'ดร.ธรณ์' สรุป 3 เรื่องร้าย 7 เรื่องดี ทางธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในไทยและโลก

31 ธ.ค.2565 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ว่า สรุปธรรมชาติ/สิ่งแวดล้อมส่งท้ายปี #10ดีร้ายที่เกิดในไทยและในโลก
ขอเริ่มจาก 3 เรื่องร้าย

1 - โลกเจอภัยพิบัตจากโลกร้อน เสียหายรุนแรงอย่างไม่เคยเจอมาก่อน
ปากีสถานน้ำท่วม 1 ใน 3 ประเทศ พายุเอียนสร้างความเสียหายกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญ
ฮีทเวฟและภัยแล้งในยุโรป/แอฟริกา จนถึงพายุหิมะตกทำลายสถิติที่เกิดขึ้นตอนนี้
สภาพอากาศสุดขั้วเป็นตัวการสำคัญ เมฆจุไอน้ำมากขึ้น พร้อมเทลงมาเป็นฝน/หิมะ เกิดน้ำท่วมฉับพลัน
คนไทยเริ่มรู้จักฝนโลกร้อน ตก 2-3 ชั่วโมงน้ำท่วมครึ่งคันรถ
มองไปข้างหน้า มีแต่จะเพิ่ม เพราะต้นเหตุคือก๊าซเรือนกระจกยังไม่ลด สร้างสถิติใหม่ๆ ทุกปี

2 - ผลกระทบโลกร้อนในทะเลเห็นชัด โดยเฉพาะแนวปะการังบางแห่ง ฟอกขาว/ไม่ฟื้น อ่อนแอ/เป็นโรค
Great Barrier Reef ในออสเตรเลียโดนหนักและต่อเนื่อง ของเมืองไทยเจอมากในอ่าวไทย
ยังรวมถึงแหล่งหญ้าทะเลหลายแห่งที่เปลี่ยนสภาพอย่างรวดเร็ว ทรายกลบ หญ้าน้อยลง เป็นสิ่งที่เจอในบางพื้นที่ทั้งอ่าวไทยและอันดามัน
เป็นสิ่งที่จะเกิดต่อเนื่องต่อไป และเป็นผลกระทบหนักที่หาทางแก้ยากสุดของทะเลในยุคนี้

3 - สัตว์หายากบางชนิดเริ่มมีแววว่าจะสูญพันธุ์ เช่น โลมาวาคีต้าในเม็กซิโกเหลืออยู่ 10 ตัว โลมาอิรวดีแม่น้ำโขงในกัมพูชาตายไปในปีนี้ 11 ตัว และตัวสุดท้ายในลาวตายไปแล้ว 😢
สาเหตุหลักๆ มาจากติดเครื่องมือประมง/ขยะแบบ Ghost Fishing
แสดงให้เห็นว่าบางทีเรารู้ปัญหาแต่ยังแก้ไขไม่สำเร็จ
ตามด้วย 7 เรื่องดี

4 - มนุษย์เริ่มตระหนัก ออกแรงลดก๊าซมากขึ้น เช่น มาตรการล่าสุดของ EU แบนสินค้าทำลายป่าไม้ ยังรวมถึง CBAM กำแพงภาษีคาร์บอนที่กำลังจะประกาศใช้
ข้อดีคือจะลดก๊าซได้จริงจัง แต่ประเทศที่ไม่เตรียมพร้อมย่อมเดือดร้อนไป เพราะจะเจอปัญหาหนักในการส่งออก

5 - ไทยเริ่มปรับเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจ ผมไปพูดเรื่องนี้ตลอดปีเป็นสิบๆ องค์กร เห็นชัดว่าผู้บริหารเริ่มตระหนักและกำลังหาทาง เนื่องจากทราบแล้วว่าเศรษฐกิจยุคใหม่ คุณไม่เขียว คุณไม่รอด
ปีหน้าฟ้าใหม่ เชื่อว่าจากสารพัดมาตรการที่ประเทศใหญ่ๆ จะบีบมา คงทำให้เศรษฐกิจโลว์คาร์บอนยิ่งเด่นชัด

ที่ชอบคือเวลาสอนนิสิต พวกเขาพวกเธอสนใจมากขึ้น กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ เพราะทราบแล้วว่ามันหมายถึงชีวิตการงานและความสุขในภายภาคหน้า
ไม่มีใครอยากผ่อนบ้านคอนโดทาวน์เฮ้าส์ที่น้ำจะท่วมเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่มีใครอยากทำงานกับบริษัทที่ยึดติดกับแนวคิดเดิมๆ และเสื่อมถอยไปในยุคสีเขียว

6 - ยอดจำหน่าย EV ในไทยถล่มทลาย เป็นปีแจ้งเกิดจริงๆ ครับ กลายเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน และมีแนวโน้มว่าจะทำให้ไทยไปต่อได้ในด้านนี้
มีหลายปัจจัยประกอบกัน แต่สุดท้าย EV รักโลกมากกว่า ทั้งประสิทธิภาพพลังงาน/ฝุ่น
EV เยอะขึ้นหมายถึงช่วยโลกได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ยังหมายถึงมลภาวะทางเสียง ฯลฯ
ความร้อนแรงของ EV คงต่อเนื่องถึงปีหน้า และอาจารย์ธรณ์กำลังคิดซื้อ EV เพิ่มอีกสักคันครับ 😊

