โฆษกรัฐบาล เผยผลมาตรการวีซ่าฟรีไทย – จีน นักท่องเที่ยวจีนค้นหาข้อมูลไทยเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า บนแพลตฟอร์ม Ctrip และ 5 อันดับเมืองในไทยยอดนิยม คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะสมุย และพัทยา
31 ม.ค.2567 - นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชื่อมั่นว่า ประเทศไทย - จีนจะเห็นความสำเร็จสะท้อนจากตัวเลขการท่องเที่ยวที่มั่นใจว่าจะมีจำนวนสูงขึ้น กระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังจากการลงนามความตกลงยกเว้นการลงตราซึ่งกันและกันสำหรับนักท่องเที่ยวไทยและจีน หรือ วีซ่าฟรี (Visa Free) ไทย – จีน อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567 โดยความตกลงดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าจากปกติ ผ่าน Ctrip (https://www.ctrip.com) เว็บไซต์บริการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดยระบุว่า 5 จุดหมายในไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะสมุย และ พัทยา
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวชาวไทยก็ค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีนมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยพบว่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า บนแพลตฟอร์ม Trip.com (https://Trip.com) เว็บไซต์จองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และการท่องเที่ยวแบบออนไลน์ โดยเมืองที่นักท่องเที่ยวชาวไทยค้นหามากที่สุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ฮาร์บิน เซินเจิ้น ปักกิ่ง เทียนจิน ฉงชิ่ง และจางเจียเจี้ย
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทย (ข้อมูลล่าสุด 28 มกราคม 2567) ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในไทยเฉลี่ยกว่า 20,000 คนต่อวัน เป็นอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปี 2567 โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 มกราคม 2567 ประเทศไทยรับนักท่องเที่ยวชาวจีนแล้ว 444,702 คน และไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวแล้วกว่า 2,743,147 คน
นอกจากนี้ China International Travel Service (Qingdao) CO.,Ltd. (CITS) ยังระบุว่า ผลจากมาตรการดังกล่าว ได้ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวชิงต่าวของประเทศจีนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งมีปริมาณการจองเที่ยวบินไปยังประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะเป็นประโยชน์และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวประเทศไทยเป็นอย่างมาก
“นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนการท่องเที่ยวไม่เพียงจะส่งสริมการกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชน แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในไทย กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบจากนักท่องเที่ยวที่ส่งตรงถึงพ่อค้าแม่ค้าในไทย กระตุ้นรายได้ประชาชนได้ถึงระดับรากหญ้า ซึ่งเชื่อว่าผลจากการดำเนินมาตรการวีซ่าฟรีไทย – จีน จะช่วยส่งเสริมการเดินทางระหว่างสองประเทศ และยกระดับความสำคัญของหนังสือเดินทางไทยตามแนวทางที่รัฐบาลให้ความสำคัญ” นายชัยกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย 12.4 ล้านคน จีนแตะ 2 ล้านคน
‘สุรศักดิ์’เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 พ.ค. 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 12.4 ล้านคน สร้างรายได้แล้วกว่า 607,206 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักยังเป็นจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้
รบ.ลุยปราบยาเสพติดทั้งในประเทศและข้ามชาติ
รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม
โฆษกรัฐบาลเมิน ปชป.ยื่นสกัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
โฆษกรัฐบาลย้ำเดินหน้าแก้วิกฤตประชาชน ไม่กังวลฝ่ายค้านยื่นศาลรธน. สกัด พ.ร.ก. มองเป็นเป็นสิทธิ
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก
“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก

