
ดีอีเอสเตือนอย่าหลงเชื่อ ข่าวปลอม กรณีเอกสารหนังสือรับรอง และแสดงการยินยอม เงื่อนไขการรับวัคซีนโควิด 19
21 พ.ย. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ตามที่มีเอกสาร ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง เอกสารหนังสือรับรอง และแสดงการยินยอม เงื่อนไขการรับวัคซีนโควิด 19 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีเอกสารรับรอง และแสดงการยินยอม เกี่ยวกับการรับวัคซีนโควิด 19 ซึ่งได้ระบุว่าหากอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีนหน่วยงานจะชดเชยเป็นเงิน 10 ล้านบาท ด้วยนั้น ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวและชี้แจงว่า เป็นเอกสารปลอม โดยในการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่หน่วยบริการต่าง ๆ จะมีแบบคัดกรองสุขภาพว่าสามารถรับการฉีดได้หรือไม่ เช่น โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ประวัติการได้รับวัคซีน การแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบวัคซีน การติดเชื้อโควิดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ภาวะโรคประจำตัวที่อาการยังไม่คงที่ การตั้งครรภ์ การเจ็บป่วย การรับวัคซีนชนิดอื่นๆ ในระยะที่ผ่านมา เป็นต้น รวมทั้งให้คำแนะนำเรื่องประสิทธิผลของวัคซีน การปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันตนเอง อาการที่อาจพบได้และการปฏิบัติตัวหลังการฉีดวัคซีนโควิด 19 และอาการที่ควรไปพบแพทย์ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับทราบข้อมูล เข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 เพื่อตัดสินใจรับการฉีดวัคซีน ก่อนลงนามยินยอมฉีดวัคซีนโควิด 19 และผู้ให้บริการที่หน่วยบริการจะลงนามในแบบฟอร์มด้วย
สำหรับกรณีมีอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นผ่านโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ สปสช. เขตพื้นที่ ซึ่งมีคณะอนุกรรมการทั้ง 13 เขตทั่วประเทศดำเนินการพิจารณาเรื่องเงินเยียวยา โดยกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรไม่เกิน 4 แสนบาท, เสียอวัยวะพิการ ไม่เกิน 240,000 บาท, บาดเจ็บ/เจ็บป่วยต่อเนื่อง ไม่เกิน 1 แสนบาท ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ที่เว็บไซต์ https://www.moph.go.th หรือสอบถาม โทร 02 5901000
ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันแก้ไขปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โฆษกรัฐบาล' โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ 'อนุทิน' เตือนนักการเมืองอย่าแชร์ต่อ โดยไม่ตรวจสอบ
โฆษกรบ.ชี้ข่าวโพสต์โอนเงินเข้าบัญชี'อนุทิน' ต้นทางคือบัญชีที่ไม่มีตัวตน โพสต์ข้อความข่าวปลอมบิดเบือน ใส่ร้ายคนที่ต้องการจะทำร้าย
PEA เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อหรือแชร์ข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะข้อมูลที่กล่าวอ้างถึงการดำเนินงานขององค์กรและผู้บริหาร ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน คลาดเคลื่อน หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายต่อองค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ดีอี เตือน เพจปลอม เปิดเพจ “สนง.ทวงคืนความยุติธรรมและติดตามกู้คืนความเสียหายจากภัยออนไลน์” แอบอ้าง “ตำรวจ” ระวังโจรออนไลน์หลอกสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม
ดีอี เตือน SMS แนบลิงก์ปลอม แอบอ้าง “ห้างดัง” แจกเงิน 3,000 บ. ระวังถูกหลอก สูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม
ดีอี เตือน เพจปลอม มิจฉาชีพแอบอ้าง “ตร.” เปิดให้ผู้เสียหายโดนโกง ยื่นขอสิทธิรับเงินคืน ระวังถูกหลอก สูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
ขู่โทษหนักคุก 5 ปี! อย่าแชร์ข่าวปลอม ครม.ทุ่ม 497 ล้าน อัปเกรดพยากรณ์อากาศ
รัฐบาล ย้ำข่าวปลอมระบุ “ครม.เห็นชอบ งบ 497 ล้านบาท ยกระดับระบบพยากรณ์อากาศ” ยืนยัน ครม.ไม่มีมติอนุมัติโครงการจัดซื้อเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศ เตือนเผยแพร่ข่าวปลอม โทษหนักจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

