19 มี.ค.2567 - ที่ห้องประชุมสโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมายให้ พลเรือเอก ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ ร่วมกับ พลเรือตรี เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการกองเรือตรวจอ่าว และนาวาเอก ปิยะศักดิ์ นิลนิมิตร รองผู้อำนวยการ ศูนย์ซ่อมสร้างสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารเรือ เป็นประธานในงานแถลงข่าว ผลสรุปการสอบสวน กรณีเหตุลูกปืนขนาด 76/62 มม. จากกระบอกปืนที่ติดตั้งหัวเรือหลวงชลบุรี หมายเลข 331 ได้เกิดความผิดพลาดลั่นใส่ท้ายเรือหลวงคีรีรัฐ หมายเลข 432 ทำให้ตัวเรือได้รับความเสียหาย และมีทหารประจำเรือ ได้รับบาดเจ็บหลายนาย จากจำนวนทั้งหมด 111 นาย เมื่อช่วงเวลา 12.00 น.ของวันที่ 14 มี.ค.67 ณ ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
พลเรือเอก ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ ได้ชี้แจง 3 หัวข้อ คือ เรื่องอาการผู้ได้รับบาดเจ็บ และการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีกำลังพลเรือหลวงคีรีรัฐ ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 14 นาย ในจำนวนนี้ได้รับบาดเจ็บหนัก รักษาตัวในห้อง ICU จำนวน 5 นาย ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ส่วนใหญ่เกิดจากการสำลักควันไฟ และสูดลมร้อน ปัจจุบัน 9 นาย ที่ได้บาดเจ็บไม่มาก ออกจากโรงพยาบาลทั้งหมดแล้ว ส่วนที่รักษาตัวในห้อง ICU จำนวน 3 นาย อาการดีขึ้นออกมาอยู่ในห้องพิเศษคนไข้ปกติ ซึ่งทั้ง 5 นาย สามารถหายใจเองได้แล้ว แต่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ กองทัพเรือ ยังได้บำรุงขวัญกำลังพลทั้งหมด และเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
ด้าน พลเรือตรี เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการกองเรือตรวจอ่าว ในฐานะต้นสังกัด เรือหลวงชลบุรี ซึ่งเป็นเรือต้นเหตุ เผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการลงคำสั่งให้ นาวาตรี ธีรนัย เหล่าสิงห์ ผู้บังคับการเรือหลวงชลบุรี ไปช่วยปฏิบัติราชการ ที่กองบัญชาการกองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ในฐานะผู้การเรือ พร้อมทั้งมีการสอบสวน หากมีสิ่งใดเพิ่มขึ้น ก็จะมีการพิจารณาโทษตามมา
ส่วนสาเหตุ ของการเกิดปืนลั่นครั้งนี้ สืบเนื่องจากบัวหลวงชลบุรีได้ออกไปทำการฝึกยิงอาวุธในทะเลเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ระหว่างการยิงปืนเกิดติดขัด 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 นัดที่ 15 เกิดจากกระเดื่องยึดปืนไม่ปลด สามารถแก้ไขได้เรียบร้อย ครั้งที่ 2 นัดที่ 21 เกิดจากลูกปืนด้าน สามารถแก้ไขได้เรียบร้อย กระทั่งช่วงนัดที่ 37 ปืนพร้อมทำการยิงบรรจุ 5 นัด เข้าไปอยู่ในตำแหน่งพร้อมยิง แต่เนื่องจากสนามยิงไม่ปลอดภัย จึงล้มเลิกภารกิจ กลับสู่ที่ตั้งฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งสาเหตุปืนไม่ได้ขัดจากการยิง แต่เกิดจากไม่สามารถถอนลูกปืนออกจากวงบรรจุได้ทั้งหมด ยืนยันไม่ได้มีลูกปืนค้างอยู่ในรังเพลิง สามารถถอดออกมาได้เพียง 2 นัด ที่เหลือติดอยู่ในระบบบรรจุ ช่วงบริเวณนิรภัยการยิง ซึ่งเกินขีดความสามารถของกำลังพลประจำเรือที่จะนำออกมาได้ จึงได้มีการประสานเจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทหารเรือ จนกระทั่ง เกิดเหตุขัดข้องระหว่างการถอดลูกปืน ซึ่งตัวระบบของเครื่องนิรภัยลองเปล่าเกิดระบบขัดข้อง เนื่องจากสภาพอายุการใช้งานนานถึง 40 ปี ซึ่งระหว่างปลดนิรภัยลองเปล่าด้วยมือ ปืนเกิดอาการกลับเข้าที่ด้านหน้าอย่างรุนแรง ระหว่างนั้นปืนปรับหันอยู่ในระดับ 5 องศา เป็นเหตุให้ลูกปืนเข้าไปในรังเพลิง ก่อนจะลั่นไปถูกเรือหลวงคีรีรัฐ ที่จอดอยู่ลำหน้า ดังกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีล็อกสเปก! ทร. เปิดทางบริษัทต่อ 'เรือฟริเกต' ที่ไม่ได้รับเลือกยื่นอุทธรณ์ตามกม. หลังเซ็นอนุมัติเรียบร้อย
ทร. เปิดให้บริษัทต่อ ‘เรือฟริเกต’ที่ไม่ได้รับเลือกยื่นอุทธรณ์ตามกม. หลังมีการเซ็นต์อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ยันไม่มี ‘ล็อกสเปก’ ชี่มีผู้เสนอราคา 6 ราย เกินขั้นต่ำ 3 ราย ของ กม.จัดซื้อจัดจ้างฯ แง้ม ‘ฟริเกต’ ลำที่ 1-2 แม้แยกพิจารณา แต่ต้องปฏิบัติการร่วมกันได้ เป็น ‘ชุดเรือปฏิบัติการ’
กองทัพเรือ เผยคืบหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดนตราด ลดพื้นที่ปนเปื้อนแล้วกว่า 60%
กองทัพเรือเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนแล้วกว่า 60% ตามถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา ส่วนพื้นที่เก็บกู้ร่วมยังไม่มีความคืบหน้า
ผบ.ทร.รับรายงานผลคัดเลือกเรือฟริเกตแล้ว รอตรวจเอกสารก่อนชงกลาโหม-ครม.
บ.ทร.เผยได้รับรายงานผลการพิจารณาคัดเลือกเรือฟริเกตสมรรถนะสูงแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารก่อนเสนอปลัดกลาโหมตามขั้นตอน พ
ทร. ยันเรือที่ปรากฏในข่าวไม่ใช่เรือสัญชาติไทย ตรวจแล้วเรือสินค้าไทยในพื้นที่ยังปลอดภัย
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์เ
ทร.หนี้ท่วม! จ่อถอดโครงการเรือดำน้ำลำ 2-3 พ้นกรอบงบฯ
ผบ.ทร.แจง กมธ.งบฯ ปี 2570 กองทัพเรือมีภาระหนี้ผูกพันโครงการขนาดใหญ่
ทัพเรือภาคที่ 3 ส่งกำลังพลฝึกกู้ภัยน้ำเชี่ยว เสริมศักยภาพรับมืออุทกภัยฝั่งอันดามัน
ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 3 จัดส่งกำลังพลเข้ารับการฝึกกู้ภัยในกระแสน้ำเชี่ยว เพื่อเพิ่มทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่

