เลขา ครป. จี้ตรวจสอบเงื่อนงำ รองผอ.ซีไอเอ พบนายกฯประยุทธ์

24 พ.ย.2564 - ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ตลิ่งชัน นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เดินทางมารายงานตัวตามที่พนักงานสอบสวนนัดส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีต่อพนักงานอัยการ หลังจากขอเลื่อนนัดหมายมาก่อนหน้านี้ ในคดีละเมิด พรก.ฉุกเฉินฯ การชุมนุมที่สวนสันติพร อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม ระหว่างวันที่ 4-5 เมษายน 2564 และได้หนังสือขอความเป็นธรรมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยขอให้ชะลอเวลาออกไปเพื่อสอบพยานเพิ่มเติมอีก 5 คน หากเป็นคดีที่ไม่เป็นธรรมและทำให้เสียเวลาพนักงานอัยการในการพิจารณาคดีที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทั้งการสอบไม่ครบถ้วนกระบวนความ ซึ่งทำให้เป็นภาระของอัยการและศาลสถิตยุติธรรม ขอให้อัยการสั่งไม่ฟ้องต่อไป

นายเมธา กล่าวช่วงหนึ่งว่าควรมีการตรวจสอบการเดินทางมาของรอง ผอ.ซีไอเอที่มาพบนายกรัฐมนตรีมากกว่าว่ามาตกลงกันเรื่องอะไร ทำไมประชาชนไทยไม่ทราบและมีความโปร่งใสหรือไม่ รัฐบาลนำภัยความมั่นคงมาให้ประชาชนจากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจหรือไม่ เพราะอาจมีการอนุญาตให้ซีไอเอนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางทหารเข้าไปยังสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ที่จังหวัดเชียงใหม่และอาจเป็นภัยต่อประเทศ เพราะมีโครงการก่อสร้างอาคารใหม่ที่ใช้งบกว่า 8.8 พันล้านบาท ทั้งๆ ที่มีไม่กี่อาคารแต่มีห้องใต้ดินถึง 7 ชั้น ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐกันชนของมหาอำนาจไม่ต่างจากเกาหลีใต้-เกาหลีเหนือในที่สุด

ทั้งนี้ตนอยากตั้งข้อสังเกต การที่รัฐมนตรีว่าการประทรวงการต่างประเทศของไทยเดินทางแอบไปพบกับ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ถึงพม่า เพียง 4 วันหลังให้คำมั่นกับสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เท่ากับไปรับรองรัฐบาลเผด็จการพม่าที่มาจากการรัฐประหารใช่หรือไม่ และการส่งของบริจาคไปให้ถึง 17 ตัน เท่ากับสนับสนุนสงครามกลางเมืองภายในพม่าให้กองทัพมินอ่องหล่ายใช้ปราบปรามประชาชนพม่านั่นเอง ซึ่งจะขัดกับพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยสนับสนุนสงครามหรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเพื่อนบ้าน และเมินข้อเสนอและจุดยืนของอาเซียนเพื่อสันติภาพและประชาธิปไตยในภูมิภาคร่วมกัน

โดยวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะครบรอบ 10 เดือนการรัฐประหารภายในพม่า ครป.จะร่วมกับองค์กรประชาชนระหว่างประเทศรณรงค์ในเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อให้เปิดประชาธิปไตยภายในทั้ง 2 ประเทศโดยเร็ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รมว.กห. ไทย–เวียดนาม หารือกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง เดินหน้าความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน

ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงด้านความมั่นคงของไทย ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้

'อนุทิน' โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิก วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคง ดันแลนด์บริดจ์

เวลา 08.30 น. ณ โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าก

นายกฯอนุทิน ตอกพวกไลฟ์สดป่วนชายแดน เป็นภัยสังคม ต้องส่งไปรพ.ศรีธัญญา

นายกฯ ขอ ปชช.ไม่ต้องกังวล เหตุยั่วยุชายแดนไทย-เขมร เย้ย "กังฟู" แฉบ่อนเอี่ยวนักการเมือง บอกเรื่องมั่นคงของจริงไม่มีใครไลฟ์บอกน่าส่งไปศรีธัญญา

ทบ.ย้ำความพร้อมด้านความมั่นคง เสริมฐานที่มั่น–พัฒนาเส้นทาง บริเวณช่องสะงำ

 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่สื่อออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อสังเกตเกี่ยวกับพื้นที่บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์

แม่ทัพภาคที่ 4 ติดตามทวงคืนรุกที่หาดบางเทา หาดฟรีด้อม หาดนุ้ย ตามข้อสั่งการนายกฯ

พลโทนรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานการประชุม ติดตามตรวจเยี่ยมจังหวัดภูเก็ต โดยมี พลตรี ยุทธนา เพชรม่วง เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4/เลขาธิการ กอ.รมน ภาค 4

กอ.รมน. แจงคืบหน้าคดีลอบเผา-ระเบิดปั๊มชายแดนใต้ 11 จุด พบหลักฐานมัดตัวการใหญ่

กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า เผยความคืบหน้าคดีป่วนใต้บึ้มปั๊ม ปตท. 11 จุด ขยายผลรวบเครือข่ายก่อเหตุแล้ว 16 ราย ดำเนินคดี 8 ราย พร้อมออกหมายจับอีก 25 ราย พบหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มัดตัว "บูรฮานุดีน" โยงถึง 3 จุด คาดเป็นตัวการใหญ่ทีมประกอบ-ลำเลียงระเบิด