นายกฯ ถกบอร์ดบีโอไอ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5 ปี เสริมแกร่งเอสเอ็มอี-วิสาหกิจชุมชน

นายกฯ ประชุมบอร์ดบีโอไอ เตรียมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี ย้ำให้ความสำคัญการพัฒนา SMEs Startup -วิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สอดคล้องศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างทั่วถึง

3 พ.ย.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 6/2565 (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาในประเด็นสำคัญ เช่น การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570)

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ซึ่งเป็นการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่ “เศรษฐกิจใหม่” โดยย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ SMEs Startup และวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างทั่วถึง โดยการดำเนินงานวันนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับ และมีการประเมินติดตามผลอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด เพื่อปรับการดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้บูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบทั้งแผนงาน แผนคน และแผนเงิน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

นายอนุชา กล่าวว่า พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการดำเนินการต่าง ๆ และการส่งเสริมการลงทุนต้องสอดคล้องกับการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนซึ่งรัฐบาลและทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการร่วมมือกันที่จะไปสู่เป้าหมายตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ต่อที่ประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) (COP26) ที่ผ่านมา (1 พฤศจิกายน 2564) ที่ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ ทุกภาคส่วน เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญของโลก โดยขณะนี้ประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งประเทศชั้นนำของโลกที่ดำเนินการในเรื่องของการแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง รวมถึงดำเนินการขับเคลื่อนเรื่องพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้าให้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงภาคธุรกิจเอกชนต่าง ๆ ในประเทศ เพื่อร่วมกันเดินหน้าไปสู่เป้าหมายตามที่กำหนดและประกาศไว้ นอกจากนี้การพัฒนาต้องทำทั้งสองด้าน ทั้งในส่วนของเก่าและของใหม่ ให้พัฒนาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการดำเนินการต้องสอดคล้องการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้าใน 5 มิติ ทั้งมิติสุขภาพ มิติความเป็นอยู่ มิติการศึกษา มิติรายได้ และมิติการเข้าถึงบริการภาครัฐ ตามนโยบายรัฐบาลในการช่วยดูแลประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องแก้ปัญหาความยากจนให้คนไทยอยู่รอด พอเพียง และมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมด้านการขนส่งทางอากาศและบริหารจัดการจราจรทางอากาศให้มีประสิทธิภาพ รองรับผู้โดยสารที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วง High Season ที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวและการเปิดประเทศตามนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันทำงานเกิดผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมาย

นายอนุชา กล่าวด้วยว่า สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 6/2565 นั้นสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะได้แถลงรายละเอียดให้รับทราบในโอกาสต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป. เปิดตัว 'อนุชา บูรพชัยศรี' ชิง ผู้ว่าฯ กทม. 'อภิสิทธิ์' การันตีมีประสบการณ์แก้ปัญหาคนกรุงได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กทม. นายกรณ์ จาตกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคฯ นายชัยวัฒน์ บรรณวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคฯ ทั้งนี้ยังมีอดีตผู้บริหารกทม.ในยุคต่างๆ ที่มีผู้ว่าฯกทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.

โฆษกรัฐบาล ยันไม่มีมติต่อใบอนุญาตทำงานให้แรงงานกัมพูชา

รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลทางออนไลน์เกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คน ที่ยังอยู่นอกระบบนั้น เป็นเพียงข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายกฯ สั่งคกก.นโยบายที่ดินฯ เร่งรับรองสถานะโฉนดชุมชนให้เสร็จใน 60 วัน 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องที่ดินทำกินเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้เกษตรกรและประชาชนมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองเพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต โดยในสัปดาห์ที่แล้วมีการยกเลิกระเบียบ

ครม. โละบอร์ดสรรหา 'คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน'

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม.เดิมเมื่อวันที่ 29 ต.ค.67 ที่เคยอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินห