ฉุดไม่อยู่! 'ไทย-ซาอุ' ตกลงปรับเพิ่มขนส่งผู้โดยสารจากเดิม 9 เป็น 42 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

14 ก.พ.2566 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 14 ก.พ. 66 ได้รับทราบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย พร้อมกับเห็นชอบต่อร่างหนังสือแลกเปลี่ยนทางการทูตของฝ่ายไทย (เนื้อหาเหมือนกับบันทึกความเข้าใจฯ) และมอบให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการแลกเปลี่ยนหนังสือทางการทูตยืนยันการมีผลบังคับของบันทึกความเข้าใจฯ ต่อไปสำหรับบันทึกความเข้าใจฯ นี้เกิดขึ้นจากที่คณะผู้แทนไทยและซาอุดีอาระเบีย ได้มีการประชุมเจราจาเพื่อปรับปรุงสิทธิการบินระหว่างกัน เมื่อเดือน ส.ค. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาคณะกรรมการผู้แทนรัฐบาลเพื่อพิจารณาความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศกับรัฐบาลต่างประเทศได้มีมิตรับทราบผลการเจรจาดังกล่าว โดยบันทึกความเข้าใจฯ จะมีผลบังคับใช้เมื่อ 2 ฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนหนังสือทางการทูตระหว่างกันน.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  บันทึกความเข้าใจฯ และหนังสือแลกเปลี่ยนทางการทูต มีเนื้อหาครอบคลุม ประเด็นพิกัดเส้นทางการบินระหว่าง 2 ฝ่าย จากแบบกำหนดจุดเป็นพิกัดเส้นทางบินแบบเปิด, ความจุ ความถี่ กำหนดเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสาร จากเดิมฝ่ายละ 9 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เฉพาะเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสาร เป็น ฝ่ายละไม่เกิน 42 เที่ยวบิน/สัปดาห์สำหรับเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสาร  และไม่จำกัดจำนวนเที่ยวสำหรับเที่ยวบินขนส่งสินค้า, การทำการบินเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ซึ่งสายการบินของทั้งสองฝ่ายจะทำการขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่เดินอากาศ โดยต้องไม่กระทบต่อการทำการบินแบบประจำนอกจากนี้ บันทึกความเข้าใจฯ ยังครอบคลุมถึงกรณีทำการบินโดยใช้ชื่อเที่ยวบินร่วมกัน (Code-Sharing)โดยสายการบินที่ทั้ง2ฝ่ายกำหนด จะมีสิทธิทำการบินโดยใช้ชื่อเที่ยวบินร่วมกันกับสายการบินของประเทศคู่ภาคีทั้งสิ้นทางระหว่างประเทศและเส้นทางภายในประเทศ รวมถึงสามารถใช้ชื่อเที่ยวบินร่วมกันกับสายการบินประเทศเดียวกันและร่วมกันกับสายการบินของประเทศที่สาม, การใช้อากาศยานเช่า โดยสายการบินของแต่ละฝ่ายอาจเช่าอากาศยาน [หรืออากาศยานพร้อมลูกเรือ(wet lease)] จากบริษัทหรือสายการบินใดๆ เพื่อทำการบินได้,การกำหนดสายการบิน ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถแต่งตั้งสายการบินที่กำหนดได้หลายสายน.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการเจรจาเพื่อปรับปรุงสิทธิการบินระหว่าง 2 ประเทศ จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้การทำการบินของสายการบินทั้ง 2 ฝ่าย มีความคล่องตัว เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนการตลาดให้การบริการเกิดความคุ้มทุนมากขึ้น  ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกแก่ผู้โดยสารด้วย นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจการขนส่งสินค้า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าและการบริการระหว่าง 2ประเทศให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ และยังเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งระดับรัฐบาลและระดับธุรกิจของ 2 ประเทศด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดเจ๋ง! เด็กไทยสร้างชื่อเวทีโลก คว้า 127 รางวัล แข่งคณิตศาสตร์

เด็กไทยสร้างชื่อเสียงระดับโลก คว้า 127 รางวัล แข่งขันคณิตศาสตร์และคณิตคิดเร็วระดับนานาชาติ ครั้งที่ 46 ที่สิงคโปร์ บินกลับถึงไทย

20 ลูกเรือ 'มยุรี นารี' ถึงไทย บริษัทยันจ่ายค่าจ้างเต็ม บวกเงินพิเศษพื้นที่สงคราม

20 ลูกเรือ 'มยุรี นารี' จากโอมานเดินทางถึงไทยแล้ว ก.แรงงาน - กต. จัดทีมต้อนรับ อำนวยความสะดวก เผยบริษัทจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน พร้อมค่าตอบแทนพิเศษทำงานพื้นที่สงคราม

'สุวรรณภูมิ' ระดมจนท.ดูแลผู้โดยสารที่ถูกยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลาง

จากสถานการณ์การสู้รบโจมตีอิหร่าน ของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ทำให้มีสายการบินแห่ยกเลิก เที่ยวบินที่ต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง แห่ยกเลิกเที่ยวบิน ที่ต้องผ่านน่านฟ้าหลายประเทศในตะวันออกกลาง

จับคาสนามบิน! หนุ่มเกาหลี ลักลอบสัตว์แปลกกว่า 400 ตัว พบจิ้งจกแคระ-แมงมุม-ตะขาบ ใส่กระเป๋าเข้าไทย

นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ตามที่ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร

คดีพลิก! ผบ.ตร. เผยวัตถุปริศนาว่อนสุวรรณภูมิ เป็นแสงเครื่องบิน-หมู่ดาว ไม่พบบินโดรนพื้นที่ต้องห้าม

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงการตรวจพบโดรนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ได้รับรายงานเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าพบวัตถุลักษณะคล้ายโดรนบินอยู่บริเวณปลายเส้นทางบินรันเวย์ที่ 1 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังรับแจ้งได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค