'กมล' ยกหลักคิดนักปรัชญาการเมือง ตอบโจทย์ 'สินค้าจีนราคาถูก ดีหรือเสีย ต่อคนไทย'

7ส.ค.2567- นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ และประธานอนุกรรมการด้านการเงินและการธนาคาร สภาผู้บริโภค เผยแพร่บทความเรื่อง สินค้าจีนราคาถูกดีหรือเสียต่อคนไทย มีเนื้อหาดังนี้

Thomas Hobbes นักปรัชญาการเมืองกล่าวว่า บทบาทหน้าที่หลักของรัฐบาล คือ ปกป้องดูแลประชาชนให้มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย อยู่ดีกินดี และ จัดหาให้บริการสาธารณะเพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างสุข สดวก และสบาย

สินค้าจีนราคาถูก ที่ทะลักไปทั่วโลกคือ การทะลายระบยการผูกขาดในตลาดโลก
ผู้ที่ถูกกระทบจริง คือกลุ่มทุนผู้ผูกขาดการผลิตและการจัดจำหน่าย ไม่ใช่ประชาชน
ประชาชนจึงไม่ควรตกหลุมวาทกรรมและการสร้างกระแสเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ และลัทธิคลั่งชาติ

สินค้าจีนราคาถูกในมุมมองของผู้บริโภคไทยโดยเฉพาะคนจน ชนชั้นกลางมีสิทธิซื้อสินค้าราคาถูกเพื่อลดรายจ่ายที่มีอยู่จำกัด และเพิ่มคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว

ในอดีต คุณภาพและการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยค่อนข้างอัตคัตและยากลำบาก เครื่องไฟฟ้าและของใช้ที่ช่วยทำให้ชีวิตสดวกสบายมากขค้น มีเวลาพักผ่อน สังสรรค์กับครอบครัวมากขึ้นนั้นคนจนขาดโอกาส มีแต่คนรวยและชนชั้นกลางที่สามารถซื้อหาเครื่องใช้ไฟฟ้าจากยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่นที่มีราคาแสนแพง เช่น ตู้เย็น ทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวและของใช้อื่นๆ

เมื่อสินค้าจีนราคาถูกบุกไทย ยุโรป อเมริกา ทวีปอัฟริกา ลาตินอเมริกาได้ช่วยให้คนจนในประเทศเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสดวกสบายมากขึ้นจากการสามารถซื้อหาทุกอย่างที่ช่วยให้การดำรงชีวิตดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ สินค้าเหล่านี้มีราคาแพงและผูกขาดการผลิตและการขายอยู่ในไม่กี่บริษัท

ในด้านเศรษฐกิจมหภาค เป็นการรักษาภาวะเงินเฟ้อ(สินค้าแพง มูลค่าเงินซื้อของได้น้อยลง หรือลดลง)ของประเทศไม่ให้สูงขึ้น

ตามทฤษฎีการเมืองของ โทมัส ฮอบบ์กล่าวว่า บทบาทหน้าที่หลักของรัฐบาล คือ ปกป้องดูแลประชาชนให้มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย อยู่ดีกินดี และ จัดหาให้บริการสาธารณะเพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างสุข สดวก และสบาย

รัฐบาลจึงควรส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนได้กิน ได้ใช้สินค้าราคาถูก ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน
รัฐบาลควรลดค่าครองชีพของประชาชน ลดราคาน้ำมัน ก๊าซ ค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าต้นน้ำ ที่ทำให้ทุกอย่างแพง ควบคุมธุรกิจผูกขาดของผู้ประกอบการในประเทศ ลดค่าเช่าที่ทำให้ร้านค้าต้องขายของแพงขึ้น

ไม่ใช่ส่งเสริมระบบผูกขาด และบีบบังคับให้ประชาชนซึ่งยากจนอยู่แล้ว มีเบี้ยน้อยหอยน้อยต้องใช้ของแพงเพื่อสนับสนุนส่งเสริมกลุ่มทุนผูกขาดที่ไร้มนุษยธรรม มีแต่ความละโมภและมุ่งค้ากำไรเกินควร

การโทษสินค้าจีน เป็นการโยนภาระให้ประชาชนรับผิดแทนโดยการยอมซื้อของแพงจากนายทุนไทย

เป็นความผิดของรัฐบาลไทยและนายทุนไทยที่ไม่สามารถผลิตสินค้าราคาถูกแข่งกับจีนได้ เพราะระบบเศรษฐกิจไทยรัฐส่งเสริมให้เกิดระบบผูกขาด

ระบบพลังงาน” นับเป็นสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต เพราะเป็นสินค้าต้นน้ำ

การผูกขาดส่งผลต่อความเป็นธรรมและความยั่งยืน

“การผูกขาด” หรือการมีอำนาจเหนือตลาดนั้น มีผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลว่าสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภคหลายประการ เช่น การจำกัดผลผลิตที่ออกสู่ตลาด การกำหนดราคาสินค้าสูงกว่าในตลาดที่มีการแข่งขัน การลดส่วนเกินผู้บริโภคและสวัสดิการทางเศรษฐกิจ การจำกัดทางเลือกสำหรับผู้บริโภค และการลดอำนาจอธิปไตยของผู้บริโภค เป็นต้น ทำให้โดยทั่วไปแล้ว การผูกขาดจำต้องได้รับการควบคุม แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือเหตุผลว่าด้วย “ความเป็นธรรม”

ประเด็นความเป็นธรรมแรก คือ การผูกขาดตลาดและการมีอำนาจเหนือตลาดทำให้ผู้ประกอบการเป็นฝ่ายมีอำนาจอธิปไตยของผู้ผลิต (Producer sovereignty). ที่จะเลือกและจำกัดผลผลิต กำหนดราคาสินค้าและบริการให้สูงได้ตามใจ ส่งผลให้ ‘ส่วนเกินผู้บริโภค’ หรือ Consumer surplus (ช่องว่างระหว่างราคาที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายสำหรับสินค้าและบริการนั้น กับราคาตลาดที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริง[3]) เริ่มลดลงเรื่อย ๆ กระทั่งราคาสินค้าสูงขึ้นจนเทียบเท่าและเกินกว่าราคาที่ผู้บริโภคยินดีจ่าย

ประเด็นความเป็นธรรมอีกประการ คือ การทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกว่าจะซื้อสินค้าหรือบริการชนิดใดได้[5] เพราะมีผู้ผลิตเพียงเจ้าเดียว รวมถึงการปิดโอกาสในการเลือกวัตถุดิบของสินค้าและบริการ ที่นับเป็นอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรของผู้บริโภค

นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคถูกตัดขาดออกจากวงอำนาจในการตัดสินใจใด ๆ ในตลาด

การผูกขาดเป็นการลดอำนาจอธิปไตยของผู้บริโภค (Consumer sovereignty)[6] และส่งผลต่อความยั่งยืน เพราะเมื่อผลผลิตที่ถูกจำกัดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด หรือสินค้ามีราคาสูงเกินไป ก็จะเกิดความล้มเหลวของตลาด (Market failure) ที่ตลาดไม่สามารถทำงานตามกลไกเพื่อนำมาซึ่งการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพได้ เช่นเดียวกับการที่ราคาสินค้าสูงกว่าราคาที่ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเป็นปริมาณมากจนทำให้สวัสดิการทางเศรษฐกิจ (Economic welfare) ลดลงและหมดไป

“การผูกขาดตลาด” การจำกัดเสรีภาพในการซื้อ” ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับสินค้าและบริการชนิดใด ย่อมทำให้ผู้บริโภคเสียผลประโยชน์ในด้านราคาของสินค้าและบริการนั้น และสูญเสียอำนาจในการเลือกซื้อของผู้บริโภคเอง ทั้งนี้ สินค้าและบริการยังรวมถึงโครงสร้างสาธารณูปโภคอย่าง “ระบบพลังงาน” ของประเทศ ที่จะต้องตั้งคำถามว่ากลไกของตลาดที่มีอยู่ สนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือไม่

ราคาพลังงานที่ถูก คือหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้า ช่วยลดต้นทุนสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้ ไม่ใช่ ซอฟเพาเวอร์

ราคาพลังงานที่ถูก คือการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคที่แท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทรัมป์' ชม 'สี จิ้นผิง' กับบทเรียนจีนแก้ไขปัญหาความยากจนของคนในชาติได้สำเร็จ

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์บทความเรื่อง บทเรียนจีนแก้ไขปัญหาความยากจนของคนในชาติได้สำเร็จ มีเนื้อหาดังนี้ อะไรที่ดี ทำยาก ไม่ได้ประโยชน์เข้าตัว นักการเมืองไทย รัฐบาลไทยไม่ทำหรอกครับ เพราะไม่ใช่รสนิยมของเขา

เปิดรายงานศึกษา สศช.-จุฬาฯ ค่าฟื้นฟูระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมสูงกว่ารายรับจาก 'แลนด์บริดจ์'

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความ เรื่อง ค่าฟื้นฟูระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมสูงกว่ารายรับจากแลนด์บริดจ์ มีเนื้อหาดังนี้

'นักวิชาการ' ยกตัวอย่างมาตรการรัฐบาลสิงคโปร์ ช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อตวามผ่านเฟซบุ๊กว่า ตัวอย่าง รัฐบาลที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน เช่น สิงค์โปร์ รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนในยามเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง

'นักวิชาการ' วิเคราะห์เสถียรภาพรบ.ใหม่ในการเมืองเก่า ไม่อาจต้านการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ เผยแพร่ บทวิเคราะห์: เสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ในระบบการเมืองเก่า มีเนื้อหาดังนี้

'นักวิชาการ' เปิด วิสัยทัศน์ผู้นำเวียดนามในสมรภูมิสงครามภาษี แนะไทยควรเรียนรู้กลยุทธ์

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความ เรื่อง วิสัยทัศน์ของผู้นำเวียดนามในสมรภูมิสงครามภาษี มีเนื้อหาดังนี้

นักวิชาการ แนะนำวิธีแก้ปัญหาเพื่อนบ้านชนะโดยไม่ต้องรบ

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความ หัวข้อ ชนะโดยไม่ต้องรบ กรณีศึกษาเรื่องศาลโลกที่ประเทศใหญ่ไม่ยอมรับ ไทยควรเดินเกมส์การทูตเชิงรุก โดยประกาศไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลโลกในปี 2005