
เอ็นจีโอขีดเส้น! ไม่สังฆกรรมทุกองค์กรต่ออายุกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มปชช. พร้อมจับตารัฐบาลเศรษฐา ฉวยขึ้นมาเดินหน้าทำลายสิทธิเสรีภาพประชาชน
1 ต.ค.2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มประชาชนในนาม ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน ออกแถลงการณ์ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน โดยระบุว่า ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2565 ในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้พยายามผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ….” ผ่านเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี อันคาดหมายได้ว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลไทยที่จะแทรกแซงการรวมกลุ่มของประชาชนทุกคน ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
“คุกคามและกำจัดกลุ่มคนที่มีความเห็นต่างทางการเมือง กำจัดประชาชนที่เรียกร้องต่อรัฐและผู้มีอำนาจเพื่อมีส่วนร่วมทางการเมือง ขัดต่อเสรีภาพในการรวมกลุ่ม เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อบทบาทของประชาชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในการมีส่วนร่วม สนับสนุน และตรวจสอบการทำงานของภาครัฐภายใต้ระบอบประชาธิปไตย” แถลงการณ์ ระบุ
ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนจึงเกิดขึ้น โดยการรวมกันของผู้หญิง นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชน นักกิจกรรม ขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนต่างๆและองค์กรภาคประชาสังคม ที่มีความเห็นและเจตนาร่วมกันชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับร่างกฎหมายทำลายสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มของประชาชน
โดยผลจากการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในขณะนั้นทำให้กระบวนการผ่านกฎหมายนั้นยังคงถูกชะลอไว้ อย่างไรก็ตามในระหว่างนั้น ก็ได้มีความพยายามของภาคประชาชนบางส่วนในการผลักดันร่างกฎหมายทำลายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกฉบับอื่นๆ ซึ่งเราได้แสดงเจตนารมณ์คัดค้านกฎหมายดังกล่าวทุกฉบับ
ขณะนี้เข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลสู่การนำของ เศรษฐา ทวีสิน ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนยังจับตาสถานการณ์การผลักดันกฎหมายละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอันเป็นผลสืบเนื่องจาก 9 ปีหลังการทำรัฐประหารและภายใต้รัฐบาล คสช. และขบวนฯขอยืนยันเจตนารมณ์ต่อรัฐบาล ภาคประชาชน และประชาสังคม ดังนี้
1. ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนขอยืนยันต่อต้านร่างกฎหมาย
ทุกฉบับที่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุม กำกับ และทำลายสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มของประชาชนตามกติกาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ เพื่อจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้องรักษาอำนาจรัฐ ลดทอนอำนาจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน และละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่มและการมีส่วนร่วมสร้างสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริงของประชาชน
2. เราจะไม่สังฆกรรมกับองค์กร ภาคี เครือข่ายภาคประชาชนใดที่พยายามผลักดันร่างกฎหมายที่ทำลายสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มของประชาชนไม่ว่าฉบับใดก็ตาม
“สุดท้ายนี้ เราขอส่งเสียงไปยังเครือข่ายเพื่อนมิตรภาคประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการผลักดันกฎหมายที่ละเมิดสิทธิการรวมกลุ่มของประชาชน ได้ออกมาประกาศเจตนารมณ์และจับตาทิศทางของรัฐบาลใหม่ร่วมกัน” แถลงการณ์ ระบุ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์
ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่
นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.' เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน
ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน
ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ
ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว
'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน
ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น
ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที
ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ

