'ดร.เอ้' ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 80 ปี ของกรุงโซล เสนอ3แนวทางป้องกันกรุงเทพไม่ให้ซ้ำรอย

'ดร.เอ้'ถอดบทเรียนน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 80 ปี ของกรุงโซล ส่งสัญญาณแรงถึงเมืองหลวงทั่วโลก ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน คือ เรื่องจริง ถึงเวลาต้องปรับตัวหามาตรการรับมือที่ยั่งยืน เสนอ3แนวทางป้องกันน้ำท่วมรุนแรงใน กรุงเทพไม่ให้ซ้ำรอยกรุงโซล

12ส.ค.2565- ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความเรื่อง ถอดบทเรียน น้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 80 ปี ของกรุงโซล มีเนื้อหาดังนี้

“โซล” เป็นทั้งเมืองหลวงของเกาหลีใต้ และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ได้เผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 80 ปี จากฝนถล่มอย่างหนัก ทำให้กรุงโซลจมบาดาล สร้างความสูเสียต่อชีวิต และทรัพย์สิน มากเสียจนไม่สามารถประเมินค่าได้

ทำให้นึกถึงภาพยนต์เกาหลีรางวัลออสการ์ "Parasite" ที่ครอบครัวตัวละครเอก อาศัยอยู่ชั้นใต้ดินในอาคารเก่า ที่กรุงโซล กำลังจมน้ำ ท่วมหัว ขณะฝนตกหนัก น่ากลัวมาก แต่น้ำท่วมครั้งนี้ ยิ่งกว่าภาพยนต์ รุนเแรงเหลือเกิน
ผมจึงขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยครับ

ยิ่งไปกว่านั้น ลักษณะภูมิประเทศของกรุงโซล เป็นแอ่งราบลุ่มแม่น้ำ ล้อมด้วยภูเขาถึง 8 ลูก ต้องเผชิญภัยพิบัติดินถล่มอีก ยิ่งหนัก

สาเหตุหลัก คือ "ฝนตกหนัก ระบายน้ำออกจากเมืองไม่ทัน" ผลลัพธ์ คือ "จมบาดาล"
และ 80 ปี ไม่ได้บอกว่าอีก 80 ปีถึงโดนอีก อาจเป็นปีหน้าก็ได้ เพราะฝนตกรุนแรงเพิ่มขั้นทุกปี
เหตุการณ์น้ำท่วมที่กรุงโซล กำลังส่งสัญญาณแรงถึงเมืองหลวงทั่วโลก ให้ต้องตระหนักดังนี้

1. "ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน คือ เรื่องจริง" ปรากฏให้เราเห็นตอนนี้ ไม่ต้องรอทศวรรษหน้า ปัจจุบันนี้ ฝนตกหนักมาก แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่รุนแรง และจะหนักขึ้นทุกปี ทุกคนต้องปรับตัว หาทางรับมือให้ไวและทันท่วงที เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ในฤดูฝน

2. หลายประเทศต้องหันกลับมาพิจารณา วันนี้เรามี "มาตรการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ" ที่ใช้ได้จริงแล้วหรือยัง มีจุดอ่อนอะไรบ้าง มาตรการที่มีตอนนี้ ตอบโจทย์สภาวะปัจจุบันหรือไม่ เมื่อภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี

3. นอกจากมาตรการรับมือของภาครัฐ "ความพร้อมของประชาชน" ในการรับมือภัยพิบัติถือเป็นสิ่งสำคัญ ความรู้เรื่องภัยพิบัติต้องสอนตั้งแต่วัยเด็กเล็ก เกี่ยวกับวิธีเอาตัวรอด การพึ่งพาตนเอง หากอยู่ในสถานการณ์คับขัน ระหว่างรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ

สัญญาณจากโซลแรงขนาดนี้ ถึงเวลาต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลง หามาตรการรับมือที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับยุคสมัย

สำหรับประเทศไทย เมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ก็ประสบปัญหาฝนตก น้ำท่วมรอระบายไม่ทัน คล้ายกับกรุงโซล ส่งผลกระทบต่อประชาชนมาโดยตลอด และจะหนักขึ้นทุกปีๆ

ผมขอเสนอแนวทางป้องกันน้ำท่วมรุนแรงใน "กรุงเทพ" ไม่ให้สูญเสียเหมือน "กรุงโซล"
มี 3 ระยะ คือ

