
รองโฆษกรัฐบาลย้ำ ย้ายสิทธิบัตรทอง-เปลี่ยนหน่วยบริการ เกิดสิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน ลงทะเบียนผ่านออนไลน์ได้เลย
4 ก.ย. 2565 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายยกระดับสิทธิบัตรทอง สำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) แจ้งผู้ถือบัตรทอง หรือ บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ต้องการย้ายโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการในการรักษาพยาบาล สามารถย้ายสิทธิบัตรทองได้ด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน สำหรับสิทธิบัตรทอง หรือ สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้มากกว่า 1 ครั้ง แต่จะไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยในปัจจุบันที่มีการเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่างๆ บ่อยขึ้น เช่น คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา เป็นต้น
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ด้วยความก้าวหน้าของระบบราชการไทย และเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้การตรวจสอบข้อมูลของประชาชนทำได้แบบเรียลไทม์ สามารถตรวจสอบออนไลน์ได้ ส่งผลให้การดำเนินการย้ายสิทธิหน่วยรักษาบริการสามารถทำได้ทันที ไม่ต้องระยะเวลา 15 วัน เหมือนอดีตที่ผ่านมา โดยรัฐบาลต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือสิทธิบัตรทองได้เข้าถึงบริการสาธารณสุขมากยิ่งขึ้น ช่วยประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษา
สำหรับช่องทางลงทะเบียนย้ายสิทธิบัตรทองมี 2 ช่องทาง ดังนี้ 1.แอป สปสช. ดาวน์โหลดฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ทั้งระบบ Android และ iOS
2.ไลน์ สปสช.เพิ่มเพื่อนด้วยไอดี พิมพ์คำว่า @nhso หรือสอบถามเพิ่มเติม สายด่วน สปสช. โทร.1330 ตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนมั่นใจเวลาเจ็บป่วย มีหน่วยรักษาพยาบาลคอยดูแล และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย สามารถเข้ารับบริการฟรีตามนโยบายของรัฐบาล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินถกมาเนต ฟื้นสัมพันธ์2ปท. สร้างสันติภาพ
นายกฯ อนุทินเผชิญหน้า "ฮุน มาเนต" หารือผู้นำสามฝ่าย "ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์"
จับตาอนุทินพบฮุนมาเนต เขมรโทษไทยเปลี่ยนผู้นำถี่
"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต"
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
รบ.ชงแน่พรก.กู้เงิน4แสนล้าน
โฆษกรัฐบาลยัน ครม.สัปดาห์นี้เคาะแค่เรื่องเงินกู้ 4 แสนล้านบาท
โฆษกรัฐบาลเผยผลงาน 1 เดือนแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้
โฆษกรัฐบาล เผย แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ 1 เดือนแรกรัฐบาล เร่งยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข
ไทยหารือสหรัฐขยายความร่วมมือกวาดล้าง ‘คอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์’
โฆษกรบ. เผย ขยายความร่วมมือไทย–สหรัฐ กวาดล้าง “คอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์” ดันไทยสู่ Tier 1 ป้องกันค้ามนุษย์

