มท.1 สั่งผู้ว่าฯ คุมเข้มต้นตอฝุ่น PM2.5 'ปภ.' ร่อนหนังสือแจ้งแนวปฏิบัติ

‘อนุทิน’ กำชับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ลงพื้นที่สอดส่อง พร้อมสั่งเข้มกิจกรรมต้นตอฝุ่น PM2.5 ปภ. ร่อนหนังสือด่วนวางหลักปฏิบัติให้ทุกจังหวัด

16 ก.พ. 2567 – น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้มีข้อกำชับถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ความสำคัญลำดับต้นๆ กับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละลอง PM2.5 ที่ขณะนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน และเรื่องนี้เป็นนโยบายที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

“ท่านอนุทินได้มีข้อกำชับท่านผู้ว่าฯ ทุกท่าน ให้ช่วยเน้นลงพื้นที่ และสั่งการให้มีการลดการกระทำกิจกรรมใดใดที่ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่นพิษตามนโยบายและข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้มีการออกมาตรการตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนเรื่องการป้องกันฝุ่นพิษอย่างจริงจัง โดยตอนนี้ท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำลังทำหนังสือเวียนเพื่อทำความเข้าใจและหลักปฏิบัติภายในวันนี้” น.ส.ไตรศุลี ระบุ

โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมาได้ นายอนุทินได้เป็นประธานประชุมมอบนโยบายและติดตามการปฏิบัติราชการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ที่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยประจำจังหวัดเชียงราย ผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น (อปท.) และนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ ของจังหวัดเชียงรายเข้าร่วม โดยปัญหาฝุ่นละอองข้ามแดนเป็นหนึ่งในประเด็นที่นายอนุทินกำชับให้ผู้บริหารส่วนราชการในพื้นที่ให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนและกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนมากขึ้นทุกปี

นอกจากนี้ รมว.มหาดไทย ได้ย้ำถึงการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอื่น ได้แก่ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ปัญหายาเสพติด ความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบก็เป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานเจ้าภาพร่วมกับทางตำรวจ อัยการ และกระทรวงการคลัง ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดที่ได้นำเจ้าหนี้กับลูกหนี้เข้ามาเจรจากันจนสามารถแก้ไขปัญหาได้ ขอขับเคลื่อนต่อไปให้สำเร็จต่อไป

พร้อมกันนี้ รมว.มหาดไทย ได้รับฟังผลการขับเคลื่อน 11 นโยบายสำคัญของ รมว.มหาดไทย ในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อทราบผลสัมฤทธิ์ รวมทั้งปัญหาอุปสรรค พร้อมกับให้ข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขให้การผลักดันนโยบายเกิดเป็นรูปธรรมและเดินหน้าต่อไป ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้, น้ำดื่มสะอาดฟรี ลดค่าใช้จ่ายประชาชน, การลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของทุกส่วนราชการ, การจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล, การแก้ไขปัญหายาเสพติด, การบริการประชาชนแบบ One Stop Service, พลังงานสะอาด, อากาศสะอาด, การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ และการเตรีมความพร้อมท้องถิ่นรองรับสังคมผู้สูงอายุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 จังหวัดภาคเหนือน้ำถล่มอ่วม ปภ.สั่งสำรวจความเสียหาย บ้านเรือน- พื้นที่เกษตร

ปภ. เร่งช่วย 5 จังหวัด ภาคเหนือ หลังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก สั่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูบ้านเรือน–พื้นที่เกษตร

'อนุทิน' นำทีมทอดผ้าป่าสามัคคีซื้ออุปกรณ์การแพทย์โรงพยาบาลระนอง ยอดเงินทำบุญ 20 ล้านบาท

"อนุทิน" นำส่วนราชการ ประชาชน คณะสงฆ์ ทอดผ้าป่าสามัคคี จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์โรงพยาบาลระนอง ยอดเงิน 20 ล้านบาท ย้ำปัจจัยทุกบาทต้องใช้ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ 100% เท่านั้น ห้ามใช้ผิดวัตถุประสงค์

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

'อ.อัจฉราวดี' ชี้ปมแก้ไขคุณธรรมในโรงเรียน อยู่ในมือ 'อนุทิน' ต้องใช้ยาแรงกับ ก.ศึกษา เรื่องปืนแค่ปลายเหตุ

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ในฐานะโหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรียกร้องกระทรวงศึกษาเหมือนพูดกับกำแพงปูน การแก้ไขคุณธรรมในโรงเรีบน ต้องอยู่ในมือของนายกอนุทิน

นายกฯ ขออภัย! แจงเหตุ อส. ปะทะผู้ชุมนุมพีมูฟ รมต.ติดภารกิจ ทำไม่เข้าใจกัน ยันพร้อมคุยหาทางออก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่วันที่ 6 ส.ค. กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และเครือข่ายบุกเข้าไปที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีการกำชับเพื่อไม่ให้เกิดการบานปลายอย่างไรหรือไม่ ว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

นายกฯ ขอเช็กเงิน ก่อนลุย 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2 อาจปรับเกณฑ์คนละครึ่ง

นายกฯ รับเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาล ก่อนตัดสินใจลุย 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 หรือปรับเกณฑ์ 50:50 สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพี พุ่งไม่พูดถึง ยันสถานะคลังยังแข็งแรง