“ระยะสั้น” ทำได้ทันที จากเครื่องสูบน้ำดีเซล ที่ต้องใช้แรงงานคนมาเปิดปิด เปลี่ยนมาใช้ปั๊มสูบน้ำไฟฟ้า "ทำงานต่อเนื่องอัตโนมัติ" ทำงานเองทันทีเมื่อน้ำท่วม ไม่ต้องรอคนมาสตาร์ท และรอมาเติมน้ำมัน และจะหยุดทำงานเมื่อน้ำลด เพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำจากเดิมหลายเท่า ชีวิตคนกรุงเทพดีขึ้นทันที

“ระยะกลาง” สร้างแก้มลิงใต้ดินบริเวณพื้นที่ที่น้ำท่วใรอระบายไม่มีที่ไป สูบน้ำรับไม่ไหว สูบไม่ทัน คือ เมื่อฝนตก น้ำจะมีที่พักรอระบายใต้ดิน ก่อนสูบขึ้นเมื่อฝนหยุดตกแล้ว แบบนี้คนกรุงเทพก็ไม่จมน้ำ
มีข้อสังเกต "กรุงโตเกียว" ก็ได้รับอิทธิพลจากมรสุมครั้งนี้ แต่น้ำไม่ท่วม ส่วนหนึ่งก็เพราะมี "แก้มลิงใต้ดิน" เก็บพักน้ำฝนรอระบาย

“ระยะยาว” ไม่ใช่แค่น้ำฝน แต่กรุงเทพต้องระวัง น้ำเหนือไหลบ่า น้ำทะเลหนุนสูง เพราะหากป้องกันไม่ดี ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพเมื่อปี 2554 จะกลับมาอีกครั้ง และจะทวีความรุนแรง ความเสียหายมหาศาล การสร้างคันกั้นน้ำทะเลหนุน แนวชายทะเล ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ ไม่เช่นนั้นจะสายเกินไป

และขยายเส้นทางน้ำเหนือ สายหลัก ออกสู่ทะเล ไม่ใช่รอพึ่งแต่แม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น ยังไงก็รับไม่พอ
เย็นวันนี้ ที่กรุงเทพ ฝนกำลังตก แม้ไม่มาก รถก็ติดหนักมาก บางพื้นที่น้ำก็ท่วมแล้ว

กรณี "น้ำท่วมกรุงโซล" ถือเป็นการเตือน ที่เราต้องเตรียมตัว หาแนวทางป้องกัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนครับ

ด้วยความเป็นห่วงจริงๆครับ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.เอ้' ยกบทเรียน ฝนตกหนักที่สิงคโปร์ น้ำแห้งในหนึ่งชั่วโมง ทำได้ไง? เรียนรู้ไม่เสียหาย

'ดร.เอ้' ยกบทเรียนฝนตกหนักที่สิงคโปร์ น้ำแห้งในหนึ่งชั่วโมง ในอดีตเคยน้ำท่วมหนักไม่น้อยกรุงเทพ โดยมี 'เขื่อนกั้นน้ำมารีน่า'เป็นด่านป้องกันน้ำทะเลดันเข้ามาสร้าง 'แก้มลิงใต้ดิน' ช่วยพักน้ำรอการระบาย ใช้เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าอัตโนมัติ ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาเปิดปิด

'จุรินทร์' ควง 'มาดามเดียร์-ดร.เอ้' พบปะชาวบางกอกน้อย ฟุ้ง เลือดใหม่ไหลเข้า เสียงตอบรับดีมาก

'จุรินทร์-องอาจ'ควง 'มาดามเดียร์-ดร.เอ้-ชนินทร์' พบปะชาวบางกอกน้อย ฟุ้งเลือดใหม่ไหลเข้าพรรค ได้รับเสียงตอบรับดีมาก จะมีคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาในพรรคและจะทยอยเปิดตัวอีก จี้กกต.กำหนดให้ชัดเจนอะไรทำได้-ไม่ได้

ฝนตกน้ำท่วม ผู้ว่าฯกทม.เป็นแพะโดนด่าตลอด แนะแก้ที่ต้นเหตุ ปฏิรูปกรมโยธาธิการและผังเมือง

'พงศ์พรหม' ชี้ฝนตกยาวๆทีไรน้ำท่วมทุกที ผู้ว่าฯโดนด่าตลอด ด่าแพะผิดตัวเสมอ ระบุผังเมืองผิดทั้งเมือง กรุงเทพ เคยมี 3พันคลอง ถูกถมเหลือเพียง1พันคลอง ลอกคลอง ลอกท่อ ไม่พอระบายน้ำ แนะปฏิรูปกรมโยธาธิการและผังเมืองแก้ที่ต้นเหตุ