'อนุชา' แจงรัฐบาลเดินหน้าอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล-ฟื้นป่าชายเลน

รัฐบาลให้ความสำคัญการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อก้าวสู่เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ

31 ส.ค.2565 - นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายและได้ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงความอุดมสมบูรณ์และมีประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ควบคู่ไปกับการรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมพื้นที่ชายฝั่งทะเล และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลได้รับรายงานการพิจารณาการศึกษา พร้อมข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เรื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ... สู่เป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ กรณีศึกษา ทรัพยากรป่าชายเลน และได้ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับเรื่องไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางและความเหมาะสมให้ข้อเสนอแนะได้ไปสู่การปฏิบัติ

นายอนุชากล่าวว่า ตามรายงานได้มีข้อเสนอแนะเพื่อให้การบริหารจัดการป่าชายเลนเป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกทำลายเพื่อให้เกิดความยั่งยืน อาทิ ควรผลักดันโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1:4000 (One Map) มาบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ สำหรับพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกทำลายและกลายสภาพไปเป็นเมือง และไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด และใช้หลักเกณฑ์และมาตรการในการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 เช่น จัดทำเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน พร้อมทั้งกันที่ดินส่วนที่อยู่ห่างจากทะเลไม่น้อยกว่า 100 เมตร

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้หารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามที่รัฐบาลมอบหมาย ได้เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา โดยขณะนี้กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ (One Map) ในพื้นที่ป่าชายเลน ท้องที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม, กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตราด และระยอง ซึ่งคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้รับทราบแล้ว นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เห็นควรมีมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนในการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกทำลายในปี พ.ศ. 2563 - 2564 จำนวน 185,758.04 ไร่ เป็นพื้นที่ชุมชนเมืองและสิ่งก่อสร้าง จำนวน 35,717.62 ไร่ และเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกรรม และอื่น ๆ จำนวน 150,040.42 ไร่

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เน้นย้ำการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและฟื้นฟูป่าชายเลน เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการดำเนินการนำพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกทำลายและคดีถึงที่สุดแล้ว นำกลับมาฟื้นฟูป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งได้ดำเนินการแล้วจำนวน 42 แห่ง รวมทั้งได้ดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่าชายเลนโดยองค์กรหรือบุคคลภายนอก โดยได้ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 - 2565 จำนวนกว่า 4 หมื่นไร่ และปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้จัดทำโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต โดยเชิญชวนหน่วยงานภาคเอกชนที่สนใจร่วมปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้วย” นายอนุชากล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว.พาเหรดอัดรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันพรวดจ่อดันค่าครองชีพ-ราคาสินค้าพุ่ง

สว.อัดรัฐบาลแจงปมราคาน้ำมันพุ่ง 6-8 บาท ลั่นเอื้อประโยชน์ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เชื่อค่าครองชีพ-ไฟฟ้า-สินค้าอุปโภค บริโภค พุ่งแน่

เขมรจุ้นดิ้นประท้วง! แถลงการณ์ไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 2543 อ้างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543

มติเอกฉันท์ กมธ.วุฒิสภา เห็นควรให้รัฐบาลยกเลิก MOU 2543 ชี้เหตุผลสำคัญ 6 ข้อ

กมธ.วุฒิสภา มีมติเอกฉันท์ ชงฉีก “MOU 2543” ด้วยเหตุผล 6 ข้อ ชี้กัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง-ขัดรัฐธรรมนูญไทย ชี้ผ่านมา 26 ปี ข้อพิพาทดินแดนไม่คืบหน้า คาดส่งมติเข้าที่ประชุมวุฒิสภา ภายใน เม.ย. นี้

กลุ่ม สว. จี้รัฐบาลเร่งแก้ รธน. แม้อยู่ในช่วงวิกฤตสงคราม-น้ำมัน แต่ทำควบคู่กันได้

"สว.นรเศรษฐ์-พรชัย" จี้รัฐบาลชี้แจงกรอบเวลาและแผนงานที่ชัดเจนในการนำประเทศไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ประเทศเผชิญวิกฤตสงครามและราคาพลังงาน แต่ประชาชนจำนวนมากยังรอคอย รธน.ใหม่ รัฐบาลสามารถทำควบคู่ไปกับการแก้วิกฤตดังกล่าวได้

วุฒิสภาศึกษาดูงานอุบลราชธานี เชื่อมงานวิจัยมหาวิทยาลัยสู่เศรษฐกิจจริง

คณะอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อน และติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา