“ประยุทธ์ “สั่งทุกเหล่าทัพเตรียมหนุนช่วยประชาชน หวั่นฝนตกหนักสะสมต่อเนื่อง น้ำป่าทะลักและน้ำล้นตลิ่ง หากวิกฤตให้เปิดหน่วยทหารรับอพยพประชาชน
6 ก.ย.2565 - พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ได้กำชับสั่งการทุกเหล่าทัพ ที่มีหน่วยทหารในพื้นที่ทั่วประเทศ เตรียมยกระดับสนับสนุนรับมือกับสถานการณ์การเตือนภัย จากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านและปกคลุมไทย ส่งผลฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
โดยให้ประสานทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาในพื้นที่ และเตรียมปฏิบัติตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของแต่ละเหล่าทัพและหน่วยทหารในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะการติดตามเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้ให้กระจายกำลังเร่งด่วนเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชน ทรัพย์สินมีค่าออกจากพื้นที่ และหากจำเป็นวิกฤตให้เปิดพื้นที่หน่วยทหารรับการอพยพประชาชนเข้าดูแล พร้อมกันนี้ ให้สนับสนุนเคลื่อนย้ายกำลังพล เครื่องมือช่างและเครื่องสูบน้ำ เข้าแก้ปัญหาพื้นที่วิกฤตทันที เพื่อลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
โฆษก กห. เปิดเผยต่อว่า ขณะนี้ทุกเหล่าทัพได้กระจายกำลังพลกว่า 2,500 นาย รวมทั้งรถยนต์บรรทุกขนาดต่างๆ และเครื่องมือช่าง เช่น รถขุดตัก รถบรรทุกติดปั้นจั่น เรือท้องแบน เรือชนิดต่างๆ และ อากาศยานไร้คนขับ ลงพื้นที่สนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศต่อเนื่องมา โดยช่วยแจ้งเตือนภัย และอพยพประชาชนในพื้นที่วิกฤตและขนย้ายสิ่งของมีค่าไปยังพื้นที่ปลอดภัย การแจกจ่ายสิ่งของยังชีพในพื้นที่ การจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย การเปิดเส้นทางจากต้นไม้ที่ล้มกีดขวางเส้นทางสัญจร การจัดตั้งสะพานเร่งด่วนในเส้นทางที่ถูกตัดขาด และการจัดยานพาหนะอำนวยความสะดวกการสัญจร เป็นต้น
ขณะเดียวกัน หน่วยทหารในพื้นที่ ได้สนับสนุนเตรียมป้องกันพื้นที่เสี่ยง โดยนำกำลังพลและเครื่องมือช่าง ร่วมขุดลอกคูคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การบรรจุกระสอบทรายทำพนังกั้นน้ำในพื้นที่เขตเมือง แหล่งโบราณสถานและพื้นที่สำคัญ รวมทั้งการเปิดทางน้ำ การเร่งระบายน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำและเรือดันน้ำ ออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังลงลำน้ำสายหลัก ทั้งนี้ ทุกเหล่าทัพ ยังคงเสริมกำลังและทำงานร่วมกับ กทม.และ จว.ปริมณฑลอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันดูแลป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วมและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลต่อเนื่องกันไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรุงเทพฯและปริมณฑลอ่วม! วันนี้ฝนถล่ม 80%ของพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าในลักษณะทั่วไป
ไม่ต้องตื่นตระหนก! รัฐบาลรับมือน้ำท่วมได้ไม่ซ้ำรอยอดีต
“เอกนิติ” ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง ให้ความมั่นใจประชาชนยังบริหารจัดการน้ำได้ ย้ำ ผู้ว่าฯ สแตนบาย เตรียมความพร้อม บอก มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท ชี้ หากปริมาณน้ำฝนเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร ใช้วิธีผันน้ำออกตามคลองสาขา
เตรียมพร้อม! เช็กพื้นที่ฝนถล่มหนัก 23-27 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 - 27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
'ภราดร' ยันรัฐบาลไม่ล่าช้า แจ้งเตือนน้ำท่วม ฝนตกหนัก 23-26 ก.ย. เป็นมวลน้ำก้อนสุดท้าย
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมอุตุนิยม ออกประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักมาก ว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีการประชุมเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว โดยนำการพยากรณ์อากาศในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้มารายงานต่อที่ประชุม ทราบว่าระหว่างวันที่ 23 - 26 กันยายนนี้ จะมีปริมาณน้ำฝนปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงภาคเหนือตอนล่างบางส่วน จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้
กรุงเทพฯ-ปริมณฑล วันนี้ฝนถล่มร้อยละ 80 บางแห่งหนัก!
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและ
นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน

