มท.1 กำชับหน่วยงานมหาดไทยสนองนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริการ กระตุ้นภาคท่องเที่ยว สร้างรายได้เศรษฐกิจขยายตัว แต่ต้องบริหารจัดการได้ ดูแลสังคมรอบด้านและเป็นไปตามกฎหมาย
25 ต.ค.2566 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 66 ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการขยายเวลาการเปิดสถานบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวในบางพื้นที่เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยลำดับ เพื่อให้นโยบายกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวดังกล่าวสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชน ขณะเดียวกันก็สามารถบริหารจัดการได้ ดูแลผลกระทบด้านสังคมได้อย่างรอบด้านและเป็นไปตามกฎหมาย
โดยวันนี้ (25 ต.ค. 66) นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ กรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดแนวทางการขยายเวลาเปิดสถานบริการตามแนวนโยบายของรัฐบาล
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการที่จะออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับพื้นที่ท่องเที่ยว เงื่อนไขที่ต้องดำเนินการในกรณีที่จะกำหนดเป็นเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดสถานบริการถึงเวลา 4.00 น. ได้ ซึ่งกฎกระทรวงนี้จะเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพในภาคการท่องเที่ยวสามารถขอขยายระยะเวลาสถานบริการได้ โดยหากพื้นที่ใดขออนุญาตเข้ามาและสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขตามกฎกระทรวง รมว.มหาดไทยก็จะออกประกาศกระทรวงให้เป็นรายพื้นที่ต่อไป
“การออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อเป็นหลักการให้แบบนี้ก็เพื่อเป็นการไม่เลือกปฏิบัติว่าภาครัฐไปอนุญาตพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ให้ หากพื้นที่ใด จังหวัดใดมีความพร้อมและสามารถปฏิบัติได้ตามที่กฎกระทรวงกำหนดก็ยื่นขอมาทางมหาดไทย และท่านรัฐมนตรีก็จะประกาศให้รายพื้นที่ตามความพร้อม ซึ่งจะสอดรับกับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลที่จะมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ไม่ได้เลือกช่วงเวลาหรือเลือกพื้นที่ ขณะเดียวกันก็สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้เพื่อลดผลกระทบที่อาจตามมาจากการขยายเวลาเปิดสถานบริการได้” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ได้รับทราบหลักการซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบร่วมกันในครั้งนี้แล้ว และได้กำชับว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งจะประกอบด้วย การยกร่างกฎกระทรวง ให้ รมว.มหาดไทยเห็นชอบก่อนนำออกรับฟังความคิดเห็น และเสนอเข้าที่ประชุม ครม. อนุมัติ และ รมว.มหาดไทยลงนามอีกครั้งก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีต รมว.อุตสาหกรรมเชื่อมือ 'อนุทิน' เด็ดขาดล้างมาเฟียต่างชาติยึดพะงัน-ภูเก็ต
'ธนกร' มั่นใจ 'อนุทิน' เด็ดขาด พร้อมสั่งฟันมาเฟียต่างชาติยึดภูเก็ต-พะงัน ลั่นต้องจัดระเบียบใหม่ คุมเข้มนอมินีผู้มีอิทธิพลแย่งอาชีพคนไทย ชี้เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประเทศและประชาชนอย่างยั่งยืน
'สส.สุราษฎร์ฯ' โต้เดือด 'อิสราเอล' ยึดเกาะพะงันยันไม่ใช่เรื่องจริง
สส.สุราษฎร์ฯ โต้เดือด อิสราเอลยึดเกาะพะงัน ยันไม่จริง ชี้เป็นดรามาสร้างภาพครึกโครม ยอมรับมีนอมินีรับจ้างเปิดบริษัทแต่เนื้อร้ายตัดทิ้งหมด แจงยิวเยอะช่วงนี้เพราะกลับบ้านไม่ได้ จากเหตุสงครามกับอิหร่าน
ภูมิใจไทย พร้อมถอย! หากประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการ 'แลนด์บริดจ์'
เพจเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความว่า เคลียร์ชัด! "แลนด์บริดจ์" ฉบับภูมิใจไทย สยบข่าวลือ บิดเบือนความจริง
'ภูมิธรรม' หนาว! พี่ศรีร้อง ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช. เอาผิดฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง 'ภูมิธรรม' เหตุ ก.พ.ค. มีมติชี้ชัดใช้อำนาจมิชอบ สั่งเด้ง '2 อธิบดี มท.'
'นิกร' ชงรัฐบาลรีเซต จัดทำ รธน.ใหม่ ชี้ร่างของฝ่ายค้านเอากลับมามีปัญหาแน่
"นิกร" แนะเซตซีโร่ แก้รัฐธรรมนูญ เสนอภูมิใจไทยจัดทำร่างฉบับใหม่ ส่วนร่างที่ค้างสภาฯเป็นของฝ่ายค้าน หากเอากลับมาจะมีปัญหาแน่นอน แจงรัฐบาลไม่รีบเพราะมีปัญหาเร่งด่วน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาแก้ รธน.
อดีตอธิบดี สถ. เอาคืนบ้าง! เตรียมฟ้อง 'ภูมิธรรม-ปลัดมหาดไทย' โยกย้ายไม่ชอบกฎหมาย
“นฤชา” เอาด้วยกับ “ไชยวัฒน์” เดินหน้าขอเล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง “ภูมิธรรม-ปลัด มท.” เพื่อคืนความเป็นธรรมหลัง ก.พ.ค. ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย้ำเป็นบรรทัดฐานให้ข้าราชการผู้ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายต้องพึงสังวร