7 - แผนฟื้นฟูอ่าวมาหยาสำเร็จ คุมเรือ/จำนวนนักท่องเที่ยวได้ จนโด่งดังไปทั่วโลก
มาหยาจุดประกายความหวังในการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวแบบรักธรรมชาิอย่างเข้มงวดในบ้านเรา
ทั้งโลกกำลังเน้นแหล่งท่องเที่ยวแบบแคร์ธรรมชาติมากกว่าลูกค้า เช่น มัลดีฟส์ มาเลเซีย อินโด ฯลฯ
ปีหน้าเป็นปีแห่งความหวังว่าเราจะขยายผลไปที่อื่นๆ ได้ และจะพยายามให้มากครับ

8 - #14สุดท้าย โลมาอริวดีในทะเลสาบสงขลา ปีนี้ดังมากจนคนรู้จักไปทั่ว ทำให้เกิดกระแสอนุรักษ์ และเริ่มมีความหวังว่าจะเห็นอะไรมากขึ้น
เป็นเรื่องร้ายที่เราเหลือแค่ 14 เป็นเรื่องดีที่เราทราบ ตกใจ และกำลังหาทางทำอะไรสักอย่าง
จะมาเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟังเรื่อยๆ ครับ

9 - แม่เต่ามะเฟืองกลับมาวางไข่ หลังจากเว้นว่างไป 1 ปี ทำให้ปีนี้เรามีไข่เต่ากว่า 600 ฟองจาก 5 รังที่พังงา และหวังว่าจะมีมากขึ้น
เป็นเรื่องดีแน่นอนที่ลูกเต่าที่เป็นสัตว์สงวนได้เกิดในทะเลไทย

จากการศึกษาพบว่าแม่เต่ามะเฟืองแค่ 5-6 ตัววางไข่ในบ้านเราในปัจจุบัน ถึงกระนั้นก็ทำให้เรามีลูกเต่าลงทะเลเกือบ 2 พันในช่วงผ่านมา 5-6 ปี
หากเรายังรักษาจำนวนแม่เต่าระดับนี้ไว้ได้ ลูกเต่าที่เกิดจะกลับมาทะเลไทยในอีก 20-25 ปี สร้างความหวังต่อเนื่องว่าพวกเธอจะไม่สูญพันธุ์จากบ้าเรา
10 - ไทยเสนอ #อันดามันมรดกโลก และ UNESCO รับเรื่องไว้แล้ว ปีหน้ายังไม่ถึงคิว ต้องรอปีต่อไป

แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะทำงานต่อเนื่อง เพื่อการรวบรวมข้อมูล วางแผนอนุรักษ์และจัดการ เพราะหากไม่ผ่าน คงไม่มีหวังอีกนานแสนนาน
ผมมั่นใจว่า อันดามันมรดกโลก จะเป็นจุดพลิกผันที่สำคัญของทะเลเรา
xxxxx

ส่งท้ายด้วยข้อพิเศษ = ความรักความเข้าใจโลกและทะเลของคนไทย เห็นชัดว่ากระแสอนุรักษ์เกิดขึ้นทั่วไป ทั้งการท่องเที่ยว การพัฒนา ฯลฯ อาจเป็นเพราะโลกร้อนทำให้เราเจอผลกระทบที่เกิดขึ้น ทราบดีว่าเรากับโลกต้องไปด้วยกัน ไม่ว่ามนุษย์จะก้าวหน้าขนาดไหน สุดท้ายเราก็แพ้ธรรมชาติหากเธอเกรี้ยวกราดขึ้นมา จึงเป็นความหวังใหญ่สุดในปีหน้าว่าเราจะปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจสังคมให้รักษาโลกมากขึ้น ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง

จึงอยากสรุปว่า โลกโกรธแล้วนะ หากปีหน้าไม่เอาใจเธอให้มากๆ เธอจะโกรธยิ่งกว่านี้ และเราจะลำบากยิ่งขึ้น ทางออกแสนง่าย ก็แค่รักเธอให้มากขึ้นครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.ธรณ์' เจอด้วยตัวเอง นักท่องเที่ยวเหยียบปะการังที่เกาะกูด แค่ฟอกขาวก็แย่มากแล้ว

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กระบุว่า ทราบดีว่าไม่มีใครอยากเหยียบปะการัง แต่คงต้องฝากช่วยดูแลกันให้มาก

ดร.ธรณ์ เปิดภาพปะการังไทยยุคทะเลเดือด บอกทำงานในทะเลเกือบ 40 ปี ไม่เคยเห็น

นี่คือปะการังไทยในยุคทะเลเดือด เป็นปะการังหน้าตาประหลาด ทำงานในทะเลมาเกือบ 40 ปี ผมไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน จนมาถึงยุคนี้แหละ

‘ดร.ธรณ์’ ชี้ธรรมชาติรับไม่ไหวแล้ว แจ้งเตือนรับมือฝนโลกร้อน

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ระบุข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก "Thon Thamrongnawasawat" 

‘ดร.ธรณ์’ น้ำตาซึม โลกร้อน ไข่เต่ามะเฟือง 120 ฟอง ไม่มีลูกเกิดแม้แต่ตัวเดียว

ไม่ว่าเราทุ่มเทขนาดไหน มีบางครั้งที่โลกไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวัง ไข่เต่ามะเฟืองของแม่ 14 กุมภา 120+ ฟอง ไม่ได้รับการผสมทั้งหมด ไม่มีลูกเต่าเกิดแม้แต่ตัวเดียว

ทะเลเดือดของจริง! 'ดร.ธรณ์' เผยอ่าวไทยร้อนเกิน 32 องศา อุณหภูมิน้ำสูงจนน่าสะพรึง

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า ทะเลเดือดของจริงมาถึงแล้วแม่เจ้าเอ๊ย เตือนเพื่อนธรณ์มาตั้งแต่ปีก่อน เอลนีโญบวกโลกร้อนจะทำให้ทะเลเดือด เ