“บิ๊กตู่” ลงนามแล้ว-ยอมให้ชาวบ้านบางกลอยกลับหมู่บ้านดั้งเดิมป่าใหญ่ใจแผ่นดิน เตรียมเรียก ทส.-อุทยานฯขันน็อตเดินหน้าสู่แผนปฎิบัติ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนบุก ทส. ยื่นหนังสือถึงปลัดเรียกร้องคำสั่งให้ “ชัยวัฒน์” ออกจากราชการด่วน
21 เม.ย.2566 - นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ในการแก้ไขปัญหาชุมชนบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
นายอนุชากล่าวว่าหลังจากนี้จะเชิญคณะกรรมการอิสระฯ มาประชุมโดยด่วน รวมถึงผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกรมอุทยานฯเพื่อมารับบัญชาของนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการคืนความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านบางกลอย
"ขณะนี้คำสั่งออกมาแล้วว่าให้กรมอุทยานฯ เข้าไปสำรวจตามมาตรา 64 แห่ง พรบ.อุทยานฯ ดังนั้นในวันประชุมก็จะให้กรมอุทยานฯ รายงาน ซึ่งไม่น่าเกิน 60 วัน ทุกอย่างคงเรียบร้อยเพื่อให้เสร็จสิ้นก่อนมีรัฐบาลใหม่ หลังจากนั้นรัฐบาลใหม่ก็จะมารับหน้าที่ขับเคลื่อนตามแนวทางนี้ต่อไป” นายอนุชา กล่าว
สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ ที่นายกรัฐมนตรีลงนามนั้น มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 70 พรบ.อุทยานแห่งชาติ มาตรา 64-65 รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฎิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ทั้งนี้ได้มีสำรวจชาวบ้านบางกลอยโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจำนวน 732 คนมีความประสงค์จะอยู่อาศัยในพื้นที่ชุมชนบางกลอย หมู่ 1 (บริเวณบ้านบางกลอย-โป่งลึก) ใช้แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการส่งเสริมอาชีพโดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ และให้การเยียวยากลุ่มราษฎรที่ได้รับผลกระทบ จากการโยกย้ายชุมชน
กลุ่ม 2 ชาวบ้านบางกลอยที่ประสงค์จะกลับไปดำรงวิถีชีวิตด้วยระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียนในพื้นที่บางกลอยบน (พื้นที่ดั้งเดิมในป่าใหญ่ในแผ่นดิน) จำนวน 150 คน ใช้แนวทางพัฒนาพื้นที่ต้นแบบส่งเสริมระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ตามหลักการคุ้มครองสิทธิทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยดำเนินการผ่านการจัดโครงการศึกษาเชิงทดลองแบบมีส่วนร่วม และมอบหมายให้ ทส. แต่งตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยประสงค์จะกลับไปดำรงวิถีชีวิตด้วยระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ และ ทส.ดำเนินการสำรวจการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามวิถีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และจัดทำแผนที่ระบุขอบเขตการใช้ประโยชน์ทีดินตามมาตรา 64 และจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยขอสนับสนุนภาพถ่ายทางอากาศบริเวณพื้นที่บางกลอยบน จากกรมแผนที่ทหาร และขอความอนุเคราะห์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อ่านวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ พิสูจน์ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานและการทำเกษตรแบบไร่หมุนเวียน
วันเดียวกัน ที่สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชน กว่า 10 องค์กร อาทิ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ได้ร่วมยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทส. ในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4 คน เพื่อเรียกร้องให้ปลัดกระทรวง ทส. ปฏิบัติตามหน้าที่และใช้อำนาจตามกฎหมาย โดยไม่ละเว้น โดยมีคำสั่งหรือดำเนินการให้มีคำสั่งให้จำเลยทั้ง 4 ออกจากราชการโดยด่วน เนื่องจาก นายชัยวัฒน์และพวกตกเป็นจำเลยในคดีอาญาร้ายแรง หลังพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ อท.166/2565 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและข้อหาอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม
นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย
เสี่ยแฮงค์ อนุชา อดีตแชมป์ สส.ชัยนาท ใส่เสื้อชัยนาทฮอร์นบิล เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิเพื่ออนาคตประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฏร เขต 1 จังหวัดชัยนาท เดินทางไปที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 1 ศาลาปู่หิน ต โพนางดำตก เทศบาลตำบลโพธิ์พิทักษ์ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และประชามติ
อนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นหาเสียงบ้านเกิด ตลาดโพนางดำขอคะแนนชนะขาดทั้งคนทั้งพรรค เข้าไปแก้ไขปัญหา เป็นปากเสียงคนในพื้นที่
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นที่ตลาดโพนางดำ อ. สรรพยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายอนุชาและเติบโตที่นี้
โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ‘อนุชา’ หาเสียงช่วย ‘วุฒิพงษ์’ เขต 2 อยุธยาเบอร์ 6 ขอคะแนนให้วุฒิพงษ์ ไปยกมือให้อาจารย์เชนเป็นนายกฯ ย้ำสานต่อนโยบาย 30 บาทแน่นอน
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์3 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวุฒิพงษ์ พวงทอง ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 6 ณ ลานแสงฟ้า ต. ปากท่า อ. นครหลวง ซึ่งเป็นการปราศรัยรวมทุกเขต ทุกอำเภอ ของเขต 2 คือ อ.นครหลวง อ.ท่าเรือ อ.มหาราช อ.บางปะหัน และอ.บ้านแพรก
‘อนุชา’ ผู้สมัคร สส. เขต 1 ชัยนาท เพื่อไทย เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบกลุ่ม อสม. และเดินตลาดหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ ประชาชนดีใจกลับมาอยู่เพื่อไทย พร้อมขอให้สานนโยบายที่ดีต่อ
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย เบอร์3 ลงพื้นที่ พูดคุยกับพี่น้อง อสม. หมู่ 5 ต.ชัยนาท อ.สรรพยา และเดินตลาดหางน้ำสาคร ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มาเดินตลาด
‘อนุชา’ ลุยอยุธยา สิงห์บุรี ช่วย อัณณพ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 1 วุฒิพงศ์ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 2 และนัฐยุทธ ผู้สมัครสส.สิงห์บุรี เขต 1 ประชาชนในพื้นที่ชื่นชอบนโยบายพรรค อยากส่งลูกหลานสานต่อนโยบายพรรคเพื่อไทย
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.จ.ชัยนาท เขต 1 เบอร์ 3 ลงพื้นที่หวัดพระนครศรีอยุธยา หาเสียงช่วยนายวุฒิพงศ์ พวงทอง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 จุด ที่บริเวณ วัดเขียนลาย ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก ละวัดจันทร์ ต.บางพระครู อ.นครหลวง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้สมัคร และได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

