รู้ยัง! ผู้กู้ยืม 'กยศ.' สามารถแจ้งขอลดการหักเงินเหลือ 100 บาทต่อเดือนได้


25 ก.พ.2566 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ดำเนินการช่วยเหลือลูกหนี้แล้วในหลายด้าน เช่น การปรับปรุงรูปแบบการจ่ายชำระคืน การปรับปรุงลำดับการตัดชำระหนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ให้กับผู้ที่มีปัญหา เพื่อให้ลูกหนี้มีภาระที่ลดลง

นางสาวรัชดา กล่าวถึง กรณีที่มีประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์โพสต์ ข้อความเกี่ยวกับการหักเงินเดือนของลูกหนี้ กยศ. พร้อมเอกสารแสดงตัวอย่างโดยระบุว่า กยศ. หักเงินเดือนลูกหนี้อย่างโหด ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ชี้แจงว่า "จากกรณีที่มีหนังสือของกองทุนปรากฏในข่าวนั้น เป็นหนังสือที่กองทุนได้ส่งถึงหน่วยงานนายจ้างเพื่อแจ้งวิธีการคำนวณเงินรายเดือนเพื่อชำระหนี้คืนกองทุนด้วยการหักเงินเดือน ซึ่งตัวเลขที่ระบุในหนังสือเป็นตัวเลขตัวอย่างของผู้กู้ยืมที่มียอดผิดนัดชำระหนี้สูง แต่ในทางปฏิบัติเมื่อผู้กู้ยืมได้รับหนังสือดังกล่าว ผู้กู้ยืมสามารถยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้หรือขอไกล่เกลี่ยกับกองทุนแล้วแต่กรณี และสามารถขอปรับลดจำนวนที่หักเงินเดือน โดยชำระขั้นต่ำ 100 บาทต่อเดือนได้

"รัฐบาลพร้อมดำเนินการช่วยเหลือและให้โอกาสเด็กทุกคน ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้ทุกคน สำหรับผู้กู้ยืมที่ต้องการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ กยศ ขอเชิญร่วมงาน "พร้อมใจไกล่เกลี่ย แก้หนี้ครัวเรือน" ซึ่งจัดขึ้นโดย กรมบังคับคดี และ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงาน และสถาบันการเงินกับลูกหนี้ได้เจรจาไกล่เกลี่ยและหาทางออกร่วมกัน เพื่อช่วยลดปริมาณคดีที่จะขึ้นสู่ศาล โดยผู้กู้ยืมที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย สามารถกลับเข้ามาสู่ระบบการชำระหนี้ให้เป็นปกติได้ โดยกำหนดจัดกิจกรรมจะจัดขึ้น ณ ชั้น 1 อาคารที่ทำการกระทรวงยุติธรรม (แจ้งวัฒนะ) ตามกำหนดการดังนี้ วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2566 วันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2566 วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2566 วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2566 วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2566 วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม 2566 และวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2566" นางสาวรัชดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินห

นายกฯ สั่งในห้องประชุมครม. เดินหน้าต่อ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หลังมีผลบังคับใช้แล้ว

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ก่อนเริ่มการประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้แจ้งเรื่องพระราชกำหนด

นายกฯนั่งหัวโต๊ะเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF World Bank ปี 69 พรุ่งนี้ ต้อนรับผู้ร่วมประชุมกว่า 1.5 หมื่นคน จาก 191 ประเทศ  10 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า  ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก โดยนายกฯ ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างมาก เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นเพียง 1 ใน 3 ประเทศของโลก ที่เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง โดยอีก 2 ประเทศคือ ญี่ปุ่นและตุรกี  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อศักยภาพและเสถียรภาพของไทย สำหรับการประชุมประจำปีฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ  โดยรัฐบาลไทยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนจากประเทศสมาชิกกว่า 191 ประเทศ นายกฯ ได้ให้แนวทางกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ต้องทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่คือโอกาสสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ การเรียนรู้เทคโนโลยีการเงินใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว และ Soft Power ของไทยสู่สายตามผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ที่เดินทางมาจากทั่วโลก ทั้งนี้  รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวคิดหลักของการประชุมว่า  “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เพื่อสะท้อนบทบาทประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

เปิด 2 กฎหมายลูก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน วางกรอบใช้เงิน-ประเมินผลเข้มทุก 6 เดือน

รายงานข่าวจากทำเนียบแจ้งว่าจากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมามีมติเห็นชอบร่างพระราชกำห