ข้าราชการ-ลูกจ้าง เกษียณ 1 ต.ค. 66 ยื่นรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองผ่านออนไลน์ได้ล่วงหน้า เริ่ม1 ก.พ.

31 ม.ค.2566- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการบริการภาครัฐมากยิ่งขึ้นผ่านระบบรัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้สอดคล้องกับริบทและก้าวทันเทคโนโลยีในปัจจุบัน ได้มีการยกระดับปรับเปลี่ยนการให้บริการผ่านระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้นตามลำดับ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้อำนวยความสะดวกให้กับข้าราชการและลูกจ้างประจำที่พ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 สามารถยื่นคำขอรับบำเหน็จบำนาญล่วงหน้าผ่านออนไลน์ ก่อนวันครบเกษียณอายุได้ 8 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป โดยสามารถยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญต่อส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Pensions’ Electronic Filing) หรือ ระบบ e-Filing ผ่านเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง หรือผ่านแอปพลิเคชั่น “Digital Pension” ได้ เพื่อให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุได้รับบำเหน็จบำนาญและสิทธิสวัสดิการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้รับบำเหน็จบำนาญและเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน สามารถขอรับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้แล้ววันนี้ ผ่าน 4 ช่องทาง คือ 1. แอปพลิเคชั่น“Digital Pension” ทั้งระบบ iOS และ Andriod 2. เว็บไซต์ https://dps.cgd.go.th/efiling-pension 3. ส่วนราชการผู้เบิก โดยให้ติดต่อส่วนราชการผู้เบิกเพื่อขอให้ส่งหนังสือฯ ตามที่อยู่ปัจจุบัน หรือไปรับได้ที่ส่วนราชการผู้เบิก และ 4. กรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังเขต/สำนักงานคลังจังหวัด ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมบัญชีกลาง โทร.02-270-6400 ในวัน เวลาราชการ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งทีม 'Task Force' ลุยกวาดล้างแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ

รัฐบาลผนึกกำลัง ตั้ง Task Force ลุยกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ แฝงตัวในกลุ่มแรงงานไทยผิดกฎหมาย เข้มตรวจสารเสพติด คัดกรองแรงงานทุกด่าน ฟื้นความเชื่อมั่นจากเกาหลีใต้ต่อแรงงานไทย

รัฐบาลยกระดับคุ้มครอง 'ผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง' เริ่มเกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับคุ้มครอง 'ผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย. ดูแลดอกเบี้ย ค่าบริการ และสิทธิลูกค้าให้เป็นธรรม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างครบวงจร

‘พาณิชย์’เตือนซื้อออนไลน์ระวังเจอปลอมเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตือนนักช็อปออนไลน์ ระวังซื้อสินค้าแล้วเจอของปลอม เผยมีทั้งกลุ่มเครื่องสำอาง อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ระวังซื้อไปแล้วอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ ไฟฟ้าลัดวงจร แนะพิจารณา 7 ข้อควรระวัง ก่อนซื้อ

ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินห

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

นายกฯนั่งหัวโต๊ะเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF World Bank ปี 69 พรุ่งนี้ ต้อนรับผู้ร่วมประชุมกว่า 1.5 หมื่นคน จาก 191 ประเทศ  10 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า  ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก โดยนายกฯ ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างมาก เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นเพียง 1 ใน 3 ประเทศของโลก ที่เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง โดยอีก 2 ประเทศคือ ญี่ปุ่นและตุรกี  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อศักยภาพและเสถียรภาพของไทย สำหรับการประชุมประจำปีฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ  โดยรัฐบาลไทยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนจากประเทศสมาชิกกว่า 191 ประเทศ นายกฯ ได้ให้แนวทางกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ต้องทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่คือโอกาสสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ การเรียนรู้เทคโนโลยีการเงินใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว และ Soft Power ของไทยสู่สายตามผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ที่เดินทางมาจากทั่วโลก ทั้งนี้  รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวคิดหลักของการประชุมว่า  “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เพื่อสะท้อนบทบาทประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่