รัฐผนึกเอกชนพัฒนา 'Doctor at Home' ใช้ AI ช่วยประชาชนประเมินโรคเบื้องต้นด้วยตนเอง

รัฐ เอกชน ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จับมือพัฒนาแพลตฟอร์ม “Doctor at Home” ใช้ AI ช่วยประชาชนประเมินโรคเบื้องต้นด้วยตนเอง ก่อนพบแพทย์ออนไลน์พร้อมส่งยาถึงบ้านตามสิทธิบัตรทอง ตอบโจทย์ลดแออัดในโรงพยาบาล หนุนระบบสาธารณสุขภาพรวมดีขึ้น

23 ก.ค. 2566 – น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่รัฐบาลได้วางแนวนโยบายให้ทุกหน่วยงานนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการต่างๆ ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขก็ได้มีบริการผ่านแพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ได้ร่วมกันพัฒนา แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เรียกว่า ‘Doctor at Home’ ซึ่งมีทั้งเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันไลน์ ให้ประชาชนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ การตรวจโรคเบื้องต้น การสอบถามอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้ด้วยการใช้สมาร์ทโฟน ทำให้ทราบว่าอาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาล หรืออาการเพียงใดที่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญช่วยลดการเดินทางไปพบแพทย์ และลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลได้

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ประชาชนสามารถสมัครใช้บริการผ่านการเพิ่มเพื่อนกับไลน์ @Doctorathome โดยตรง หรือสามารถเพิ่มเพื่อนผ่าน Line Official ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) @nhso จากนั้นกดเมนู “Doctor at Home หมอประจำบ้านอัจฉริยะ” จากนั้นก็สามารถใช้บริการเพื่อประเมินโรคเบื้องต้นได้ทันที
นอกจากนี้ Doctor at Home จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาช่วยบุคลากรสาธารณสุข เช่น กลุ่ม อสม. ในการดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่อาจไม่มีแพทย์ประจำ ก็สามารถใช้แพลตฟอร์ม Doctor at Home เพื่อตรวจสอบประเมินการเจ็บป่วยเพื่อตัดสินใจดำเนินการรักษาที่ถูกต้อง และยังเป็นการลดภาระของแพทย์ที่ต้องออกตรวจในพื้นที่ห่างไกลด้วย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อประเมินอาการป่วยเบื้องต้นในกรณีเป็นการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ไม่รุนแรง กรณีที่ต้องปรึกษาแพทย์ประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทองยังสามารถใช้บริการพบแพทย์ออนไลน์หรือ telemedicine พร้อมจัดส่งยาถึงบ้านได้ ซึ่งขณะนี้บริการดังกล่าวได้ขยายบริการจากเดิมที่มีเฉพาะในกรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมปริมณฑลอีก 5 จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม

โดยปัจจุบันมีแอปพลิเคชันสุขภาพ 4 แห่งที่เข้าร่วมให้บริการนี้ โดยเชื่อมต่อกับระบบของ สปสช. โดยผู้มีสิทธิบัตรทองทั้งที่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลสามารถใช้บริการพบแพทย์ออนไลน์และส่งยาถึงบ้านผ่านทั้ง 4 แอปพลิเคชัน ประกอบด้วย 1)แอปพลิเคชันซาลูเบอร์ เอ็ม ดี โดยสุขสบายคลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ที่ไลน์ไอดี @Sooksabaiclinic 2) แอปพลิเคชันคลิกนิก โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @clicknic 3)แอปพลิเคชันหมอดี โดยชีวีบริรักษ์ คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @mordeeapp และ 4.โททอลเล่เทเลเมด โดยเดอะโททอลเล่คลินิก สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @totale

“การที่ประชาชนสามารถคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ ซึ่งจะช่วยให้ระบบสุขภาพโดยรวมดีขึ้น ด้วยการลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดการรอคอยที่จะพบแพทย์ รวมถึงทำให้ประสิทธิภาพในการดูแลประชาชนจากบุคลากรแพทย์ดีขึ้น” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันสุดท้าย! รัฐบาลชวน ปชช. แสดงความเห็น 'พ.ร.บ.รับรองเพศ'

'รัดเกล้า' ชวนประชาชนแสดงความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.รับรองเพศ สิ้นสุด 6 พ.ค. ส่วน กม.สมรสเท่าเทียม อยู่ในชั้น กมธ.วุติสภา คาดพิจารณาวาระ 2 - 3 ต้นเดือน ก.ค.

เตือนภัยแรงงาน! อย่างหลงเชื่อ รร.สอนภาษาส่งคนไทยไปทำงานแดนกิมจิ

รัฐบาลเตือนภัยอย่าหลงเชื่อโรงเรียนสอนภาษา อ้างส่งคนไทยทำงานเกษตรตามฤดูกาลเกาหลีใต้ด้วยวีซ่า E-8 ย้ำกรมการจัดหางานเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งเท่านั้น ชี้ที่ผ่านมาแรงงานถูกหลอกเสียหายมูลค่ากว่า 26 ล้านบาท

'อนุทิน' ปราศรัยวันแรงงานแห่งชาติในนามรัฐบาล!

อนุทินปราศรัยเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2567 ส่งความปรารถนาดีมายังผู้ใช้แรงงานและครอบครัว ขอบคุณผู้ใช้แรงงานที่เป็นกำลังหลักสร้างความเจริญก้าวหน้าต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศ

รัฐบาลฟุ้งเดินหน้าศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

รัฐบาลมุ่งยกระดับการดำเนินงานในด้านการรักษาความปลอดภัยและนโยบายเกี่ยวกับด้านการบิน เดินหน้าประเทศสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

มท.1 ขีดเส้น 15 วัน สอบข้อเท็จจริง-รายงานผลสรุปปมอื้อฉาว 'รองผู้ว่าฯยะลา'

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และ โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวทั้งในสื่อสาธารณะ และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด

14 พ.ค.ได้ลุ้น คกก.ค่าจ้างฯ ถกค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ

'คารม' ย้ำขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ พิจารณาอย่างเหมาะสมและรอบคอบ เผย 14 พ.ค.นี้ คกก.ค่าจ้างฯ เตรียมประชุมพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