
22 พ.ค.2566-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธีรยุทธ สุวรรณเกสร ทนายความพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เดินทางมายื่นเรื่องต่อ กกต. เพื่อขอให้พิจารณากรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกลที่มีนโยบายแก้ไข ยกเลิกมาตรา 112 มีการใช้หาเสียง มีแบบแผนการทำงานต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะเข้าข่ายตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัย เกี่ยวกับสถาบันว่าเป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลาย ทำให้ด้อยค่าสถาบันหลักของชาติ ทำให้สถานะของสถาบันหลักของชาติต้องเสื่อมสูญลง
“ผมจึงนำเอกสาร 88 แผ่น ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยของศาล 2 เรื่อง มายื่นต่อ กกต.เพื่อพิจารณา และส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยเรื่องนี้เพื่อยับยั้งไม่ให้เรื่องบานปลาย ทั้งนี้ขอยืนยันว่าตนเป็นเพียงประชาชนคนเล็กๆ ไม่มีความสามารถที่จะไปกลั่นแกล้งพรรคการเมืองใหญ่”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กกต.’กางมติคดีฮั้ว แจงยิบข้อกล่าวหา4-7/พิสิษฐ์จี้ใช้มาตรฐานเดียว138สว.
กกต.เปิดมติสอบฮั้วเลือก สว.ทั้ง 427 คน ระบุข้อกล่าวหาที่ 4-7 ส่งศาลฎีกาดำเนินคดีอาญา 77 ราย
'พิสิษฐ์' เช็กบิล สว.ส้ม กระตุก 'กกต.' ใช้มาตรฐานเดียวกัน 138 คน
“พิสิษฐ์’ จี้ สว.สีส้ม เข้ากระบวนการแบบที่ 138 คนไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมไม่ใช่ ตั้ง 5 ข้อสังเกต สงสัย สว.ส้มประชุม ‘จูปิเตอร์’ แต่ทำไมริบโทรศัพท์-แยกสีริสแบน ไล่ดู ‘เทวฤทธิ์-นันทนา’ ล็อกไว้แล้วหรือไม่ ทำไมต้องปิดห้องไม่ให้สื่อเข้า
กกต.ไม่ตกเป็นเป้านิ่งเปิดหมด 427 รายชื่อ ใครโดนร้องใครรอด ใครร่วงดูกันชัดๆ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าว เปิดผลมติ 427รายชื่อ ข้อกล่าวหาที่ 3
นักกฎหมายสรุปง่ายๆ องค์กรอิสระ ใช่ดุลพินิจที่ไม่สุจริต ย่อมนำไปสู่ตาราง!
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เจาะลึกบทเรียนจากฎีกา 3509/2549 สู่ปัญหาฮั้ว สว.: เมื่อดุลพินิจ กกต. ถูกท้าทายด้วยกฎหมายเหล็ก!
สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'
ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ
วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย
“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ

