'พัชรวาท' ให้ม็อตโต้ข้าราชการ ทส.ต้อง 'ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย'

'พัชรวาท' นั่งหัวโต๊ะ ประชุมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯ เผย งานแรกเตรียมรับมือไฟป่า-PM 2.5-เอลนีโญ มอบแนวทางทำงาน 'ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย' ชมผู้บริหาร ทส.เก่งพร้อมทำงาน

14 ก.ย.2566 - พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. พร้อมผู้บริหารระดับสูงกว่า 58 คน เข้าร่วมประชุม

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 - 12 ก.ย.2566 นั้น ต้องขอขอบคุณผู้บริหารของทุกหน่วยงาน ที่ได้เตรียมความพร้อม และจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการชี้แจงให้เป็นอย่างดี สำหรับการประชุมวันนี้ ตนก็ขอแนะนำแนวทางการทำงาน เพื่อให้ทุกท่านนำไปเป็นแนวทาง ปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมาย และเป็นนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดต่อไป

“สำหรับหลักในการทำงานที่ผมยึดถือมาโดยตลอดในการรับราชการตำรวจ และผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดี อยากให้ทุกท่านนำไปยึดเป็นหลักในการปฏิบัติงานด้วยเช่นกัน ก็คือขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย โดยขยัน ในความหมายของผมคือ การมาทำงานตรงเวลา ไม่เกียจคร้าน ซื่อสัตย์ คือ การทำงานตรงไปตรงมา โปร่งใส อดทน แม้งานจะหนักแต่ต้องสู้ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง มีวินัย ทำตามหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาสั่งงานต้องยึดปฏิบัติ” พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าว

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องเนื้องานเข้าใจว่า ทุกท่านทราบเนื้องานกันอยู่แล้ว เพราะรับราชการกันมานาน ซึ่งเนื้องานก็ทำตามลำดับ แต่อยากให้ช่วยกันเร่งรัดดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใกล้จะฤดูหนาว ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือ เรื่องไฟป่า PM 2.5 ก็ขอให้ทุกท่านเตรียมรับมือให้พร้อม จะทำกันอย่างไร ให้ทุกคนช่วยกันคิด แนะนำ และแสดงความคิดเห็นในส่วนที่จะทำให้กระทรวงของเราพัฒนา ดียิ่งขึ้น ส่วนการทำงานร่วมกันจากนี้ ก็ต้องมีการบูรณาการร่วมกันทั้งภายในและภายนอกหน่วยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาชื่อเสียงหน่วยงาน อย่าให้ใครมาตำหนิการทำงานของกระทรวงของเราได้ และหากมีปัญหาก็ให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

“สุดท้ายนี้ผมขอยกพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2521 ในเรื่องรักษาทรัพยากร พระบรมราโชวาทในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา ดังความตอนหนึ่งว่า ”…ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเล และอากาศ มิได้เป็นเพียงสิ่งสวยๆ งามๆ เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเรา และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้ ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย...”ดังนั้น ผมขอให้กระทรวงช่วยกันทำงานให้ราบรื่นต่อไป ซึ่งเป็นคำสั้นๆง่ายๆแต่ขอให้ทำจริง” พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าว

ขณะที่ นายจตุพร กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านรองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่ให้สิ่งยึดเหนี่ยวการทำงาน ในเรื่องการขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย ซึ่งขอให้ส่วนราชการทั้งหมด รับไปปรับใช้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และเพื่อรักษาชื่อเสียงของกระทรวงต่อไป

โดยภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวง พล.ต.อ.พัชรวาท ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การประชุมผู้บริหารกระทรวงในวันนี้ ได้มอบคำแนะนำการทำงาน ตามหลักการทำงาน คือขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย เพราะการทำงานจะมีความชัดเจน ส่วนการขับเคลื่อนงาน ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผู้บริหาร ข้าราชการ ทำงานดีอยู่แล้ว ตนเพียงมาให้ข้อคิด และคำแนะนำเท่านั้น

เมื่อถามว่า ภารกิจแรกที่จะขับเคลื่อนคืออะไร พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ตอนนี้ใกล้เข้าสู่หน้าหนาว ตนก็มีความเป็นห่วงในเรื่องไฟป่า และ PM 2.5 จึงจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ส่วนปัญหาภัยแล้ง ตนก็ได้รับรายงานว่า ทางปลัดกระทรวง ได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเรื่องการรับมือเอลนีโญ ทางกระทรวงก็ได้รับทราบแนวทางการควบคุมทั้งหมดแล้ว แต่ก็เป็นสิ่งธรรมชาติ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ เราก็จะดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป

ถามอีกว่า จะผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด อย่างไร พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำร่างพ.ร.บ.ไว้เสนอครม.เรียบร้อยแล้ว เพื่อจะเสนอเข้าสู่สภาฯต่อไป

ถามต่อว่า โครงการ คทช.จะดำเนินการต่ออย่างไร พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า คทช.ก็กำลังดำเนินการต่อ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับแนวทางการแก้ปัญหาสิทธิที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งก็มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว

หลังจากที่มีการประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับข้อมูลของกระทรวงฯ ในการลงพื้นที่ของคณะนายกรัฐมนตรีในวันที่ 15-17 ก.ย.นี้ ที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รมว.สุชาติ' มอบ 'อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี' สานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ด้านไดโนเสาร์และธรณีวิทยา ยกระดับพิพิธภัณฑ์ไทยสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้และท่องเที่ยวระดับโลก

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ตนนำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าร่วมประชุมและหารือความร่วมมือด้านธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา และการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ณ มหาวิทยาลัยจังหวัดฟุกุอิ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569

"คนไทยเตรียมเฮ! 'วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร' จ่อนั่งแท่นมรดกโลก 'สุชาติ' ชูความสำเร็จนโยบายรัฐบาลยกระดับทุนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก"

นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก โดยเห็นถึงคุณค่าโดดเด่นในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี

“รมว.สุชาติ” สั่งระดมเก็บขยะมรสุมเกาะพีพี เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนปกป้องทะเลไทย–รักษาภาพลักษณ์ท่องเที่ยวระดับโลก

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“สุชาติ” นำไทยขึ้นเวที Coastal and Flood Resilience Leaders Summit ชูนโยบายรัฐบาลรับมือวิกฤตน้ำ–สภาพภูมิอากาศ

วันนี้ (๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๙) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของ ทส. เข้าร่วมงานสัปดาห์น้ำนานาชาติแห่งสิงคโปร์ ประจำปี ค.ศ. 2026 (Singapore International Water Week 2026) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมีนางชลธี จันทร์รัชช อุปทูตฯ ให้การต้อนรับ

'พิพัฒน์' เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร

'พิพัฒน์' เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

รมว.ทส. “สุชาติ” ต้อนรับทูตญี่ปุ่น หารือยกระดับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและธรณีวิทยา

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และคณะ