
26 กรกฎาคม 2569 – นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กล่าวถึงกรณีตามที่มีข่าวว่า นพ.สรณ อาจจะเดินทางมาร่วมประชุม กสทช. ครั้งที่ 23/2569 วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 นี้ หลังบินกลับมาจากภารกิจที่สหรัฐอเมริกา เพราะว่ามีวาระเรื่องโครงการกองทุน USO ที่ค้างอยู่ โดยจะมีการเกณฑ์พนักงานบางส่วนมาให้กำลังใจนั้น
ความจริงแล้ว นพ.สรณ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้แล้ว และจะต้องถูกปฏิเสธจากคณะกรรมการ กสทช.ที่เหลือ เนื่องจากคณะกรรมการสรรหาได้วินิจฉัยถือเป็นสิ้นสุดแล้ว เมื่อถือว่าสละสิทธิ์ถือว่าไม่เคยเป็นประธาน กสทช.มาก่อน จึงไม่เหลืออำนาจใดที่จะเข้าประชุมพิจารณาอะไร จะแต่งตั้งใครหรือจะฟ้องศาลปกครองได้อีก เหลือเพียงคำวินิจฉัยต่อไปว่า นพ.สรณ จะต้องคืนเงินเดือนและค่าตอบแทนหรือไม่ ซึ่งคาดว่ามีจำนวนมากกว่า 100 ล้านบาท จากเงินเดือนและค่าเสียโอกาสกว่า 450,000 บาทต่อเดือน เงินเดือน 150,000 บาทของที่ปรึกษา 4 คน ไม่รวมเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศอีกจำนวนมาก โดยนักกฎหมายหลายคนเห็นว่าหากมีความสุจริตใจแต่แรกอาจได้รับการอนุโลมตามกฎหมายไม่ต้องคืนเงินเดือนและค่าตอบแทน
ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาพิจารณาประเด็นการเป็นลูกจ้างค่าตอบแทนรายชั่วโมงของ นพ.สรณ ระหว่างวันที่ 8 มกราคม ถึง 12 เมษายน 2565 เท่านั้น โดยอ้างว่าลาออกจากพนักงานของรัฐแล้วโดยเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ซึ่งทำให้พบคุณสมบัติมีลักษณะต้องห้าม จึงถือว่า “สละสิทธิ์” ตั้งแต่ก่อนเสนอโปรดเกล้าตามกฎหมาย แต่ความจริงแล้ว นพ.สรณ ไม่ได้ลาออกจาก “พนักงานมหาวิทยาลัย” ก่อนวันที่ 8 มกราคม 2565 ตามเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด แต่ยังเป็นพนักงานอยู่จนถึง 12 เมษายน 2565 ตามจดหมายรับรองของมหาวิทยาลัยมหิดลก่อนโปรดเกล้าแต่งตั้งด้วย จึงถือว่าเป็นอีกความผิดทั้งสองกระทงที่รายงานไว้ใน กมธ.ไอซีที วุฒิสภา
ขณะที่หลักฐานรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรดา (ภ.ง.ด. 90) จากกรมสรรพากร พบว่า นพ.สรณ ยังคงทำงานเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงอยู่กับ รพ.รามาฯ หลังโปรดเกล้าเป็น ประธาน กสทช.แล้ว โดยมีรายรับปีละเกือบ 1 ล้านบาท ขณะที่รายรับจาก รพ.เอกชน อาจจะมากกว่าหลายเท่าตัว
ความเสียหายจึงเกิดขึ้นกับ กสทช.อย่างมหาศาลที่ผ่านมา ไม่ว่า นพ.สรณ จะสุจริตใจจริงหรือไม่ หรือทราบแต่แรกว่าขัดต่อกฎหมายแต่ยังปฏิบัติหน้าที่ซ้ำซ้อนต่อแม้ว่าจะได้รับการโปรดเกล้าทำหน้าที่ประธาน กสทช.แล้วก็ตาม การพิจารณาดับเบิ้ลโหวต การใช้อำนาจหน้าที่แต่งตั้งบุคคลและที่ปรึกษาประจำ การโหวตควบรวมธุรกิจที่อาจเกิดการผูกขาด ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องมีการผ่าตัด กสทช.ในอนาคต เพื่อให้ กสทช.ได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะของชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง
ในความเห็นของผม ตาม พรบ.กสทช. มาตรา 20 วรรคหก ระหว่างรอสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาสรรหา กสทช. คนใหม่แทน นพ.สรณ กรรมการ กสทช.ที่เหลืออยู่ 6 คน ต้องประชุมรีบเลือกประธานรักษาการชั่วคราว และเลือกรักษาการเลขาธิการคนใหม่ จะได้มีสำนักงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สำนักงานโดยรักษาการเลขาธิการคนใหม่ ทำเรื่องแจ้งวุฒิสภาและนายกรัฐมนตรี พร้อมนัดแจ้งวันเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ตามกฎหมายต่อไป ระหว่างนี้กสทช.โดยประธานรักษาการชั่วคราวสามารถแต่งตั้งรักษาการรองเลขาธิการไปด้วยเพื่อเข้าสู่กระบวนการรอเปลี่ยนโครงสร้าง เมื่อประธาน กสทช.คนใหม่ได้รับการโปรดเกล้าลงมาแล้วก็สามารถเริ่มสรรหาเลขาธิการ กสทช.ตัวจริงได้ต่อไป
วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 นี้ ตามที่มีข่าวว่า จะมีการเกณฑ์พนักงานและลูกจ้างที่มาปฏิบัติงานในวันดังกล่าวให้ไปร่วมให้กำลังใจส่ง นพ.สรณ เข้าห้องประชุมเวลา 09.00 น. นั้น ผมอยากเชิญชวนให้พนักงานและลูกจ้างที่มาปฏิบัติงานในวันดังกล่าว ร่วมกันผ่าตัด กสทช. และไปให้กำลังใจ รักษาการประธาน กสทช. คนใหม่ ที่จะมีการเลือกในที่ประชุมกันแทนครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ศาลปกครอง’จ่อเช็กบิล สำนักงานกสทช.ตัดตอน
“ปกรณ์” แจง 11 ข้อหลักกฎหมาย ยันคำสั่งทางปกครองบังคับใช้ทันที เตือนอย่าใช้โวหารสร้างความเชื่อบิดเบี้ยวแก่สังคม “สำนักงาน กสทช.”
'ปกรณ์' เปิด 11 ข้อ หลักสำคัญ คำสั่งทางปกครอง คลี่ปมร้อน 'หมอสรณ'
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงหลักกฎหมายว่าด้วยคำสั่งทางปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม
วิกฤต กสทช. ประชุมล่มครั้งที่ 8 กับทางออกเชิงนิติธรรมและหลักกฎหมายปกครอง
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง วิกฤต กสทช. ประชุมล่มครั้งที่ 8 กับทางออกเชิงนิติธรรมและหลักกฎหมายปกครอง มีเนื้อหาดังนี้
'ไตรรัตน์' แจงข้อกฎหมายยิบ! บอกสำนักงาน กสทช.พร้อมจัดประชุมให้ปฏิบัติหน้าที่ตาม กม.
สำนักงาน กสทช. อำนวยความสะดวกจัดประชุม กสทช. อย่างเต็มที่ เพื่อให้ กสทช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ยึดหลักปฏิบัติให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ลากยาวปลด"สรณ-ปธ.กสทช." เกมพลิก ศึกยืดเยื้อ
หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.เพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา กสทช.ที่วินิจฉัยว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.มาตั้งแต่ต้น ไว้พิจารณา และให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งในเรื่องคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีของ นพ.สรณต่อไป
'ปกรณ์' ยันคำสั่งศาลปค.สูงสุด ยังไม่กระทบขั้นตอนทูลเกล้าฯ ให้ 'หมอสรณ' พ้นประธานกสทช.
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นให้รับฟ้องคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กรณีวินิจฉัยคุณสมบัติของตนเองไว้พิจารณาจะส่งผลเรื่องขั้นตอนการทูลเกล้าฯ

