16 ส.ค.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติโครงการเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ปี 2565 ระยะที่ 1 โดยจัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้กรมประมงยืมสำหรับใช้ดำเนินการโครงการ วงเงิน 500 ล้านบาท มีกำหนดเวลาในการชำระคืนภายใน 3 ปี ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ พ.ศ.2565 – 2567 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงกุ้งทะเลแต่ขาดสภาพคล่อง ได้มีแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ
โครงการเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ปี 2565 ระยะที่ 1 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสภาพคล่องในด้านปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลและสร้างความมั่นคงทางอาชีพ โดยกรมประมงจะปล่อยกู้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล จำนวน 1,000 ราย ในพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลรวม 33 จังหวัด แบบไม่คิดดอกเบี้ย รายละไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตในการเลี้ยงกุ้งทะเล แบ่งเป็นค่าลูกพันธุ์กุ้ง 85,000 บาท และค่าอาหารกุ้ง 415,000 บาท ตลอดโครงการเกษตรกรจะได้รับสิทธิกู้รวมทั้งสิ้น 3 รอบการผลิต (รอบการผลิตเพาะเลี้ยงกุ้งประมาณ 3 เดือน) ภายในระยะเวลา 2 ปี แต่เกษตรกรจะต้องชำระหนี้ทั้งหมดก่อน จึงได้รับสิทธิในการขอกู้ในรอบการผลิตถัดไป ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดจะเปิดรับสมัครเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ผู้ประกอบการโรงเพาะฟักลูกกุ้งทะเล เพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการต่อไป
นางสาวรัชดากล่าวต่อว่า คุณสมบัติและเงื่อนไขของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลและผู้ประกอบการโรงเพาะฟักลูกกุ้งทะเลที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ 1.เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ต้องมีขนาดพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งรวมทั้งหมด 4 - 10 ไร่ และต้องเสนอรูปแบบการเลี้ยงกุ้งทะเลที่ประสบความสำเร็จภายหลังจากได้รับการอนุมัติ 2.ผู้ประกอบการโรงเพาะฟักลูกกุ้งทะเล ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการโรงเพาะฟักลูกกุ้งทะเลที่ผ่านการตรวจโรคลูกกุ้งทะเลจากกรมประมง (White List Hatchery) ของกรมประมง 3.จดแจ้งประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภทกิจการการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล (จสค.) เป็นต้น
นางสาวรัชดา ยังกล่าวถึง การอนุญาตให้นำเข้ากุ้งทะเลเพื่อการแปรรูป ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รายงานในที่ประชุมว่า เป็นความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ซึ่งไม่กระทบต่อราคากุ้งในประเทศอย่างแน่นอน เพราะเป็นการอนุญาตให้เฉพาะช่วงเวลาที่ผลผลิตภายในประเทศมีปริมาณน้อยไม่เพียงพอต่อการแปรูปเท่านั้น โดยห้องเย็นและโรงงานแปรรูปจะต้องรับซื้อผลผลิตกุ้งทะเลจากเกษตรกรโดยประกันราคาซื้อ – ขายขั้นต่ำ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไว้ ขณะนี้ ราคากุ้งทะเลขยับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยมา ส่วนเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ทางกรมประมงได้ดำเนินการอย่างรัดกุม มีการประเมินระบบการควบคุมโรคของทั้ง 2 ประเทศ ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลแช่แข็งสำหรับการส่งออกมายังประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดการแพร่กระจายเชื้อก่อโรคข้ามพรมแดนอย่างเด็ดขาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พท.' เฉ่งรัฐบาล! ดูแลปชช.ให้ดีกว่านี้ เยียวยาน้ำมันแพง-ต้นทุนเกษตร
'วิสุทธิ์' ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน เรียกร้องรัฐบาลดูแลให้ดีกว่านี้ เร่งออกมาตรการดูแลราคาพลังงาน ช่วยเหลือต้นทุนด้านเกษตร
ชาวนาระทม! ทุกอย่างแพงหมด ยกเว้นข้าวเปลือก บี้รบ.ลงพื้นที่ดูแล
ประชาชนในพื้นที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย รวมทั้งเจ้าของรถเกี่ยวนวดข้าว เจ้าของรถบรรทุก 6 ล้อ รับจ้างลากข้าว และเกษตรกรที่ทำนา ต่างพากันโอดครวญ
'บวรศักดิ์' สละเก้าอี้รองนายกฯ ครม.อนุทิน 2
“บวรศักดิ์” แจ้ง “อนุทิน” ไม่ขอรับตำแหน่งรองนายกฯ ในรัฐบาลชุดใหม่ โดยอ้างว่าอายุมากแล้ว
'จาตุรนต์' เกาะติดชีวิตเกษตรกรเลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา ตามหาน้ำมันดีเซลเติมเครื่องตีน้ำบ่อ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang
เกษตรกรกระอัก! ร้องนายกฯ น้ำมันไม่เพียงพอใช้งานเครื่องจักร ทำผลผลิตเสียหายย่อยยับ
นายเสถียร เสือขวัญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายสิงห์ชัย เรืองขจร ประธานคณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง นำกลุ่มเกษตรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปูทะเลราคาดี เกษตรกรเพชรบุรีจับขายได้ทุกวัน หนุนรายได้ชุมชน-เสริมความมั่นคงทางอาหาร
เกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลในจังหวัดเพชรบุรีมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาปูทะเลในตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะ “ปูไข่” ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 300–700 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของปู ส่วน

