลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ว่า โดยส่วนตัวยอมรับมีความสนใจลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จริง
'จุลพันธ์' ยันเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสนามการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯเหมือนครั้งที่แล้วก็ไม่ได้ส่ง โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคระดับชาติ ตอนนี้มุ่งนโยบายขับเคลื่อนในภาพใหญ่ ซึ่

