ปปช. เปิดผลงานศูนย์ CDC พบเบาะแสทุจริต 1,300 เรื่อง มูลค่างบกว่าแสนล้านบาท

20 ต.ค.2566 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดตั้งศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) ขึ้น เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริตเพื่อให้สามารถป้องปรามและลดปัญหาการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหน้าที่และอำนาจของหน่วยงาน ตลอดจนเพื่อให้เกิดระบบการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงการทุจริตและการบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยระงับยับยั้งการทุจริตและแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นระบบ สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเฝ้าระวังการทุจริตที่มีประสิทธิภาพอันจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือและผนึกกำลังต้านทุจริตในวงกว้างตามกลไกของกฎหมายที่ได้บัญญัติไว้ใน มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

ซึ่งผลการดำเนินงานของศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมาสามารถขับเคลื่อนงานด้านการป้องปรามการทุจริต โดยมีรายละเอียดดังนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 มีจำนวนเรื่อง ประเด็นหรือข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตเข้ามายังศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) จำนวนทั้งสิ้น 1,360 เรื่อง โดยจำแนกตามปีงบประมาณได้ ดังนี้ ระหว่างเดือน มกราคม - กันยายน 2565 จำนวน 541 เรื่องและระหว่างเดือน ตุลาคม 2565 - กันยายน 2566 จำนวน 819 เรื่อง

ผลการดำเนินการของเรื่องที่เข้ามายังศูนย์ CDC จากข้อมูลเรื่อง ประเด็นหรือข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต จำนวน 1,360 เรื่องปัจจุบันศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) ได้ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ แจ้งให้สำนักส่วนกลาง สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดรับทราบเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ จำนวน 220 เรื่อง, สำนักส่วนกลาง สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น มีการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือดำเนินการเฝ้าระวังและรายงานกลับแล้ว จำนวน 1,140 เรื่อง

มีรายละเอียดดังนี้ ตรวจสอบเฝ้าระวังและแจ้งหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจเข้าดำเนินการแล้วจำนวน 844 เรื่อง, หน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจได้เข้าดำเนินการปรับปรุง/แก้ไขแล้ว จำนวน 245 เรื่อง, สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค หรือ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและลงพื้นที่แล้ว ปรากฏข้อมูลหลักฐานว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำการทุจริต และมีการลงรับเรื่องในระบบตรวจรับคำกล่าวหา หรือ PESCA จำนวน 51 เรื่อง

สำหรับเรื่อง ประเด็นหรือข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตที่เข้ามายังศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) สามารถแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้าง/ระบบสาธารณูปโภค เป็นกรณีขอให้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ โครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค จำนวน 985 เรื่อง, การทุจริตต่อหน้าที่ เป็นกรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จำนวน 212 เรื่อง, ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นกรณีที่ขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการหรือตรวจสอบเจ้าพนักงานของรัฐดำเนินการเกี่ยวกับทรัพยากรสาธารณะไปแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 118 เรื่อง, เรียกรับทรัพย์สิน เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานของรัฐ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจำนวน 42 เรื่อง, ร่ำรวยผิดปกติ เป็นกรณีมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติหรือการมีหนี้สินลดลงมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่จำนวน 3 เรื่อง ทั้งนี้ เมื่อรวมงบประมาณโดยคำนวณเฉพาะงบประมาณโครงการที่ศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) ได้เข้าไปตรวจสอบเพื่อป้องปรามระงับยับยั้งความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น รวมมูลค่างบประมาณได้กว่า 131,462,000,000 ล้านบาท

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยด้วยว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนดแผนการจัดทำ “โครงการเฝ้าระวังสถานการณ์ทุจริต (พัฒนาระบบเทคโนโลยีเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริตของศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติสำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) เพื่อระงับยับยั้งและลดการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ)” เพื่อเป็นการพัฒนาระบบการแจ้งเตือน เฝ้าระวังการทุจริต ตรวจสอบและรายงานกลับอย่างรวดเร็ว (Corruption Barometer Detection and Rapid Appraisal) ระยะที่ 3 (ระบบศูนย์ฯ CDC) ซึ่งจะเป็นการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งด้านการจัดทำ Software และ Hardware ตลอดจนการจัดสร้างห้อง CDC War Room เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนภารกิจของศูนย์ฯ CDC ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์มุ่งหวังให้เกิดการระงับยับยั้งการทุจริตเพื่อลดการทุจริตอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบป้องปรามการทุจริตด้วยการเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือและผนึกกำลังต้านทุจริตในวงกว้าง ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว

ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ  สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว  จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว

ป.ป.ช. ชี้มูล นายก อบต.ทุ่ม จ.ศรีสะเกษ กับพวก เรียกรับผลประโยชน์แลกต่อสัญญาจ้าง

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวกเรียก รับ ผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายรายเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

อดีตผู้พิพากษา ชี้สอบ ป.ป.ช. 'คดีศักดิ์สยาม' บททดสอบนิติรัฐไทย

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ระบุการเข้าชื่อร้องสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” คือบททดสอบสำคัญของหลักนิติรัฐไทย ตั้งคำถามต่อมติ ป.ป.ช. ที่สวนทางคำวินิจฉัยศ