มท.โชว์ยอดไกล่เกลี่ยหนี้สำเร็จ 2.5 หมื่นราย พบมีส่งต่อให้ ตร. ดำเนินการ 376 คดี

ปลัดมหาดไทย เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้แล้ว 42,717 ราย สามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จ 25,867 ราย มูลหนี้ลดลง 1,019 ล้านบาท กำชับทุกจังหวัดเร่งรัดไกล่เกลี่ยหนี้อย่างต่อเนื่อง

31 มี.ค.2567-นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15.00 น. สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ได้รายงานข้อมูลการไกล่เกลี่ยหนี้ทั่วประเทศ มีจำนวนลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว 42,717 ราย สามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จ 25,867 ราย มูลหนี้ลดลงรวม 1,019.397 ล้านบาท และมีกรณีที่เจ้าหนี้-ลูกหนี้มีความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ได้ส่งต่อเรื่องไปยังพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดี 376 คดี โดยมีจังหวัดที่สามารถเชิญเจ้าหนี้-ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ได้มากที่สุด 5 ลำดับ คือ 1. จังหวัดสงขลา 4,378 ราย 2. จังหวัดนครศรีธรรมราช 3,478 ราย 3. จังหวัดนครสวรรค์ 2,669 ราย 4. จังหวัดศรีสะเกษ 2,343 ราย และ 5. จังหวัดนครราชสีมา 2,269 ราย ซึ่งเจ้าหนี้และลูกหนี้ได้มาพบปะพูดคุยกัน โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นคนกลาง และหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ติดตามผลภายหลังจากการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประสบความสำเร็จครบทั้งกระบวนการต่อไป

“เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบทั่วประเทศ วันนี้จังหวัดสงขลายังคงเป็นจังหวัดที่มีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยมากที่สุด 4,378 ราย และมี 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ นราธิวาส และระนอง ดำเนินการกระบวนการไกล่เกลี่ยกับผู้ที่มาลงทะเบียนครบ 100% แล้ว จึงขอให้ทุกจังหวัดที่เหลือบูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เร่งรัดให้เจ้าหนี้และลูกหนี้มาเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยให้ครบทุกกรณี เพื่อให้ลูกหนี้นอกระบบที่ลงทะเบียนไว้ได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้รวดเร็วและเป็นธรรม และต้องคำนึงถึงความสำเร็จในการไกล่เกลี่ยของทุกกรณี หากไม่สามารถใช้การเจรจาไกล่เกลี่ยได้ ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายทันที เพราะหนี้นอกระบบถือว่าผิดกฎหมาย คือ มีการปล่อยกู้โดยไม่มีใบอนุญาต อีกทั้งยังเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด”

ปลัดมหาดไทย กล่าวว่า แม้ว่าการรับลงทะเบียนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบจะปิดรับไปแล้ว อย่างไรก็ตามกระบวนการดำเนินการไกล่เกลี่ยหนี้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนยังไม่สิ้นสุด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ดำเนินการประชาสัมพันธ์รณรงค์สร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยตนเองได้ และต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ สามารถติดต่อผ่านช่องทางศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทยได้ ทั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ หรือโทรสายด่วน 1567

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธีรุตม์' อดีตอธิบดี สถ. เข้ารับทราบ 6 ข้อหา คดีโกงสอบท้องถิ่น สรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. สัปดาห์หน้า

นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น

ได้ฤกษ์เสียที! ก.กลาง รับทราบมติ กสถ. เพิกถอนบัญชีโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) ครั้งที่ 7/2569 เพื่อพิจารณามติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ให้ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นเดิม และประกาศบัญชีใหม่ ปี 68

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ 'นายกองเอก' 3 รมช.มหาดไทย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดนเป็นกรณีพิเศษ จาก "ว่าที่นายกองเอก" เป็น "นายกองเอก" แก่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 3 ราย 

คกก.สอบโกงท้องถิ่น ปิดจ๊อบชงข้อสรุปให้นายกฯ เผยบิ๊กขรก.มีเอี่ยว ชี้หนังยาวไม่จบง่าย

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 4

ผบ.ตร. เผยปมตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ถูกแฉเป็นลูกพี่ 'ป๋อง 5 ศพ' พบเกษียณอายุตั้งแต่ปี 57

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการตรวจสอบตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เหยื่อซึ่งถูกนายป๋อง ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 5 ศพ ข่มขืนและข่มขู่ออกมาระบุว่า นายป๋องเป็นเด็กเดินยาของตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่

'ปกรณ์' ถกนัดสุดท้าย 'โกงสอบท้องถิ่น' ก่อนชงนายกฯ ลั่นจากนี้กรรมใครกรรมมัน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์​ รองนายก​รัฐมนตรี​ฝ่าย​กฎหมาย​  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 4/2569​ โด