ตัวแทนชาวอ่างทอง ทวงคืบหน้าปมร้อง กกต.กลางสอบนายก อบจ อ่างทอง ใช้งบจัดเลี้ยง แจกของก่อนลาออก 90 วัน ส่อขัดข้อห้ามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ร่อนหนังสือกังวลใจหลังมีข่าวอาจยกคำร้อง เผยสอบท้องถิ่นมีการแจกคำตอบให้พยาน หวั่น กกต.ตีความใช้งบดำเนินการก่อนลาออก หากทำได้ จะทำให้ที่อื่นแห่ทำตาม
2 ก.ย.2567 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายโยธิน เปาอินทร์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมด้วยกลุ่มตัวแทน เดินทางเข้ายื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าการยื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 วรรคสอง ที่กำหนดว่าข้อห้ามดำเนินการต่างๆก่อนยื่นลาออกหรือครบวาระ 90 วัน สืบเนื่องจากนายสุรเชษ นิ่มกุล หรือ นายกตี๋ ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ก่อนจะลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง และเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.67 ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งนายก อบจ .อ่างทอง ได้ยื่นให้ กกต.ประจำจังหวัดอ่างทอง ไปดำเนินการตรวจสอบว่าการดำเนินการใดๆก่อนยื่นลาออกจากตำแหน่ง 90 วันอาจเป็นการขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งท่องถิ่นหรือไม่ แต่ผ่านมาแล้วหลายเดือนยังไม่มีความคืบหน้า จึงมาร้อง กกต.กลางให้ดำเนินการตรวจสอบ และมีการยื่นให้ตรวจสอบเพิ่มเติม ใน 4 ประเด็นโดยเฉพาะการอนุมัติโครงการหรือกิจกรรม เข้าข่ายเป็นกิจกรรมหรือโครงการใหม่ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ รวมถึงได้ยื่นหลักฐานที่เคยร้องต่อกกต.อ่างทอง นำมายื่นให้กกต.กลางตรวจสอบด้วย
นายโยธิน กล่าวว่าตนยื่นเรื่องในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยกังวลการตีความข้อกฎหมายท้องถิ่น เนื่องจากตัวนายก อบจ อ่างทองเป็นนักการเมืองเก่าและมีความคุ้นเคย รู้จักมักคุ้นกับข้าราชการส่วนใหญ่ จึงเกิดความกังวลการตีการตีความกฎหมายท้องถิ่นมาตรา 65 วรรคหนึ่งและวรรคสองจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทั้งนี้ได้ยื่นหลักฐานให้มีการตรวจสอบพฤติการณ์ของ นายก อบจ คนดังกล่าวโดยรวบรวมมาจากโซเชียลมีเดียส่วนตัว ที่เจ้าตัวเป็นคนโพสต์ภาพและข้อความเองว่าได้ดำเนินการอะไรบ้าง โดยประเด็นที่ค่อนข้างมีความชัดเจนคือมีการจัดเลี้ยงวันเกิดในช่วง 90 วันก่อนลาออกจากตำแหน่ง มีการแจกของชำร่วย ปรากฏภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ รวมถึงมีการแจกของช่วยเหลือสมาคม มูลนิธิ โรงพยาบาล ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 65 (1)(2) และ (4) โดยขณะนี้มีข่าวแว่วมาว่ามีการตกลงกันแล้วว่าจะยกคำร้อง ทำให้ตนรู้สึกกังวล วันนี้มาขอให้ กกต.เร่งดำเนินการตรวจสอบ พร้อมกันนี้ก็ได้ยื่นหนังสือข้อกังวลใจของกลุ่มตนในฐานะผู้ร้อง เนื่องจากผู้ถูกร้องเป็นนายก อบจ มาหลายสมัย ก็มีความสัมพันธ์กับข้าราชการในพื้นที่ เกรงว่าการพิจารณาแต่ละขั้นตอน อาจจะทำให้เจตนารมณ์ของกฎหมายผิดเพี้ยนไป
นายโยธิน กล่าวอีกว่า พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ประกาศใช้เมื่อปี 2562 ก่อนมีการจัดการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศในปี 2563 โดยการตัดสินในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานทันที เพราะยังไม่มีการลาออกอย่างเป็นทางการของนายก อบจ หากตามกฎหมายมาตรา 65 วรรคสองระบุว่า 90 วันห้ามกระทำการตามวรรคหนึ่ง โดยตนเห็นว่าการกระทำน่าจะขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพราะมาตราดังกล่าว เคยบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ฉบับเดิมในมาตรา 57 ไม่มีวรรคสอง ไม่มีคำว่า 90 วันก่อนลาออกหรือครบวาระการดำรงตำแหน่ง ซึ่งตามเจตนารมณ์ของผู้เขียนกฎหมาย เห็นว่าการเพิ่มข้อความน่าจะให้ผู้สมัครใหม่ หรือผู้ดำรงตำแหน่งเดิมมีความเท่าเทียมกัน จึงระบุห้ามกระทำการตามวรรคหนึ่ง
