
'ทิพานัน'ชวนประชาชนใช้ระบบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐผ่านแอปพิเคชันภาษีไปไหน หวังให้สังคมร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ และป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน
01 ก.ย.2565 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบกระบวนการทำงานและให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ในรูปแบบดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อรองรับกับพฤติกรรมและสถานการณ์ในความต้องการรับบริการผ่านช่องทางออนไลน์ของประชาชน และภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งให้สอดคล้องกับนโยบายข้อมูลเปิดภาครัฐ คือข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยต่อสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้พัฒนาข้อมูลเปิดภาครัฐเพื่อประชาชน ผ่านเว็บไซต์ govspending.data.go.th หรือเว็บไซต์ภาษีไปไหน? ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) และมีประชาชนเข้าไปใช้งานจำนวนมาก จึงพัฒนาแอปพลิเคชัน ภาษีไปไหน เพื่อมาอำนวยความสะดวกประชาชน ซึ่งสามารถโหลดได้ตามลิงค์นี้ ios : https://shorturl.asia/23Aw6 และ android : https://shorturl.asia/5zBP6
ทั้งนี้ เว็บไซต์และแอปภาษีไปไหนเป็นการนำเสนอภาพรวมรายได้การจัดเก็บของรัฐบาลจากกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และหน่วยงานอื่นๆ ภาพรวมรายได้ในส่วนของท้องถิ่น จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในด้านงบประมาณรายรับ-รายจ่ายของประเทศ ข้อมูลงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี ข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี และข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ร่วมกับสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลาง ด้วยการนำเสนอข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในรูปแบบภาพรวมสถิติต่างๆ ในรูปแบบ Dashboard และการจัดอันดับ Ranking ข้อมูลต่างๆ การแสดงข้อมูลในรูปแบบแผนที่ประเทศไทย และแสดงรายละเอียดแต่ละจังหวัดเพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยมีการแสดงข้อมูลในรูปแบบ Infographic
น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า ระบบนี้มีช่องให้ค้นหาชื่อไม่ว่าจะใช้คำสำคัญ เช่น ชื่อหน่วยงานภาครัฐ ชื่อบริษัทที่เสนอราคา สถานที่ โครงการต่างๆ รวมทั้งสามารถค้นหากำหนดขอบเขตการค้นหาให้แคบลง เช่น ปีงบประมาณ จะปรากฏข้อมูลที่ต้องการอย่างรวดเร็วและมีการอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งข้อมูลย้อนหลัง ทั้งนี้มีช่องทางเปิดให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับภาคเอกชนนำไปประมวลผลเป็นเรื่องอื่นๆได้
ทั้งนี้ข้อมูลสาธารณะที่เปิดเผยนั้น มีความละเอียด นอกจากระบุจำนวนเงินภาษีที่ใช้ไปกับโครงการใดบ้างแล้ว ยังแสดงแผนที่ตำแหน่งของโครงการ วันที่ลงนามในสัญญาและวันสิ้นสุดสัญญา และชื่อของผู้ชนะการประกวดราคาของโครงการ ที่สำคัญประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นและร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันได้อีกด้วย
“รัฐบาลมีความตั้งใจและจริงใจ ที่จะเปิดเผย ความโปร่งใส เปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้ภาษีของภาครัฐได้ทั้งระบบ ว่านำไปทำอะไรบ้าง เพื่อสร้างโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่น และสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้พยายามรวบรวมให้ได้มากที่สุด และจะพัฒนาต่อเนื่องขึ้นไปให้ดีที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ลบล้างคำถามที่ว่าภาษีไปไหน หรือเสียภาษีไปแล้วก็นำไปทำอะไรกันบ้าง ให้หมดไป”น.ส.ทิพานันกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์
รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย
ข่าวดี! สิงคโปร์แอร์ไลน์รับสมัครสาวไทย 100 อัตรา
โอกาสมาถึงแล้ว เปิดรับสมัครหญิงไทย ทำงานพนักงานต้อนรับสายการบิน Singapore Airlines Limited จำนวน 100 อัตรา เงินเดือน 3.8 หมื่น เริ่มสมัคร 16 ก.พ.
'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา
รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท
11-12 ก.พ.'กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก' เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5
ศกพ.แจ้งเตือน กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น 11–12 ก.พ. 2569 จากอิทธิพลลมตะวันออกและหมอกควันข้ามแดน
รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!
รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ
ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI
'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี

