สส.ก้าวไกล มองปัญหานักเรียนตีกัน อย่าโยนภาระให้ผู้ปกครอง ต้องแก้ที่ผู้บริหาร-รุ่นพี่

‘ณัฐชา’ แนะต้นสังกัด-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สางปม ‘ยกพวกตีกัน’ มอง ยังไม่ถึงขั้นองค์กรอาชญากรรม แต่รุนแรงขึ้นจากแต่ก่อน ย้ำ ไม่ควรโยนภาระให้ผู้ปกครอง

23 พ.ย.2566 ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการยกพวกตีกันของนักศึกษาที่ปัจจุบันเป็นข่าวแทบทุกวัน โดยสังคมมองว่าการตีกันของกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลายเป็นองค์กรอาชญากรรมไปแล้ว ว่า เรื่องนักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาทยกพวกตีกันมีมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว ตนในฐานะอดีตนักศึกษาช่างกลแห่งหนี่งใน กทม. มองว่า เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นมาหลายครั้ง เราปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ใหญ่หลายคนที่ดูแลรับผิดชอบในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บางครั้งอาจจะหลับตาข้างหนึ่ง บางครั้งอาจจะหลับตา 2 ข้าง คือปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นมา และพอเกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นมา ก็มีการพูดคุยว่าจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร จะต้องพิจารณาหน่วยงานองค์กรใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่ในความจริงแล้วมันเกิดขึ้นตลอดเวลา เราควรจะใส่ใจเรื่องนี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามา หยิบยกเรื่องนี้มาแก้ไขให้เป็นรูปธรรม และแก้ไขที่รากฐานของเหตุนั้น

“เด็กรุ่นนี้มีความอยากลองผิดลองถูก พร้อมจะเผชิญทุกเหตุการณ์ ด้วยวัยที่เรียกว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ด้วยฮอร์โมน ด้วยอะไร แต่ไม่มีการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่ดีพอ จนทำให้มีการปลูกฝังเรื่องราวต่างๆที่อาจจะไม่ดี เป็นการแก้แค้นแทนรุ่นพี่ หรือแก้แค้นเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ทะเลาะตบตีกันในครั้งอดีตและรุ่นน้องก็ต้องมาแก้แค้นแทน ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น” นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า หน่วยงานภาครัฐควรศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และแก้ไข ส่วนจะกล่าวหาว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมหรือไม่ ตนคิดว่ายังไม่ถึงขนาดนั้น แต่แค่เหตุความรุนแรงมันรุนแรงทวีคูณมากขึ้น จากการปล่อยปะละเลยของพวกเรา

เมื่อถามว่า รุนแรงมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างไรบ้าง นายณัฐชา กล่าวว่า ตามข่าวที่เกิดขึ้น มีช่องทางทางการเงินเข้ามา มีการจัดเตรียมอาวุธซื้ออาวุธ สมัยก่อนที่ตนเรียน เพื่อนๆ ในกลุ่มที่เป็นกลุ่มออกมาปะทะ จะมีการลงขันเก็บเงินจากรุ่นน้องคนละประมาณ 400-500 บาท รุ่นพี่คนละ 1,000 บาท ได้เงินกองกลางมาจำนวนหนึ่ง สมัยก่อนก็จะไปซื้อไม้กับมีด สมัยนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป ก็จะไปซื้อปืน มีช่วงสมัยที่ฮิตก็มีไปซื้อระเบิดปิงปอง

“แต่ยุคนี้มีการซื้อปืนเกิดขึ้น ซึ่งมีอำนาจในการทำลายล้างสูง ทำให้ถูกมองว่าเป็นอาชญากรรมที่ใหญ่ มีอาวุธครบมือ มีองค์กรหน่วยงานที่สนับสนุนเงิน แต่ความจริงแล้วมันปฎิเสธไม่ได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้ เกิดขึ้นเพราะหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงเจ้าของสถานศึกษา หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา หรือแม้กระทั่งผู้บริหารสูงสุดที่ดูแลเรื่องราวเหล่านี้ปล่อยปะละเลยมาโดยตลอด รุ่นที่ 1 แรง รุ่นที่ 2 แรงกว่า รุ่นที่ 3 แรงมาก รุ่นที่ 4 ก็เลยเลยเถิดไปไกลเลย” นายณัฐชา กล่าว

ซักว่า มีการเสนอให้ออกกฏหมายเอาผิดผู้ปกครองด้วยในฐานะที่เป็นผู้ดูแล นายณัฐชา ตั้งข้อสงสัยว่า วันนี้เราโยนภาระทุกอย่างให้พี่น้องประชาชน เราเห็นการกระทำความผิดก็ไปเขียนกฎหมายแล้วใครผิดใครถูก ถ้าเกิดออกกฏหมายให้ผู้ปกครองผิดแล้วเกิดเหตุอีก ก็ต้องออกกฏหมายให้ปู่ย่าตายายผิดด้วย มันก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่วันนี้สิ่งที่ควรทำคือรัฐต้องไปศึกษาว่าวัยนี้ที่จะต้องไปเรียน บางคนต้องการไปเรียนสายอาชีพ แต่ไม่ต้องการทะเลาะตบตีกัน แต่ดูสถานศึกษามันบีบบังคับให้รวมกลุ่มกัน ในการปลูกฝังว่าสถาบันนั้นสถาบันนี้คือคู่อริเรา ทั้งที่เขาเองยังไม่รู้จักว่าโรงเรียนนั้นอยู่ที่ไหน จุดไหน

“ต้องไปแก้ไขที่รุ่นพี่ด้วย เพราะรุ่นพี่คือส่วนหนึ่งที่ปลูกฝังลงไป รุ่นน้องคือส่วนที่พร้อมที่จะรับและลองผิดลองถูก แต่เมื่อเขาพร้อมที่จะลองผิดลองถูก ลองถูกกลับไม่มีเข้ามา มีแต่ลองผิดออกไป จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จะไปโยนให้ผู้ปกครองอย่างเดียวไม่ได้ โยนความผิดให้สังคมไม่ได้ ต้องไปตั้งสติ ที่เด็กวันนี้เป็นอยู่ผู้ใหญ่ทำอะไรหรือยัง” นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวย้ำว่า เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลายครั้ง รอบหนึ่งที่เป็นประเด็นทางสังคมก็มีการหยิบยกมาแก้ไข แต่พอเรื่องจบเงียบไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ณัฐชา' จี้ รมว.เกษตรฯ เร่งกวาดล้าง 'ปลาหมอคางดำ' หวั่นน้ำหลากทำระบาดอีสาน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ว่า เรื่องนี้ยังมีการต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวไกล โดยในคำพิพากษาของศาลปกครองกลางกว่า 120 หน้านั้น ความหมายจริงๆ คือสั่งหน่วยงานของรัฐทำตามหน้าที่ ซึ่งจริงๆ ถ้าเขาทำตามหน้าที่คงไม่จำเป็นที่จะต้องมาฟ้องร้องดำเนินคดีกันในวันนี้ ส่วนคดีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งประชาชนรวมตัวกันฟ้องแบบกลุ่มโดยมี ทนายวิจารณ์ โตลักข์ จากสภาทนายความเป็นผู้ทำคดี ซึ่งศาลนัดครั้งต่อไปในวันที่ 30 พ.ย.เพื่อพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันของผู้เกี่ยวข้อง ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็มีการเตรียมฟ้องร้องต่อ อาจเป็นจังหวัดเพชรบุรี และเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

'ณัฐชา' แฉงบน้ำบาดาล 1.5 พันล้าน ภูมิใจไทยได้ 141 โครงการ เกือบ 900 ล้าน จัดสรรตามเขต สส. เมินภัยแล้งซ้ำซาก

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องนี่ตนปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ ในมาตราที่ 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากในห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณ ปี 2570 ได้มีการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้มีการพูดคุยกันไปเมื่อครั้งพิจารณาในส่วนของงบกลาง

‘สส.ส้ม’สงสัยรัฐบาลเร่งรัดแลนด์บริดจ์ผิดปกติ หรือมีพลังงานบางอย่าง?

"ณัฐชา" ฟาด รัฐบาลเร่งรัดแลนด์บริดจ์ผิดปกติ เชื่อ ต้องมีพลังงานบางอย่างอยู่ ชี้ โพลชัดคนใต้ครึ่งหนึ่งแค่เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่รู้รายละเอียด ลั่น "ปชน." พร้อมติดตาม ใช้กลไกสภาตรวจสอบ

ดร.กิตติธัช ฟาด 'ณัฐชา-อรรถวิชช์' หากินกับความไม่รู้ของประชาชน กล่าวหาโรงกลั่นกักตุนน้ำมัน

ดร.กิตติธัช ฟาด "ณัฐชา-อรรถวิชช์" สร้างวาทกรรมกล่าวหาโรงกลั่นกักตุนน้ำมัน ดูถูกอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศไทย ทั้งที่บริษัทเหล่านี้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน

'ณัฐชา' อ้างชาวบ้านเห็นเรือแอบขนน้ำมันเถื่อนไปโรงกลั่น เหน็บบางปั๊มให้เติมแค่ 500 กับสมัครสมาชิก

“ณัฐชา” อ้างชาวบ้านแอบเห็นเรือขนน้ำมันเถื่อน ไปโรงกลั่น มาฟันกำไรกับปชช. เหน็บบางปั๊มให้เลือกแค่ 2 อย่าง เติม 500 กับสมัครสมาชิกปั๊ม ถ้าสมัครสมาชิกพรรคด้วยจะยุ่ง

'ชัยธวัช' ซัด ป.ป.ช.ก้าวล่วงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ

“ชัยธวัช” ถามป.ป.ช.ใช้วิจารณญาณอะไร รับคำร้องฟ้อง 44 สส.ก้าวไกล เป็นการก้าวล่วงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรก