คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพโลกเดินทางถึงชิลี ร่วมจัดกิจกรรมเสริมสร้างมิตรภาพไทย-ชิลี ในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 60 ปี ณ วัดบาไฮ กรุงซันติอาโก
7 เม.ย.2565 - สถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมกับ สถาบันเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชิลี และชุมชนบาไฮแห่งชิลี จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมสำหรับชาวพุทธในชิลี ณ วัดบาไฮ กรุงซันติอาโก ในโอกาสที่คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพโลกได้จาริกมาถึงประเทศชิลี โดยมีพุทธศาสนิกชนและชุมชนบาไฮเข้าร่วมประมาณ 100 คน นับเป็นกิจกรรมเปิดตัวปีแห่งการเฉลิมฉลองการครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ชิลี เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา
นับตั้งแต่ออกพรรษาที่ผ่านมา คณะสงฆ์ชาวไทยที่จำพรรษาอยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรจำนวนหนึ่ง นำโดยพระสุธรรม ฐิตธัมโม ได้ออกเดินธุดงค์เผยแผ่พุทธศาสนาและรณรงค์สันติภาพโลกจากสหรัฐอเมริกาลงใต้ไปยังเม็กซิโก ผ่านอเมริกากลาง เข้าสู่อเมริกาใต้ที่โคลอมเบีย จาริกต่อไปยังเปรู โบลิเวีย ก่อนเข้าพำนักที่วัดหลวงอาร์เจนตินา เมืองชาสโคมุส สาธารณรัฐอาร์เจนตินา โดยก่อนหน้านี้ไม่มีพระสงฆ์จำวัดแต่ได้รับการดูแลโดยชุมชนที่น้องชาวลาว เมื่อถึงวัดแล้วคณะพระธุดงค์ได้ช่วยกันลงแรงซ่อมแซมวัดจนล่าสุดวัดหลวงอาร์เจนตินาสามารถใช้เป็นสถานที่จำวัดและปฏิบัติธรรมได้อีกครั้ง
ต้นเดือนที่ผ่านมา คณะพระธุดงค์ได้รับกิจนิมนต์จากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก สาธารณรัฐชิลี อีกฝั่งหนึ่งของเทือกเขาแอนดีส โดยคณะได้เดินทางถึงในช่วงเช้าของวันที่ 2 เมษายน 2565 นำโดยพระสุธรรม, พระมหาฐปกรณ์ โฆสธัมโม, พระมหาดำรงค์ นริสฺสโร และพระศุภชัย สุภาจาโร พร้อมโยมผู้ติดตามที่เดินทางจากสหรัฐอเมริกามาสมทบ อาทิ นางสาวไพลิน คำศิริ และนางสุชาดา คธาพิทักษ์
นางชนิดา กมลนาวิน เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงซันติอาโก และนายอธิการ คนไว เลขานุการเอกและกงสุล ให้การต้อนรับและถวายภัตตาหารคณะพระธุดงค์ ด้านพระสุธรรมได้มอบธงช้างเผือกอันเป็นธงชาติดั้งเดิมของราชอาณาจักรไทยแก่นางชนิดดาเพื่อเป็นสัญลักษณ์และขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งธงผืนดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัดตราดเป็นผู้มอบให้พระสุธรรมก่อนหน้านี้
เวลาบ่าย สถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมกับสถาบันเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชิลี และชุมชนบาไฮแห่งชิลี ร่วมจัดกิจกรรมเสริมสร้างมิตรภาพไทย-ชิลี ในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 60 ปี ณ วัดบาไฮ กรุงซันติอาโก (Santiago Baháʼí Temple) ซึ่งวัดบาไฮเป็นศาสนสถานของศาสนาบาไฮซึ่งเป็นศาสนาใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 19 รวมเอาคำสอนสำคัญของทุกศาสนามายึดถือปฏิบัติ รวมถึงการมุ่งสร้างสมานฉันท์แก่มนุษย์ทั้งโลก
นางชนิดาและคณะจากสถานเอกอัครราชทูต ตลอดจนผู้สนใจในการเจริญวิปัสสนากรรมฐานทั้งชาวไทยและชาวชิลีได้มาพร้อมกันประมาณ 110คน พระสุธรรมสอนการเดินจงกรม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ต่อมาพระมหาฐปกรณ์สอนเรื่องอาณาปานสติ นำจิตไปจับที่การหายใจเข้าออกเพื่อให้มีสติระลึกรู้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเช่นกัน โดยในการสอนสั้น พระสงฆ์ใช้ภาษาอังกฤษกล่าวผ่านล่ามที่แปลเป็นภาษาสเปนถ่ายทอดแก่ผู้เข้าปฏิบัติธรรม
วันต่อมา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก ได้นิมนต์คณะพระธุดงค์ไปในพิธีทำบุญปีใหม่ไทยหรือประเพณีสงกรานต์ซึ่งจัดขึ้นล่วงหน้า มีข้าราชการชาวไทย พี่น้องชาวไทย และชาวชิลีจำนวนหนึ่งเข้าร่วม
พระสุธรรม กล่าวแก่ญาติโยมผู้มาร่วมงานว่า สิ่งสำคัญที่สุดในทางพระพุทธศาสนาคือการทำที่ใจ คือการทำกุศลให้เกิดขึ้น ให้อยู่ในคุณธรรม หลักใหญ่ที่สำคัญ 2 ข้อ ได้แก่ 1. การตระหนักถึงการให้อภัย จะทำให้เราไม่ทุกข์ และ 2. การมีเมตตา จะทำให้เรามีความสุข เพราะในขณะที่เรามีความไม่พอใจใคร เราให้อภัยในขณะนั้นเราก็จะไม่ทุกข์ และในขณะเดียวกันเราก็จะมีความสุข จิตเบิกบานขึ้นมาทันที เพราะเราได้เจริญเมตตา นี่คือการทำที่ใจ คือเมื่อเราทำใจให้เบิกบาน จิตเราก็ไม่ทุกข์
พระธุดงค์ผู้เดินรณรงค์สันติภาพมาแล้วเกือบทั่วโลกท่านนี้ได้ยก “อักโกสกสูตร” ว่าด้วยพระพุทธเจ้าไม่รับคำด่าของพราหมณ์ ขึ้นมาอธิบายดังนี้
“พระพุทธเจ้าทรงถามพราหมณ์ว่า ‘ก็ถ้าว่ามิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกเหล่านั้นไม่รับของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มนั้นจะเป็นของใคร ?’ พราหมณ์ตอบว่า ‘พระโคดมผู้เจริญ ถ้าว่ามิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกเหล่านั้นไม่รับของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มนั้นก็เป็นของข้าพระองค์อย่างเดิม’
“ฉันใดก็ฉันนั้นเมื่อพราหมณ์ที่มาบวช มีเพื่อนมาเยี่ยมมาด่าทอว่าพราหมณ์ที่บวชเป็นภิกษุทุกวัน พราหมณ์จะคิดอย่างไร ถ้าพราหมณ์ไม่รับ มันก็เป็นของเขาใช่ไหม”
เมื่อคณะพระธุดงค์เสร็จกิจนิมนต์ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงซันติอาโก สาธารณรัฐชิลีแล้วก็ได้เดินทางต่อไปยังกรุงเม็กซิโกซิตี สหรัฐเม็กซิโก เพื่อสอนการฝึกสมาธิแก่ญาติโยมทั้งชาวไทยและชาวเม็กซิกันอีกเกือบ 2 สัปดาห์นับจากนี้ตามที่ได้รับนิมนต์มาจากหลายกลุ่มองค์กร.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จีนส่ง 'หวัง อี้' เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์
นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง
อดีตทูตนริศโรจน์ ชม 'อนุทิน' ต้อนรับ 'หวัง อี้' การทูตชั้นเซียน ตัดไม้ข่มนามกัมพูชา
นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกรัฐมนตรีขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว
'สีหศักดิ์' โชว์วิสัยทัศน์การทูต 2.0 เน้นเชิงรุกมียุทธศาสตร์ ทีมไทยแลนด์ต้องเป็นเอกภาพ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ด้านนโยบายการต่างประเทศระหว่างงานพบปะสื่อมวลชน ในหัวข้อการทูตในโลก ที่เปลี่ยนแปลง ไทยกำลังมุ่งไปทางไหน ( Thai Diplomacy in a changing world where are we heading?) ว่า วันนี้ได้พบปะสื่อมวลชนอีกครั้ง ครั้งที่แล้วที่เจอกัน ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
“โพธิคยาฯ”เซ็นเอ็มโอยูนำ “ธรรมะ-จริยธรรม“ สู่สันติภาพโลก
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวชชาลัย 980 (BGVI) องค์กรประเทศไทย และ ดร.ปราสัน ชาร์มา ประธานองค์กรพันธมิตรธรรมะ (Dharma Alliance) นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ทำงานใกล้ชิดกับองค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย “กรอบความร่วมมือ” เดินหน้าเสริมสร้างธรรมะและจริยธรรม
'ยุทธพร' วิเคราะห์ยุทธศาสตร์อนุทิน รับมือวิกฤตตะวันออก-กลาง เน้นเป็นกลาง รักษาดุลการทูต
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์บทบาทของนายกรัฐมนตรีไทย ต่อสถานการณ์ความขั
จีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและใช้การทูตเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและเจรจาทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยืดเยื้อมาเป็นวันที่สามแล้ว

