'โบว์' วอนสื่อหยุดบิดเบือนเรื่องวัคซีนโควิด คำแนะนำหมอถูกดิสเครดิตทุกวัน

25 พ.ย.2564 - "โบว์" ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กว่า #สื่อต้องหยุดบิดเบือนเรื่องวัคซีน เพื่อประโยชน์ของสังคม ขอพูดตรงๆและเรียกร้องจรรยาบรรณจากเพจข่าวไทยรัฐทีวีนะคะ สำหรับข่าววันที่ 24 พ.ย. ที่พาดหัวว่า “สูตรไขว้ดับ” ทั้งที่ในเนื้อข่าวผู้ตายเพิ่งฉีดวัคซีนโมเดอร์นามา เป็นเพศชายอายุ 26 อาการก่อนตายที่ญาติบรรยายไว้คล้ายอาการของคนกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดยากแต่พบได้กับเพศชายอายุต่ำกว่า 30 ที่ฉีดวัคซีน mRNA อยู่แล้วและเป็นสถิติทางการแพทย์ที่รับรู้ตรงกันทั่วโลก แต่ทั้งที่ยังสรุปสาเหตุการตายไม่ได้ สื่อกลับพยายามชี้นำโดยการพาดหัวให้คนเข้าใจว่าสาเหตุเป็นเพราะวัคซีนสูตรไขว้

โดยหลักการสื่อไม่ควรสรุปอะไรก่อนการชันสูตรโดยแพทย์ทั้งสิ้นเพราะคุณไม่มีข้อมูลภาวะที่เฉพาะตัวของร่างกายแต่ละคน และโดยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เท่าที่มีจนถึงวันนี้ การเสียชีวิตหลังฉีดเข็มสองก็ไม่สามารถเชื่อมโยงอะไรกับวัคซีนเชื้อตายเข็มแรกที่ฉีดไปได้เลย เพราะวัคซีนเชื้อตายเป็นวัคซีนที่ไม่ซับซ้อนและให้ผลกับร่างกายคนปกติเหมือนการเคยติดเชื้อจริงที่อ่อนแอมาแล้วเท่านั้น แต่สื่อก็ยังพยายามโยงให้คนเข้าใจผิด และการสื่อสารสาธารณะด้วยคำว่า “สูตรไขว้ดับ” โดยสื่อกระแสหลักแบบนี้จะสร้างความหวาดกลัวให้สังคมและอาจมีผลต่อการควบคุมโรคได้

สิ่งที่ควรเป็นที่ทั้งรัฐและสื่อควรทำ คือการให้ข้อเท็จจริงกับสังคมว่าวัคซีนแต่ละชนิดมีความเสี่ยงอย่างไรในสถิติกี่เปอร์เซ็นต์กับกลุ่มอายุและเพศอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจโดยประเมินความเสี่ยงตามข้อเท็จจริงได้เอง และเมื่อเกิดเคสที่ผิดปกติต้องรายงานข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาไม่บิดเบือนหรือชี้นำ โดยเฉพาะการชี้นำในลักษณะแบบฟันธงโดยไร้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างสิ้นเชิงเช่นครั้งนี้

โดยส่วนตัวในฐานะของประชาชนที่ศึกษาและเข้าถึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ระดับโลกได้นั้น อดทนมามากแล้วกับการเห็นการบิดเบือนและความชุ่ยของบางสื่อในการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ใส่ใจหลักฐานทางการแพทย์ และบางแห่งก็เต็มไปด้วยอคติ

ทั้งที่ในความเป็นจริงก็คือ การออกแบบแผนการฉีดวัคซีนในเมืองไทยโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางนั้น เป็นไปตามหลักการแพทย์สากล คำนึงถึงความปลอดภัยและเพื่อประโยชน์ในการบริหารวัคซีนโดยเฉพาะในช่วงที่วัคซีนขาดแคลนเนื่องจากกำลังผลิตไม่เพียงพอกับปริมาณความต้องการ และมีการกักตุนจากบางกลุ่มประเทศชั้นนำจนวัคซีนเกือบหมดอายุและการกระจายวัคซีนในโลกเสียสมดุลย์ กระทั่ง WHO ต้องออกมาเรียกร้องให้ทำการบริจาค แม้แต่โครงการ COVAX ก็ยังจัดหาได้ไม่พอ จนองค์กรผู้จัดหาต้องสั่งวัคซีนเชื้อตายที่รับมือกับโควิดสายพันธุ์ใหม่ได้น้อยกว่าไปเสริมกำลังเมื่อเร็วๆนี้

ข้อเท็จจริงเหล่านี้สื่อไทยหลายสำนักก็เพิกเฉยที่จะนำเสนอ คนที่ไม่สามารถอ่านข่าวต่างประเทศได้เองก็ไม่มีโอกาสได้รับรู้เลย

เราอยู่ในสังคมที่กำลังพยายามรับมือกับโรคระบาด ในขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผู้รับผิดชอบในการให้คำแนะนำถูกดิสเครดิตอยู่ทุกวัน โดยคนที่ไม่ใส่ใจแม้แต่จะแสวงหาข้อเท็จจริงพื้นๆมาให้สังคม
คิดว่าพฤติกรรมแบบนี้น่าจะพอได้แล้วค่ะ คนทั้งโลกยังต้องเดินทางอีกไกลกว่าเราจะพ้นวิกฤตไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์

'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก

ชัยชนะในเมืองหลวงของพรรคส้ม กับข้ออ้างเฟกนิวส์ใน LINE กลุ่มหมู่บ้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลทันที เมื่อปรากฏคำชี้แจงถึงสาเหตุความพ่ายแพ้ในภาพรวมของพรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” ที่ขัดแย้งกับหลักความจริงอย่างย้อนแย้ง

ข่าวปลอม! กองทัพไทย ยันรัสเซียฝึกทหารไทย กู้ทุ่นระเบิด PMN-2 ไม่เป็นความจริง

กองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงกรณีภาพว่อนโซเชียลที่มีการระบุข้อความว่า "กองทัพรัสเซีย ฝึกทหารไทย เก็บกู้ทุ่นระเบิด PMN2" ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ปรากฏ

เตือนหยุดแชร์ข่าวปลอม ตร.ทั่วประเทศตั้งด่านตรวจสำเนาทะเบียนรถ ไม่มีโดนปรับ 2 พัน

พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับเรื่อง “พรุ่งนี้ ตำรวจจราจรทั่วประเทศจะเริ่มตั้งด่านเพื่อตรวจสำเนาทะเบียนรถ

ทีมกฎหมายภูมิใจไทย แจ้งเอาผิด 'สื่อใหญ่' แพร่ข่าวเท็จจับหัวคะแนนโยงพรรคใหญ่ซื้อเสียงที่พิจิตร

นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวว่า กกต.จับหัวคะแนนพรรคการเมืองใหญ่ซื้อเสียงว่า ช่วงการเลือกตั้งสื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์