'นิด้าโพล' เผยคนไทยฮิต 'สายมู' ขอพรสุขภาพ - การเงิน

12 พ.ย. 2566 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “เป็นสายมู หรือเปล่า!” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2566 จากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ อายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงสิ่งที่ขอพรจากการกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 51.30 ระบุว่า มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไร้โรคภัยไข้เจ็บ หรือให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ รองลงมา ร้อยละ 46.56 ระบุว่า ด้านการเงิน โชคลาภ ร้อยละ 32.06 ระบุว่า ด้านหน้าที่ การงาน ร้อยละ 24.66 ระบุว่า ขอให้ครอบครัวมีความสุข ร้อยละ 15.88 ระบุว่า กราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่เคยขอพรใด ๆ เลย ร้อยละ 7.10 ระบุว่า ด้านการค้าขาย ธุรกิจ ร้อยละ 6.72 ระบุว่า การเดินทางปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ ร้อยละ 5.80 ระบุว่า ไม่เคยกราบไหว้/บูชา ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ เลย แม้แต่พระรัตนตรัย ร้อยละ 3.89 ระบุว่า มีอายุยิ่งยืนนาน ร้อยละ 3.66 ระบุว่า ด้านความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ ร้อยละ 3.28 ระบุว่า ขอความสงบในชีวิต ร้อยละ 2.90 ระบุว่า ด้านการเรียน การสอบ การแข่งขัน ร้อยละ 1.98 ระบุว่า เสริมดวง เสริมสิริมงคล
ร้อยละ 0.53 ระบุว่า มีอำนาจ วาสนา ร้อยละ 0.38 ระบุว่า ความสมหวัง ในการขอมีบุตร และสะเดาะเคราะห์ ต่อดวงชะตา แก้ปีชง ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 0.15 ระบุว่า มีปัญญาฉลาดหลักแหลม และร้อยละ 0.08 ระบุว่า มีชื่อเสียงโด่งดัง

เมื่อถามตัวอย่างที่เคยกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพร (จำนวน 1,026 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความสมหวังจากการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 40.45 ระบุว่า ไม่เคยสนใจว่าสมหวังหรือไม่ รองลงมา ร้อยละ 38.50 ระบุว่า เคยได้ตามสมหวัง ร้อยละ 20.96 ระบุว่า ไม่เคยสมหวังเลย และร้อยละ 0.09 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ เมื่อถามตัวอย่างที่เคยกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพร และเคยได้ตามสมหวัง (จำนวน 395 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความมั่นใจต่อความสมหวังจากการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.81 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ รองลงมา ร้อยละ 29.11 ระบุว่า มั่นใจมาก ร้อยละ 20.76 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ และร้อยละ 5.32 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย

เมื่อถามตัวอย่างที่เคยกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งขอพรและไม่ขอพร จำนวน 1,234 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ นอกจากการกราบไหว้/บูชาพระรัตนตรัยของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 48.95 ระบุว่า มีการกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ บ้างตามโอกาส รองลงมา ร้อยละ 34.93 ระบุว่า ไม่ได้กราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ นอกจากพระรัตนตรัย ร้อยละ 9.23 ระบุว่า มีการกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ เป็นประจำ และร้อยละ 6.89 ระบุว่า มีการกราบไหว้/บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ บ่อยครั้ง

เมื่อถามประชาชนถึงความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติ

  1. การทำพิธีกรรมบนบานศาลกล่าวและการแก้บนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ตัวอย่าง ร้อยละ 44.66 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 23.13 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 17.97 ระบุว่า เชื่อมาก ร้อยละ 12.88 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย และร้อยละ 1.36 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
  2. เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่อง ของขลัง ตัวอย่าง ร้อยละ 43.31 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 28.47 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 14.41 ระบุว่า เชื่อมาก ร้อยละ 12.63 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย และร้อยละ 1.18 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
  3. การทำพิธีกรรม บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เพื่อขอพร ตัวอย่าง ร้อยละ 44.92 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 26.01 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 15.59 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 12.97 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 0.51 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
  4. เรื่องผี สิ่งลี้ลับ ตัวอย่าง ร้อยละ 41.18 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 30.76 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 14.24 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 12.29 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 1.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
  5. การทำพิธีกรรม สะเดาะเคราะห์ ต่อดวงชะตา แก้ปีชง ตัวอย่าง ร้อยละ 37.88 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 28.90 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 22.11 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 9.75 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 1.36 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
  6. การทำพิธีกรรมเสริมดวงและโชคชะตา ตัวอย่าง ร้อยละ 32.88 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ และไม่ค่อยเชื่อ ในสัดส่วนที่เท่ากัน รองลงมา ร้อยละ 24.15 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 8.31 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 1.78 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
  7. เรื่องโหราศาสตร์ การดูดวง ตัวอย่าง ร้อยละ 35.25 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 33.56 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 22.03 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 7.37 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 1.79 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
  8. เรื่องไสยศาสตร์ ตัวอย่าง ร้อยละ 32.71 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 32.03 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 26.69 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 6.61 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 1.96 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
  9. เรื่องความศักดิ์สิทธิ์จากการสักยันต์ ตัวอย่าง ร้อยละ 33.56 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 31.44 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 26.36 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 5.34 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 3.30 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการเป็น “คนสายมูฯ” ของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 43.59 ระบุว่า ไม่เป็น “คนสายมูฯ” แน่นอน รองลงมา ร้อยละ 27.79 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็น “คนสายมูฯ” ร้อยละ 21.53 ระบุว่า ค่อนข้างเป็น “คนสายมูฯ ร้อยละ 6.64 ระบุว่า เป็น “คนสายมูฯ” แน่นอน และร้อยละ 0.45 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โพลชี้คนใต้ส่วนใหญ่หนุน 'แลนด์บริดจ์' แต่กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569

รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส

รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้