นายโยธิน ยังเปิดเผยอีกว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าในพื้นที่มีการเตรียมพยานให้พูดอย่างไร โดยเฉพาะมีคนกระซิบมาว่ามีการเฉลยข้อสอบว่าจะถามอะไร แล้วจะให้ตอบว่าอะไร ซึ่งกลายเป็นการล็อกสเป็คไป ตนก็เลยมีความกังวลใจ จึงมายื่น กกต.กลางให้ตรวจสอบว่าการสืบสวนสอบสวนของจังหวัดเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าการมายื่นเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ไมได้เป็นการกลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายนายก อบจ อ่างทองใช่หรือไม่ นายโยธิน ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะหลักฐานทั้งหมด เป็นหลักฐานที่ปรากฏตามโซเชียลมีเดียที่เจ้าตัวโพสต์เองและองค์การบริหารส่วนจังหวัดโพสต์ ไม่ได้เป็นหลักฐานที่ตนเสาะหามาได้เอง แต่เป็นหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว ไม่ได้กลั่นแกล้ง พร้อมกันนี้ได้ฝากไปยัง กกต.ในการดำเนินการตรวจสอบว่าการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นครั้งที่ผ่านมา เป็นการเลือกตั้งกฎหมายท้องถิ่นปี 2562 เป็นการบังคับใช้ครั้งแรก และครั้งนี้หากตัดสินออกมาอย่างไรก็จะเป็นบรรทัดฐาน หากตัดสินว่า 90 วันก่อนลาออกสามารถดำเนินการได้ทุกอย่าง ตนว่ากฎหมายข้อนี้ก็ไม่รู้จะเขียนมาทำไม เพราะจะไปอ้างอิงกับกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นฉบับเดิม ที่กำหนดข้อห้าม 5 ข้อ แต่ไม่มีในเรื่อง 90 วัน ส่วนตัวเห็นว่าการเพิ่มข้อห้ามดังกล่าว มีความหมาย อย่างไรก็ตามหากตัดสินว่าสามารถทำได้ ก็เกรงว่าจะกลายเป็นโมเดลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อื่นๆดำเนินการตาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แสวง' ยังไม่ได้รับรายงานซื้อเสียง 'เลือกตั้ง กทม.' ใครมีหลักฐานให้ส่ง กกต.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มกรุงเทพฯบินได้ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ยื่นขอให้กกต.ขอให้ไม่ให้ข้าราชการสังกัดกทม.มาทำหน้าที่เป็น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง( กปน. ) โดยอ้างไม่มีความเป็นกลาง
'แสวง' ขู่ใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หลังฝ่ายค้านเปิดคลิป กกต.เก็บโพยเลือก สว.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. พี่ฝ่ายค้านมีการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูล หลังเปิดการเก็บโพยในวันเลือกระดับประเทศว่า การพิจารณาสำนวนเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. สิ่งที่อยู่ในสำนวนจะไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จ ตนตอบได้เพียงเท่านี้
กกต.โต้ดึงเช็ง คดีฮั้วเลือกสว. ส้มไล่บี้ปธ.วุฒิ
"ประธาน กกต." ยันไม่ดึงคดี ขณะ “แสวง” เมินตอบปมโพยเลือก สว. ด้าน “ไอติม” จี้เคลียร์ข้อสงสัยสังคม “สว.สีน้ำเงิน”
ครม. จัดงบให้ กกต. เพิ่ม 14.8 ล้านบาท จ่ายค่าจัดพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปเลือกตั้ง-ลงประชามติ
ครม.อนุมัติให้ กกต. สนับสนุนงบกลาง (เพิ่มเติม) ให้สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง จำนวน 14,863,864 บาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนการจัดพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติที่ผ่านมา
ดร.ดิเรกฤทธิ์ ชี้หาก กกต.ไม่ส่งคำร้องฮั้วสว.ไปศาลฎีกา ทั้งที่มีพยานหลักฐาน เสี่ยงเกิดผล 4 มิติสำคัญ
หากสมมติว่า กกต. มีมติ ไม่ส่งคำร้องกรณีฮั้ว ส.ว. ไปยังศาลฎีกา หรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งที่มีพยานหลักฐานจำนวนมากและเป็นคดีที่สังคมจับตา ผลที่อาจเกิดขึ้นมีหลายมิติ
'พริษฐ์' กาง 4 เหตุผลจี้ 'กกต.' ส่งคดีฮั้วสว. ให้ศาลชี้ขาด
'พริษฐ์' กาง 4 เหตุผล จี้ 'กกต.' ส่งคดีฮั้ว สว.ไปศาลชี้ขาด คาด ก.ย.ได้ข้อสรุป ชี้ หลักฐานหนักแน่นเพียงพอ-เสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว เตือน เตือน หากไม่ส่งอาจถูกตั้งข้อครหาปฏิบัติหน้าที่แบบปิดตาข้างเดียว โยน กกต.แจงปมอนุญาตนำโพยเข้าสถานที่เลือก

