ครม. เห็นชอบปรับปรุงกฎหมาย 'ไม้พะยูง' หนุนปลูกสร้างรายได้ ขึ้นทะเบียนกับภาครัฐ

12 ธ.ค.2566 - นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.อนุมัติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง และไม้หวงห้ามอื่น ๆ ในเขตพื้นที่ส่วนราชการทั่วประเทศ โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นปัญหาการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายทั้งระบบ การส่งเสริมการปลูกไม้พะยูง แนวคิดในการจัดการป่าไม้และทรัพยากร การทบทวนหลักเกณฑ์การอนุญาตสัมปทานป่าไม้ การดำเนินนโยบายที่สร้างแรงจูงใจ การส่งเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานไม้

นายคารม กล่าวว่า ไม้พะยูงเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงควรส่งเสริมการปลูกเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร โดยให้มีการขึ้นทะเบียนการปลูกไม้พะยูงกับภาครัฐ รวมถึงไม้ที่มีมูลค่าอื่นด้วย เช่น ไม้สักตะแบก ตะเคียน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังควรสร้างแรงจูงใจให้คนที่มีที่ดินเป็นของตัวเองปลูกไม้มีค่าเพื่อป้อนสู่ตลาด เนื่องจากการปลูกต้นไม้เพื่อการพาณิชย์ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดยในระหว่างปลูกต้นไม้ เจ้าของที่ดินจะไม่สามารถนำที่ดินนี้ใช้ในการสร้างรายได้อื่นๆ เช่น การลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินสำหรับคนที่นำที่ดินของตัวเองไปปลูกป่า หรืออุดหนุนเงินให้บุคคลที่ไม่สามารถที่จะใช้ที่ดินของตัวเอง ในการสร้างรายได้ เช่น การให้กู้ยืมระยะยาว

“ครม.มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหลักรับผิดชอบ โดยให้ไปดำเนินการร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสม พร้อมกับสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป” นายคารม กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รมว.สุชาติ' สั่งขยายผลปราบปรามขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ จ.มุกดาหาร ตรวจยึดไม้ของกลางต่อเนื่อง พบไม้พะยูงเพิ่มอีก 1,455 ท่อน อยู่ในกระบวนการตรวจสอบแหล่งที่มา

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้ามาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้อย่างเข้มข้น ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งยกระดับการบังคับใช้กฎหมายจากการตรวจยึดและจับกุม ไปสู่การสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามเครือข่ายผู้กระทำผิด กลุ่มผู้รับซื้อ และนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง

ซักฟอก7-11ธ.ค. ฝ่ายค้าน51ชม.ลากถึงตี3 จับเพจดัง/ไอซ์ดิ้นสู้อนุทิน

เคลียร์จบ 4+1! “วิป 3 ฝ่าย” เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7-11 ธ.ค.นี้ รวมเวลา 72 ชม. ฝ่ายค้านจัดหนัก 51 ชม. รัฐบาลแจง 17 ชม. ประธาน 4 ชม. ช่วง 3 วัน

'พิพัฒน์' นำ ครม. วางพวงมาลาถวายราชสักการะ 'วันปิยมหาราช'

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช

'ปธ.โสภณ' เจรจาฝ่ายค้าน ยอม 4 วัน ให้วิป 3 ฝ่ายคุยเคาะวันซักฟอกใหม่

'โสภณ' ยังไม่บรรจุวาระญัตติซักฟอก รอวิป 3 ฝ่ายคุยอีกรอบให้จบ พร้อมทำหนังสือถึง ครม. หาวันสะดวกใหม่ เผย 'ผู้นำฝ่ายค้าน' ดอดพบ ยอมเหลือ 4 วัน ช่วง พ.ย. - ธ.ค.

ครม. อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ. เวนคืนที่ดินสร้างรถไฟความเร็วสูง ไทย–จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย กว่า 1,344 ไร่ ด้านรฟท. เร่งรัดก่อสร้างระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ควบคู่คุมเข้มมาตรการความปลอดภัยทุกพื้นที่

ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2  ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย โดยให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป