'สมศักดิ์' ชวนผู้ต้องขังออกมาเป็นสายให้ราชการ ขอญาติช่วยเตือนอย่าทำผิดซ้ำ

"สมศักดิ์" ลงพื้นที่นครพนม ขอชรบ.ช่วยสกัดกั้นยาเสพติด  ชวนผู้ต้องขังช่วยเป็นสายสืบแจ้งเบาะแส ขอญาติช่วยเตือนอย่ากลับมาทำผิดอีกจะหมดอนาคตเพราะกฎหมายแรงกว่าเดิม

25 ธ.ค.2565 - ที่ จ.นครพนม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฏรคนที่ 2 และส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ

โดยเวลา 09.30 น. นายสมศักดิ์ และ คณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ และพบปะชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และได้พูดคุยถึงการสร้างการรับรู้ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ และการเสริมสร้างหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็ง

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กฎหมายใหม่ๆจะเป็นอาวุธที่เพิ่มขึ้นให้กับพวกท่าน ซึ่งประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ จะเพิ่มในเรื่องของการยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด สามารถยึดทรัพย์ย้อนหลังได้ถึง 10 ปี ตามมูลค่ายาเสพติด วันนี้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ดังนั้นในเดือน ม.ค.2565 เราจะเปิดอบรมเรื่องการสืบค้นธุรกรรมการเงินของผู้ค้า และการสืบทรัพย์ โดยจะมีข้าราชการจาก ดีเอสไอ กรมบังคับคดี มาเป็นวิทยากร นอกจากนี้ในส่วนของคดีแพ่งหรือคดีทรัพย์ จะแยกออกจากคดีอาญา ซึ่งในอดีตเราแค่จับยึดเม็ดยา และทรัพย์สินที่เห็น แต่ของใหม่เราจะขยายผลไปยังคนบงการ และตนมั่นใจว่าข้าราชการจะไม่มีการทุจริต เพราะเราได้แก้ปัญหาโดยการตั้งรางวัลการแจ้งเบาะแสสำหรับประชาชน 500 ล้านบาท และมีรางวัลสำหรับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการทำงานอีกด้วย ยาเสพติดวันนี้ใช้สารเคมี มีต้นทุนแค่ 50 สตางค์ โรงงานแย่งกันผลิต หากโดนจับ 99 ครั้ง ผ่านแค่ครั้งเดียวเขาก็กำไรแล้ว นี่จึงเป็นเหตุให้ยาออกมาเยอะ ไม่ใช่เราไม่ปราบปราม

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนมั่นใจในบันไดขั้นที่ 2 ที่เราได้ตั้งไว้จะประสบผลสำเร็จ เพราะเรามีประมวลกฎหมายใหม่ มีการยึดทรัพย์ มีการแยกคดีแพ่งและอาญา ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น และตนขอให้ทุกท่านช่วยบอกชาวบ้าน ถึงงานกระทรวงยุติธรรม เรามีกองทุนยุติธรรม ให้การช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนทางด้านกฎหมาย และยังมีพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทน ค่าใช้จ่ายจำเลยในคดีอาญา เรามีเงินช่วยเหลือตรงนี้ปีละ 450 ล้านบาท และยังมีการช่วยเหลือผู้เป็นหนี้ กยศ. ที่เราจะจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ในเดือน ม.ค.2565 เราได้ดำเนินการนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และในงานต่างๆของกระทรวงต้องทำให้หน่วยงานทุกจังหวัดเข้าใจ

จากนั้นเวลา 11.30 น. นายสมศักดิ์ และคณะ ตรวจเยี่ยมเรือนจำกลางนครพนม โดยมีตัวแทนญาติผู้ต้องขังมอบดอกไม้ขอบคุณ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การดูแลผู้ต้องขังตนดูแลอย่างดีตามกฎระเบียบและสิทธิมนุษยชน ตนขอให้ญาติช่วยเตือนผู้ต้องขังโดยเฉพาะคดียาเสพติด ขอให้เลิกเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก เพราะหากกระทำผิดซ้ำก็จะไม่ได้รับการเลื่อนชั้นและลดโทษได้ง่ายแบบครั้งแรก ขอให้มาช่วยเป็นสายให้ทางราชการดีกว่า เพราะมีรางวัลนำจับด้วย แต่หากกลับมาค้ายาจะหมดอนาคตทันทีเพราะกฎหมายใหม่รุนแรงมากในการยึดทรัพย์ หากอยากจะให้ข้อมูลโทรได้ที่ 1386 ส่วนการปรับโทษตามกฎหมายใหม่ เรามีกองทุนยุติธรรม และป.ป.ส. มาให้คำแนะนำกับผู้ต้องขังในการทำคำร้องต่อศาลด้วย

จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมโครงการโคกหนองนาโมเดล และตรวจเยี่ยมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และแปลงเกษตร ผลิตภัณฑ์ไม้จากผู้ต้องขังโดยนายสมศักดิ์ ได้ลงมือปลูกมะพร้าวด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าก๊วนค้ายาโยงคนขับรถบรรทุกน้ำมัน ขนยาบ้า ไอซ์ อี

ผกก.สภ.เมืองหนองคาย เร่งขยายผลเครือข่ายยาเสพติดหลังจับกุมคนขับรถบรรทุกน้ำมัน ลอบขนยาบ้า 3.8 ล้านเม็ด ยาไอซ์ และยาอี เข้าประเทศ ถอดจีพีเอสออกหวั่นบริษัทติดตาม

'ชูวิทย์' ขยี้ ปปส. เพิ่งตื่นยึดเครื่องบิน 'ตู้ห่าว' ชำแหละเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าพ่ออาบอบนวด โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ยึดแล้ว! เรื่องจริง ยิ่งกว่านิยาย “ด่วน! เลขาธิการ ป.ป.ส. แจงคำสั่งล่าสุด

ศาลไม่ให้ประกันตัว 'ตู้ห่าว' เกรงจะหลบหนี ชี้คดีมีโทษสูง ยาเสพติดของกลางอื้อ

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ภายหลังพนักงานสอบสวนนำตัว นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าวไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกต่อศาลเป็นเวลา 12วัน

จับคาผ้าเหลือง 'พ.ต.ท.' เบียดบังเงินล่อซื้อยาเสพติด 14 ล้าน หนีบวชที่ลำปาง

กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 1 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของนายศรชัย ชูวิเชียร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ ผอ.สำนักสืบสวนฯ นายฉัตรชัย ดวงสุวรรณ

'กูรูเพื่อไทย' แนะรัฐบาลปราบยาเสพติดชงลอกการบ้านยุคแม้ว

เพื่อไทยซัดปราบยายุค 'ประวิตร' ล่าช้า ชี้กฎหมายพิจารณาจากพฤติการณ์เปิดช่อง จนท.ทุจริต แนะสืบหาต้นตอ นำตัวลงโทษเด็ดขาด เสนอแยกผู้ป่วยไปบำบัด