เช็กเลย กรมทางหลวง เปิดพื้นที่ กางเต็นท์ ให้ประชาชนฟรี 31 จุดทั่วประเทศ

“คารม” เผย ช่วงเทศกาลปีใหม่ กรมทางหลวง เปิดให้บริการประชาชนกางเต็นท์ฟรี 31 จุด ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2566 – 4 มกราคม 2567 จองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โทร. 1586

17 ธ.ค. 2566 – นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รัฐบาล โดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการจัดเตรียมสถานที่ให้บริการจุดกางเต็นท์ทั่วประเทศ สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปพักผ่อน พักค้างคืน พร้อมลานจอดรถ โดยสามารถเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2566 – 4 มกราคม 2567 ซึ่งจุดกางเต็นท์ที่ได้จัดเตรียมไว้นั้น มีจำนวน 31 แห่ง แบ่งเป็นภาคเหนือ 21 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 แห่ง ภาคตะวันตก 3 แห่ง และภาคกลาง 2 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการท่องเที่ยวของประชาชน โดยพื้นที่กางเต็นท์นั้นจะตั้งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของหมวดทางหลวงซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการ น้ำดื่ม ห้องสุขา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ดังต่อไปนี้

ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงจอมทอง ทล.1009 ตอน จอมทอง – ดอยอินทนนท์ กม.30+450หมวดทางหลวงแม่แตง ทล.1095 ตอน หนองโค้ง – กิ่วคอหมา กม.14+584 และหมวดทางหลวงเชียงดาว ทล.107 ตอน แม่ทะลาย – หัวโท กม.84+215 จังหวัดลำปาง 1 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงแจ้ห่ม ทล.1035 ตอน สำเภาทอง – สันติสุข กม.52+500 จังหวัดเชียงราย 2 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงแม่ลาว ทล.1 ตอน พาน – บ้านร่องขุ่น กม.896+845 และหน่วยบำรุงทางภูชี้ฟ้า ทล.1093 ตอน ขุนห้วยไคร้ – ผาตั้ง กม.63+500 จังหวัดน่าน 3 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงนาน้อย ทล.1083 ตอน เด่นชาติ – นาน้อย กม.69+485 หมวดทางหลวงผาช้างน้อย ทล.1148 ตอน สะเกิน – สบทุ กม.82+000 และหมวดทางหลวงบ่อเกลือ ทล.1081 ตอน หลักลาย – บ่อเกลือ กม.67+110 จังหวัดกำแพงเพชร 4 แห่ง ได้แก่ สำนักงานแขวงทางหลวงกำแพงเพชร ทล.1 ตอน ปากดง – นครชุม กม.453+076 หมวดทางหลวงคลองขลุง ทล.1 ตอน โนนปอแดง – ปากดง กม.423+809 หมวดทางหลวงโกสัมพีนคร ทล.1 ตอน นครชุม – วังเจ้า กม.476+553 และหมวดทางหลวงคลองลานพัฒนา ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย – อุ้มผาง กม.55+000 จังหวัดตาก 5 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงหนองบัวใต้ ทล.1 ตอน วังเจ้า – ตาก กม.511+826 หมวดทางหลวงแม่สลิด ทล.1 ตอน วังม่วง – แม่เชียงรายบน กม.560+449 หมวดทางหลวงท่าสองยาง ทล.105 ตอน แม่สลิดหลวง – แม่เงา กม.115+550 หมวดทางหลวงคีรีราษฎร์ ทล.1090 ตอน ห้วยน้ำริน – อุ้มผาง กม.88+050 และหมวดทางหลวงอุ้มผาง ทล.1090 ตอน อุ้มผาง – กะแง่คี กม.165+799 จังหวัดสุโขทัย 1 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงแม่สิน ทล.101 ตอน ศรีสัชนาลัย – แม่สิน กม.184+219 จังหวัดพิษณุโลก 1 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงแก่งโสภา ทล.12 ตอน วังทอง – เข็กน้อย กม.296+100 และจังหวัดเพชรบูรณ์ 1 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงเขาค้อ ทล.2196 ตอน นางั่ว – ทุ่งสมอ กม.23+600

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดบึงกาฬ 1 แห่ง ได้แก่หมวดทางหลวงศิวิไล ทล.222 ตอน ท่ากกแดง – บึงกาฬ กม.102+526 จังหวัดสกลนคร 1 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงคำหอม ทล.213 ตอน สร้างค้อ – สกลนคร (โค้งปิ้งงู) กม.155+600 จังหวัดเลย 3 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงภูกระดึง ทล.201 ตอน ผานกเค้า – หลักร้อยหกสิบ กม.266+737 หมวดทางหลวงปากชม ทล.211 ตอน ปากชม – เชียงคาน กม.148+350 และหมวดทางหลวงภูเรือ ทล.21 ตอน หนองบง – ภูสวรรค์ กม.376+834

ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี 2 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงไทรโยค ทล.323 ตอน หนองสามพราน – แก่งประลอม กม.100+000 และหมวดทางหลวงทองผาภูมิ ทล.323 ตอน แก่งประลอม – ทองผาภูมิ กม.181+058 จังหวัดราชบุรี 1 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงสวนผึ้ง ทล.3208 ตอน น้ำพุ – เมืองผาปกค้างคาว กม.43+550

ภาคกลาง จังหวัดอุทัยธานี 2 แห่ง ได้แก่ หมวดทางหลวงบ้านไร่ ทล.3011 ตอน บ้านไร่ – บ้านใต้ กม.5+006 และศูนย์บำรุงทางและบริการประชาชน (เป็นพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของหมวดทางหลวงบ้านไร่) ทล.3011 ตอน บ้านไร่ – บ้านใต้ กม.24+200

ประชาชนที่มีความประสงค์ต้องการจองพื้นที่กางเต็นท์ สามารถจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี ทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) รวมทั้งสามารถจองด้วยตนเอง ณ จุดกางเต็นท์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบรัฐฉ้อโกงประชาชน ผ่านบิลค่าไฟส่องสว่าง/ค่าไฟแผง

นายศรีสุวรรณณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการ กบง. คณะกรรมการร กกพ. การไฟฟ้า กฟภ. กฟน. กรมทางหลวง ฯลฯ

'พี่ศรี' ร้องสอบการเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์!

ศรีสุวรรณร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกรมทางหลวงเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์ สาย 7 ศรีราชา ชอบหรือไม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายฮั้วประมูลหรือไม่

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