ผงะ! เมียนมาหนีภัยสงครามสัปดาห์เดียวเกือบครึ่งหมื่น

ชายแดนไทย-เมียนมาเดือด 'ประวิตร' สั่งฝ่ายความมั่นคงเตรียมรับมือกับโควิดและผู้หลบหนีภัย ผงะ! สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวเมียนมาหนีข้ามมาแล้ว 4,216 คน

22 ธ.ค.2564 – พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ยังคุมเข้มมาตรการชายแดนทั้งการผ่าน เข้า-ออก ของบุคคลและสินค้าตามช่องทางผ่านแดนที่กำหนด รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นกวดขันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงาน สินค้า รวมทั้งอาวุธสงครามและยาเสพติดที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่มีการปะทะกันด้วยอาวุธหนักและซุ่มโจมตีกัน ส่งผลให้ประชาชนทั้งสองฝั่งได้รับผลกระทบและยังไม่มีแนวโน้มหรือท่าทีเจรจากัน

พล.อ.คงชีพกล่าวอีกว่า การสู้รบดังกล่าวเริ่มรุนแรงขึ้นหลังสิ้นฤดูฝน โดยเฉพาะพื้นที่รัฐกระเหรี่ยงชายแดน ด้านเมียวดี - แม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งมีชาวเมียนมาที่หลบหนีภัยจากการสู้รบอพยพกว่า 3,000 คน เข้ามาอยู่ในพื้นที่ชายแดน ตรงข้าม อ.แม่สอด และมีกระสุนจากอาวุธหนักพลัดตกเข้ามาฝั่งไทย ในพื้นที่ บ.ดอนไชย บ.แม่หละ ซึ่งกองกำลังป้องกันชายแดนทหาร ตำรวจ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยการแจ้งเตือนผ่านกลไกชายแดนและตอบโต้ด้วยกระสุนควัน และร่วมกับฝ่ายปกครองดูแลอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงออกไปยังที่ปลอดภัยที่ผ่านมา

“ระหว่าง 16 - 21 ธ.ค.ที่ผ่านมามีชาวเมียนมาหลบหนีภัยจากการสู้รบข้ามมาฝั่งไทยแล้ว รวม 4,216 คน ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้สั่งการฝ่ายความมั่นคง โดยศูนย์บัญชาการชายแดน จว.ตาก ให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน และอำนวยความสะดวกนำผู้หนีภัยจากการสู้รบเข้าพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวฝั่งไทยใน อ.แม่สอด ที่จัดตั้งขึ้น 3 พื้นที่ที่ผ่านมา โดยเน้นให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคและให้สนับสนุนอำนวยความสะดวกเดินทางกลับภูมิลำเนาตามความสมัครใจเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย โดยมีบางส่วนเดินทางกลับแล้วรวม 861 คน ยังคงเหลือผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบชาวเมียนมาในไทยรวม 3,355 คน ในพื้นที่ ต.แม่ตาว 2,075 คน พื้นที่ ต.มหาวัน 1,221 คน และพื้นที่ ต.แม่กุ 59 คน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มการคุมเข้มดูแลการเข้าออกพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวทั้ง 3 พื้นที่ ตลอด 24 ชม. และขอความร่วมมือผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยตามมาตรการควบคุมโรคร่วมกัน”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอกนิติ’ชูไทยช่วยไทยพลัสช่วยเพิ่มยอดขาย หนุนผู้ประกอบการใช้AIอัปสกิลยกระดับธุรกิจ

‘เอกนิติ’ ชูโครงการไทยช่วยไทย พลัส หนุนผู้ประกอบการยกระดับการใช้ AI ช่วยเพิ่มยอดขาย เร่งอัปสกิลร้านอาหารไทยใช้ AI ยกระดับธุรกิจจริง ด้าน LINE MAN Wongnai เปิดตัว ‘Wongnai Genie’ AI ผู้ช่วยสำหรับร้านอาหาร

Fitch ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยขึ้นเป็นระดับ’มีเสถียรภาพ’

Fitch เชื่อมั่นทิศทางนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+

'ศุภจี' เร่งปิดดีลภาษีทรัมป์ บินฟิลิปปินส์ถก 'รองผู้แทนการค้าสหรัฐ'

'ศุภจี' เร่งทำการบ้านปิดดีลภาษีสหรัฐ เตรียมถกรองผู้แทนการค้ามะกันที่ฟิลิปปินส์เสาร์นี้ เผยรายละเอียดส่วนใหญ่เรียบร้อย เหลือเพียงประเด็นย่อยในเอกสาร