'วรงค์' ฟาด 'อนุทิน' เลิกเล่นวาทกรรม 'กำแพง' ประชาชนรอแก้ปัญหาปากท้องอยู่

หัวหน้าไทยภักดี ซัดนายกฯ ควรวางตัวเป็นผู้ใหญ่ เลิกเสียเวลาทะเลาะผ่านวาทกรรม ชี้ประชาชนรอแก้ปัญหาปากท้อง พร้อมเรียกร้องคืนสิทธิ์บัตรคนจน 5 ล้านคน ฝากคำจากชาวบ้าน “คนจนไทยมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขี้รำคาญ”

10 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลคืนสิทธิ์บัตรคนจนให้กับประชาชนที่ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ว่า กรณีโฆษกรัฐบาลออกมาเชิญชวนให้ประชาชนที่ไม่ได้อุทธรณ์สิทธิ์ประมาณ 5 ล้านคน ตนอยากให้มีการทบทวนให้กับทุกคน

“ถ้าท่านลงพื้นที่จริงๆ ชีวิตประชาชนมันไม่ได้สะดวกสบายเหมือนที่พวกท่านอยู่ในทำเนียบฯ หรืออยู่ในสภาฯ ท่านบอกว่าประชาชนสามารถใช้แอปได้ ประชาชนใช้แอปไม่เป็น ท่านบอกว่าสามารถไปร้องเรียนในจุดที่รัฐบาลกำหนด โดยเฉพาะธนาคาร 5 สาขา มันสร้างความยุ่งยากกับเขามาก บางคนเดินทางทีครึ่งวันเพื่อไปร้องเรียน บางคนเป็นลม เสียชีวิต” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ประชาชน 5 ล้านคนที่ไม่มาอุทธรณ์สิทธิ์ ไม่ได้จะมีฐานะดีขึ้นทันทีทันใดภายใต้กฎเกณฑ์ที่รัฐบาลสร้างขึ้นมา ตนอยากย้ำกับรัฐบาลว่า เขายังเป็นคนจนเหมือนเดิม ดังนั้น ควรคืนสิทธิ์ให้กับคนจนเก่า

“ผมได้ไปลงพื้นที่ พูดคุยกับประชาชนจำนวนไม่น้อย สาเหตุที่เขาไม่ได้ไปอุทธรณ์ เพราะเขาเบื่อ เขารำคาญ 300 บาทไม่เอาแล้ว เขาสู้เพื่อเงิน 300 บาทต่อเดือน” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ตนเห็นรัฐบาลเอาเงินไปทำโครงการหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่จะทำเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวพลัส อะไรต่อมิอะไร แล้วแต่ท่านจะเรียก หรือแม้แต่เอาเงินกู้มาเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่อยากให้ท่านเห็นหัวกับคนจนเหล่านี้

“คนยากคนจนฝากผมให้มาบอกกับรัฐบาลเลยว่า คนจนไทย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขี้รำคาญ ท่านสร้างกฎเกณฑ์ทำให้เขาต้องเสียเวลาเยอะ เขาไม่เอา เขาบอกว่าถ้ารัฐบาลยังสร้างกฎเกณฑ์มากๆ เขาไม่เอาก็ได้ แต่เขาบอกจำไว้นะ วันหนึ่งคนจนจะลงโทษรัฐบาลชุดนี้” นพ.วรงค์ กล่าว

สำหรับกรณีหากเปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้วฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และจะนำเรื่องดังกล่าวไปอภิปรายด้วยหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ยังมีเวลาเยอะ ตนนั่งไล่ดูรัฐบาลชุดนี้มีเรื่องเยอะมากที่น่าสนใจ ต้องดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ตนเชื่อว่าพรรคหลักของฝ่ายค้านคงยังไม่อภิปรายทันที เรามีเวลา 4 เดือน และแต่ละวันๆ มีเรื่องที่น่าและหดหู่ใจเรื่อยๆ

ส่วนการประเมินผลงานของรัฐบาลชุดนี้ว่าผ่านหรือไม่นั้น นพ.วรงค์ กล่าวทันทีว่า ไม่ผ่าน เอาแค่เรื่อง TH-AI Passport ก็ตกแล้ว ตนต้องย้ำ เพิ่งเห็นข่าวนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาบอกว่าวันที่ 1 ก.ย. จะเริ่มโครงการ โดยเปลี่ยนเงื่อนไขจากเหมาแบ่งเป็น 5 งวด มาให้จ่ายเป็นรายเดือน ทั้งที่ตามหลักแล้วต้องเปิดประมูลใหม่ เพราะกระบวนการที่ได้มาล็อกสเปกมา ถ้าเปิดประมูลใหม่ ราคารายเดือนต่อหัวที่ประชาชนใช้จริงอาจจะถูกกว่านี้ก็ได้

“ถ้ารัฐบาลพยายามบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผมคิดว่าโอเค ประชาชนจะให้อภัย แต่ถ้าทำฮึกเหิม ไม่สนใจ คิดว่าตัวเองมีอำนาจ แล้วสร้างภาพเยอะเกิน ประชาชนจะไม่ให้อภัย” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ยังมีกรณีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงเรื่องเงินแบงก์พันหายไปจากระบบ 140,000 ล้านบาท ฝ่ายรัฐบาลต้องกระตือรือร้นที่จะต้องแก้ปัญหาแล้ว แต่ตนไม่เห็นคนของฝ่ายรัฐบาลคนไหนออกมาพูดเรื่องนี้เลย กลับกลายเป็นต้องปล่อยให้ฝ่ายค้านตัวเล็กๆ อย่างตนต้องมาดิ้นรน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่เงินเทา เงินทุจริตคอร์รัปชัน ที่ไปซุกอยู่ที่บ้านใครบ้างเราก็ไม่รู้

ต่อข้อถามว่า มีเรื่องให้อภิปรายจน “กำแพงรัฐบาล” ถูกทำลายได้หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า “โอ้ มันเยอะจริงๆ นะ” ก่อนจะหัวเราะ พร้อมกล่าวต่อว่า คงยังไม่สรุปเป็นอันใดอันหนึ่ง แต่มีหลายเรื่องเต็มไปหมดเลย ทั้งเรื่องฮั้ว สว. ที่ดินเขากระโดง แม้แต่เรื่องใหม่ๆ ก็ยังเป็นปัญหาอยู่

“ผมเห็นข่าวช่วงนี้ มีข่าววาทกรรม ฝ่ายค้านหลักเขาก็มีหน้าที่ในการแซะรัฐบาลตามหน้าที่ของเขา แต่รัฐบาลท่านควรจะต้องวางตัวเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ ไม่ควรมาสร้างวาทกรรมทะเลาะกันไปมา เพราะประชาชนไม่ได้อะไร ประชาชนต้องการให้ท่านมาแก้ปัญหาปากท้อง ประชาชนไม่ได้ต้องการรัฐบาลที่มาสร้างวาทกรรมผ่านไปวันๆ” นพ.วรงค์ กล่าว

ส่วนกรณีโพสต์ของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ส.ค. เรื่อง “กำแพง” นั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนเรียนตรงๆ คนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ควรมีเวลามานั่งทะเลาะกับใคร ไม่ต้องไปสร้างวาทกรรม

“ถ้าท่านนายกฯ ลงไปแก้ปัญหา จัดการให้เกิดความชัดเจน โช๊ะๆๆ แต่ละเรื่อง ไปข้างหน้าต่อ แต่วันนี้ท่านมานั่งหยุด มัวมานั่งทะเลาะ เขียนวาทกรรม เสียเวลาประเทศ” นพ.วรงค์ กล่าว

 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' อ้าแขนรับม็อบ รัฐบาลมองปชช.เป็นฝ่ายตรงข้ามไม่ได้

“อนุทิน” แจง เรียก ผบ.ตร. เข้าพบ ตามเรื่องยึดคืนหาดฟรีด้อม - มูลนิธิ อำนวยความสะดวกม็อบ ยินดีรับฟังข้อเรียกร้องที่มีเหตุผล ไม่ติดหากต้องไปรับหนังสือด้วยตัวเอง ย้ำทุกคนต้องทำตามสิทธิ์ที่มี ขออย่าพกอาวุธปืน

อนุทินยันสั่งสว.ไม่ได้

“อนุทิน” เคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ” แค่วาทกรรมโจมตี ยันรัฐบาลไม่คุม สว. ชี้ 3 อำนาจแยกกันชัด พร้อมรับศึกซักฟอกทุกเมื่อ ขอเป็นเวทีสร้างสรรค์ ไม่เชือดเฉือนระบายความโกรธ

นายกฯยํ้าอย่าตื่น วอนใช้ชีวิตปกติ!

นายกฯ ยันใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องตื่นตระหนกกักตุนเสบียง 72 ชม. ย้ำไทยมั่นคงทางอาหาร ชี้ต่างชาติเชื่อมั่นมองไทยมีความพร้อม ลั่นไม่มีทางปล่อยให้ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งต้องประสบสภาวะขาดอาหารจนถึงจุดที่เขาไม่สามารถดำรงชีพได้

‘Google’ลงทุน ทุ่มแล้ว2แสนล. ไทยยังโตได้อีก

“อนุทิน” เผย Google มองไทยมีพื้นที่โตอีกมากจากฐานลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ชูคนไทย-โครงสร้างพื้นฐาน-เสถียรภาพการเมืองเป็นแต้มต่อ พร้อมใช้ BOI Fast Track เร่งปิดดีลลงทุนใหม่

'ฉันทานุมัติ' ประชาชน โต้ครหาน้ำเงินกินรวบ

ท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ฝ่ายรัฐบาลกำลังเปิดยุทธการไล่ต้อนพรรคประชาชน (ปชน.) อย่างหนักหน่วง ทั้งในมิติการโต้ตอบข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์