18 เม.ย.2567 - ที่โรงพยาบาล (รพ.ตร.) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) นำขบวนรถส่งตัว ด.ต.ปิยนันท์ สีเสื้อ หรือดาบต้าร์ อายุ 39 ปี ผู้บังคับหมู่สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จากโรงพยาบาลจังหวัดลพบุรีมาถึงโรงพยาบาลตำรวจในเวลา 11.20 น. โดยมีขบวนรถตำรวจทางหลวงรวม 6 คัน และรถจักรยานยนต์ร่วมขบวนด้วย ซึ่งการเดินทางได้ร้บความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีและสามารถนำ ด.ต.ปิยนันท์ มาถึงที่โรงพยาบาลตำรวจ ได้ตามเวลาที่กำหนด โดยทันทีเดินทางมาถึงทีมแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ ได้เข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อนำตัวลงจากรถและนำตัวไปยังห้องซีทีสแกนเพื่อทำการสแกนสมองในเบื้องต้นโดยเร่งด่วน
ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า การเคลื่อนย้าย ด.ต.ปิยนันท์ จากจังหวัดลพบุรี ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าทำเวลาได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่รับรู้ข่าวสารจากสื่อและโซเชียล รวมทั้งการเคลื่อนย้ายครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากตำรวจทางหลวง และรถพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรงพยาบาลตำรวจ รวมทั้งมีทีมแพทย์ ทั้งสองโรงพยาบาลที่บูรณาการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บร่วมกัน หลังจากนี้ มีความมั่นใจว่าจะได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยเนื่องจากถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว
ส่วนการดำเนินคดีกับ หญิงที่ขับรถชนดาบตำรวจเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ซึ่งดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้มีการตั้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเตรียมเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา ด.ต.ปิยนันท์ มีกองทุนสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทุนมูลนิธิพจน์บุญยะจินดา รวมถึงเรื่องบำเหน็จความชอบที่ต้องได้รับในทุกมิติ ส่วนเรื่องของญาติขณะนี้ ได้อำนวยความสะดวกโดยการจัดที่พักไว้ให้ ใกล้กับผู้ป่วยเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าเยี่ยม
ด้าน พล.ต.ต. เอกลักษณ์ ดีรุ่งโรจน์ นายแพทย์ (สบ6) โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงภาพรวมการรักษา ว่า ต้องรอการประเมินผลจากทีมแพทย์อีกครั้งหลังจากมีการผ่าตัดไปเมื่อวานนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีอาการไม่คงที่ เมื่อมาถึงโรงพยาบาลตำรวจทางแพทย์ได้นำตัวผู้ป่วยเข้าซีทีสแกน เพื่อประเมินผลการรักษาอีกครั้ง ส่วนจะมีการผ่าตัดซ้ำรอบสองหรือไม่ ต้องรอการประเมินจากแพทย์อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เมื่อถึงมือแพทย์แล้วอาการผู้ป่วยทรงตัวและไม่รู้สึกตัว โดยเบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยมีอาการกระดูกหักหลายทั้งบริเวณขา แขน เบ้าตาบวม แต่ถือว่าอาการส่วนนี้ไม่น่าหนักใจสามารถรักษาตามอาการได้ แต่ส่วนที่ยังมีความกังวลคือภาวะเลือดออกในสมองหลังการผ่าตัด
มีรายงานล่าสุดทีมโฆษกโรงพยาบาลตำรวจแจ้งว่า จากการประเมินผลซีทีสแกน พบว่ามีเลือดออกที่สมองด้านซ้ายทีมแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ จึงลงความเห็นว่าต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อนำเลือดที่คลั่งอยู่ออกก่อนทำการรักษาตามอาการต่อไป
ด้าน พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นมีรายงานจากโรงพยาบาลต้นทางว่า ขณะนี้ได้ทำการผ่าตัดสมองของผู้ป่วยและเจาะนำเลือดที่คั่งอยู่ภายในสมองออกมาได้แล้ว แต่ยอมรับว่าผู้ป่วยยังมีอาการหนักต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในการรักษาพยาบาลหลังจากนี้ทางโรงพยาบาลตำรวจจะต้องประเมินจากผลการประเมินการรักษาจากโรงพยาบาลต้นทางและการตรวจสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าจะต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัวจึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดซึ่งสิ่งที่ทีมแพทย์มีความเป็นห่วงมากที่สุดคือภาวะการบอบช้ำทางสมองที่ค่อนข้างรุนแรง
สำหรับประวัติของ ด.ต.ปิยนันท์ อดีตรับราชการอยู่ ตชด.พหลโยธิน ช่วงยศจ่าตำรวจ ทำหน้าที่ขับรถนำ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อนขอย้ายไปบ้านเกิดจังหวัดลพบุรี ติดยศดาบตำรวจ สังกัดตำรวจทางหลวง ชีวิตส่วนตัวทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จนรับไม้กวาดจากชาวบ้านจังหวัดลพบุรี มาขายที่กรุงเทพ เพื่อเป็นรายได้เสริมของครอบครัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนบุรีรัมย์เสียงแตก! นโยบายปิดไฟถนน
ชาวบุรีรัมย์เสียงแตกนโยบายปิดไฟถนน ดีเดย์ 1 พ.ค.69 ชาวบ้านบางส่วนหวั่นเสี่ยงอุบัติเหตุ และช่องว่างก่ออาชญากรรม แต่บางกลุ่มเห็นด้วย เผยไม่กระทบการดำรงชีวิต อุบัติเหตุเกิดจากความประมาทมากกว่า
ตำรวจภูเก็ต วางมาตรการลดความหนาแน่นจราจรช่วงเปิดเทอม ปรับจุดกลับรถลดอุบัติเหตุ
ตำรวจภูเก็ตเผยปัญหาภาพรวม ขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอม การจราจรไม่หนาแน่น แต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นช่วงเปิดเทอม และถ้ามีฝนตกร่วมด้วยจะเจอสิ่งที่คุ้นเคยกัน คือ ประสบปัญหาการจราจร
วิโรจน์ โวย 'ทางหลวงชนบท' ลดไฟบนถนนเสี่ยงอุบัติเหตุ ข้องใจหรือติดโคมไฟถี่กว่ามาตรฐานสากล
วิโรจน์ จี้กรมทางหลวงชนบทแจง มีถนนเส้นไหนต้องลดไฟถนน ข้องใจที่ผ่านมาหรือมีความถี่มากเกินไปเกินมาตรฐานสากล
4วันสงกรานต์ดับ154 ตีปี๊บ!อุบัติเหตุลด25%
ศปถ.สรุปอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ 4 วัน 755 ครั้ง ชุมพร-เชียงรายมากสุด เจ็บ 705 คน ตาย 154 ราย ขับเร็ว-เมาแล้วขับสาเหตุหลัก "พิพัฒน์" เผยประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะกว่า 10 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อน ตร.ขอบคุณประชาชนเคร่งครัดกฎจราจร สถิติอุบัติเหตุลดลงกว่า 25%
อัยการชี้คดี 18 ล้ออ้างเบรคเเตกชนยับ7 คันตาย2 โทษหนักคุก 10 ปี
กรณีเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นเทศกาลสงกรานต์ เกิดอุบัติเหตุใหญ่ บนถนนพหลโยธิน เส้นทางตาก–ลำปาง ขาขึ้นลำปาง บริเว
4 วันสงกรานต์อันตรายเสียชีวิตรวม 154 ราย เจ็บ รวม 705 คน เหตุซิ่งมากกว่าเมาขับ
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลส

