“ไชยา” รมช.เกษตรฯ ชี้เหตุยิงหัวหน้าด่านกักกันสัตว์เสียชีวิต มีอิทธิพลเอี่ยว แย้มโยงระดับชาติ ยันแถลงที่ทำเนียบย้ำความสำคัญทุกหน่วยงานต้องบูรณาการ หลังอิทธิฤทธิ์เยอะ พบจนท.เกียร์ว่างเตรียมเอ็กซเรย์ห้องเย็นทั่วประเทศ
12 ต.ค.2566 - เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงถึงการปราบปรามการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย ว่ารัฐบาลมีนโยบายประกาศสงครามสินค้าการเกษตรผิดกฎหมาย กระทรวงเกษตรเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง วันที่ 10 ต.ค. มีการตรวจค้นห้องเย็นที่ จ.ปทุมธานี วันที่ 11 ต.ค. หัวหน้าด่านกักสัตว์จ.เพชรบูรณ์ เข้าตรวจสอบห้องเย็นแห่งหนึ่งที่อ.หล่มสักถูกขัดขืนและมีการยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บอีก ตนทราบข่าวว่าก่อนเจ้าที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่แล้ว แต่ถูกปฏิเสธเข้าร่วมตรวจค้นอย่างเป็นทางการ แต่ได้รับรายงานจากพื้นที่ว่า มีการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้ามาเจรจาต่อรอง เพราะผู้ประกอบการอาศัยอิทธิพลท้องถิ่น รู้จักมักคุ้นกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ถือเป็นเรื่องไม่ปกติ
ขอเรียนว่าไม่ใช่อิทธิพลท้องถิ่นธรรมดาแต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ การนำเข้าเนื้อเถื่อนมีการทำแบบมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันมากมาย นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้วตนยังเพิ่งได้รับการรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ต.ค. จะมีการเปิดตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 60 ตู้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นคดีอยู่ ซึ่งได้ขอความร่วมมือฝ่ายความมั่นคง กรมศุลกากร และกรมสอบส่วนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ได้รับการปฏิเสธ จากนี้เราจะเอ็กซ์สเรย์ห้องเย็นทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบขบวนการนำเข้าเนื้อสัตว์เถื่อน ที่ทำผิดกฎหมายการ อาทิ เนื่อสุกร เนื้อวัว เนื้อกระบือ ซึ่งได้เริ่มแล้วตั้งแต่บัดนี้ พร้อมประสานไปยังหน่วยงานมั่นคงตำรวจและทหาร ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อทำงานแบบบูรณาการ
นายไชยา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่จ.เพชบูรณ์ ที่มีการยิงเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ มีข้อสังเกตว่าขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเหตุการณ์ กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่กระบวนการเล็กๆ เป็นการทำลายเศรษฐกิจประเทศ เราปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนให้ได้รับสินค้าที่ปลอดภัย และคุ้มครองผู้ประกอบการ เพราะการไหลเข้าสินค้าเถื่อนทำให้กลไกตลาดถูกทำลายและทำลายเกษตรกรรายย่อย ยืนยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเดินหน้าอย่างจริงจัง ประกาศสงครามสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายทุกชนิด
เมื่อถามว่ากรณีระบุมีอิทธิพลท้องถิ่นที่จ.เพชรบูรณ์เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าเชื่อมโยงไปถึงระดับไหน นายไชยา กล่าวว่าประเด็นนี้ให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนดำเนินการไปแต่ข้อมูลเชิงลึกทราบว่าในตอนเกิดเหตุมีการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ4 คน อาจเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ประกอบการ อาจไม่ได้เข้าไปอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุและทราบว่ามีการเจรจาต่อรองกัน และผู้ประกอบการอาจอยากแสดงอำนาจว่ารู้จักเจ้าหน้าที่ตำรวจ สิ่งเหล่านี้ที่อยู่ในพื้นที่จะอยู่โดยไม่มีการดูแลกันเป็นไปไม่ได้เพราะห้องเย็นดังกล่าวยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เมื่อถามย้ำว่าอิทธิพลในพื้นที่เป็นใครเปิดเผยได้หรือไม่ นายไชยา ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ผู้ถามน่าจะรู้ดีอยู่นะ” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ามีโยงไปถึงระดับชาติหรือไม่ นายไชยา ตอบว่า “ผมไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เพราะข้อมูลยังไม่ชัดเจน แต่ว่ามีความเชื่อมโยงแน่นอน”
เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่ามีหน่วยงานไม่เข้าร่วมตรวจตู้คอนเทนเนอร์ เนื้อที่ผิดกฎหมาย ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ระบุได้หรือไม่ว่าเป็นหน่วยงานใด นายไชยาตอบว่า การจะไปเปิดตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่สำแดงภาษีอย่างถูกต้อง ต้องสนธิกำลัง 4 หน่วยงาน คือ กรมปศุสัตว์ ดีเอสไอ กรมศุลกากร และสมาคมผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเบื่องต้นได้รับรายงานว่าหน่วยงานราชการปฏิเสธเข้าร่วมตรวจค้นครั้งนี้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นหน่วยงานใด ขอให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อน ไม่อยากกล่าวหาใคร
ขณะที่นายชัย กล่าวว่า นโยบายปราบเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายรัฐบาลเอาจริงเอาจังมาก นายกฯกำชับให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ที่ต้องมาแถลงที่ทำเนียบเพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างลำพัง เราต้องการบอกให้รู้ว่ารัฐบาลทำจริงจัง ขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องยึดความสำคัญและสนับสนุนกระทรวงเกษตรอย่างดีที่สุด ยอมรับว่าเมื่อกระทรวงเกษตรทำงานไปสักพักพบว่ากระบวนการดังกล่าวอิทธิฤทธิ์เยอะเหลือเกิน ต่อให้ทำเต็มที่ก็ยังมีขีดจำกัดและเจออุปสรรค์ ต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆเข้ามาสนธิกำลัง
ดังนั้นที่นายไชยา มาแถลงที่ทำเนียบเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจว่านโยบายนี้เป็นเรื่องสำคัญและให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้นโยบายนี้ซึ่งเกี่ยวโยงกับภัยความมั่นคง เศรษฐกิจ และสุขอนามัยของประชาชนสำเร็จ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 บิ๊กเกษตร 'อธิบดี-รองปลัด' ขยับเก้าอี้สำคัญ
โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งตำแหน่งบริหารระดับสูง 9 ราย “นฤมล” นั่งอธิบดีกรมหม่อนไหม
เกษตรฯ ชู “แปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์” ต้นแบบยกระดับสินค้าเกษตร ใช้นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าด้วยการแปรรูป
นครศรีธรรมราช – กลุ่มแปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์ (ชะอวดพูนผล) อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินหน้ายกระดับการผลิตมังคุดคุณภาพ ภายใต้การบริหารจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบบนพื้นที่กว่า 620 ไร่ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
กรมหม่อนไหมเชิญชวนเที่ยวงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ชมนิทรรศการ Live Exhibition จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ พร้อมช้อปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569
รัฐบาลยกระดับรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ใช้ Risk Map ถึงหมู่บ้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยเน้นการรู้ความเสี่ยงล่วงห
รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง

