7 พ.ค.2565 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน นายประทีป ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการกองทุนของสำนักงานประกันสังคม ณ อาคาร Marina one
นายสุชาติ กล่าวว่า จากการศึกษาระบบการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการกองทุนของสำนักงานประกันสังคมสิงคโปร์ พบว่า สาธารณรัฐสิงคโปร์มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลาง หรือ Central Provident Fund (CPF) ซึ่งมีภารกิจและการดำเนินงานเหมือนกับกองทุนประกันสังคมของไทย ทั้งนี้ CPF ถูกจัดอันดับให้เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ดีที่สุดในเอเชีย และลำดับ 7 ของโลก โดยดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับคนทำงาน มีการเก็บเงินสมทบจากนายจ้าง และลูกจ้าง ทั้งนี้ อัตราขึ้นอยู่กับเงินเดือนและอายุของลูกจ้าง ที่ประมาณร้อยละ 37 ของเงินเดือน (นายจ้างร้อยละ 17 และ ลูกจ้างร้อยละ 20) และลดลงแบบขั้นบันไดเมื่ออายุเกิน 55 ปี โดยจะแบ่งสิทธิประโยชน์ เป็น 3 ส่วน คือ 1) บัญชีทั่วไป (Ordinary account) วัตถุประสงค์เพื่อที่พักอาศัย การลงทุน และการศึกษา) 2) บัญชีพิเศษ (Special Account) เพื่อการเกษียณอายุและการลงทุนหลังเกษียณ และ 3) รักษาพยาบาล (Medisave Account)
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ กระทรวงแรงงานให้ความสนใจกับเรื่องการสนับสนุนให้ประชาชนมีที่พักอาศัย โดยประชากรของสิงคโปร์กว่าร้อยละ 80 มีบ้านเป็นของตนเอง กระทรวงแรงงานจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาสิทธิประโยชน์ในเรื่องนี้ให้กับผู้ประกันตน โดยศึกษาจากแนวทางของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอนุญาตให้ใช้เงินบางส่วนในบัญชีประกันสังคมทั่วไป เพื่อใช้ในการซื้อที่พักอาศัย รวมทั้งมีโครงการบ้านจากรัฐบาลที่ราคาไม่แพงให้สามารถเลือกซื้อได้ โดยกระทรวงแรงงานจะนำข้อมูลที่ได้ในครั้งนี้ไปศึกษาเพื่อปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนและคนทำงาน เป็นการสร้างความมั่นคงในการดำเนินชีวิต และลดภาระค่าใช้จ่ายของคนทำงาน ที่ต้องผ่อนชำระค่างวด โดยไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และส่งต่อให้ทายาทได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.ทส. มอบนโยบายขับเคลื่อนการบริหารทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เน้นรับมือไฟป่า ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และแก้ปัญหาช้างป่า
วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และมอบนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนแก่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ณ ห้องประชุมอาคาร กปร.
รองนายกฯ “สุชาติ” แจ้งเตือนประชาชน–สถานประกอบการ เฝ้าระวังอุบัติภัยสารเคมีช่วงปีใหม่ 2569
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับหน่วยงานในสังกัด ทส.
“รองนายกฯ สุชาติ สั่ง คพ. จับตาลักลอบทิ้งสารเคมี 24 ชม. รุกสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมฉะเชิงเทรา ตรวจพบต้องสอบทันที”
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การลักลอบทิ้งกากของเสียและสารอันตรายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น
“รองนายกฯ สุชาติ” เป็นประธาน กก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบ EIA โครงการสำคัญ แก้ปัญหาอุทกภัย–เสริมบริหารจัดการน้ำ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
ทส. ร่วมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาเกาะสีชัง ตามพระบรมราโชบาย จ.ชลบุรี มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
วันนี้ (17 ธันวาคม 2568) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รองนายกฯ สุชาติ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการมรดกโลก เดินหน้าผลักดันแหล่งวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก
วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุม 1001 ชั้น 10 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาคารทิปโก้ และผ่านระบบประชุมทางไกล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี

