“กกต.” โชว์คำวินิจฉัย “แดง แม่ค้าขายหมู-สมพาน พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่” คุณสมบัติครบนั่ง สว.อำนาจเจริญได้ “ยิ่งชีพ” เหน็บบอกแค่ทำมาครบ 10 ปีไม่มีอะไรประกอบ ตอกย้ำระบบแบ่งกลุ่มอาชีพ ตรวจสอบคุณสมบัติน่าเชื่อถือศรัทธาแค่ไหน “สว.พิสิษฐ์" ซัดฝ่ายค้านกดดันคดีฮั้ว สว. เชื่อจัดฉากทำเป็นขบวนการ “ศุภชัย” จี้ กกต.สืบสวนไต่สวน "สว.เทวฤทธิ์-สว.นันทนา” โกงเลือก สว.หรือไม่ ขู่มีหลักฐานเพียบ สวน "ผอ.ไอลอว์” ปมผู้เสียหายร้องทุกข์หมิ่นฯ ยันแจ้งโรงพักไหนก็ได้ไม่ใช่กลั่นแกล้ง “สว.สำรอง” ขู่! กกต.ขยายเวลาชี้ขาดคดีฮั้วเจอคุกแน่
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 มีความเคลื่อนไหวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายหลังจากนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) เรียกร้องให้นายสมพาน พละศักดิ์ และนางแดง กองมา 2 สว.อำนาจเจริญ เปิดรายละเอียดคำวินิจฉัย กกต. ที่อ้างว่า กกต.ยกคำร้องไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว กรณีทั้งสองถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร สว. กลุ่มที่ 10 คือกลุ่มประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรืออื่นๆ ซึ่งนายสมพานและนางแดงระบุเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพที่กล่าวหาเรื่องนี้ ฐานจนทำให้ประชาชนสับสน ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และเสื่อมเสียชื่อเสียง
โดยเว็บไซต์สำนักงาน กกต.ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยยกคำร้องทั้ง 2 ฉบับ โดยคำวินิจฉัย กกต.ที่ 249/2567 ลงวันจันทร์ที่ 23 ธ.ค.67 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ นางแดง ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศ กลุ่มที่ 10 หมายเลข 24 ถูกร้องว่า การที่นางแดงระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ว่าประกอบอาชีพค้าขายหมูตั้งแต่ปีพ.ศ.2541 แต่ก็เป็นการประกอบอาชีพแผงขายเนื้อสุกร ที่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบกิจการดังกล่าว นางแดงจึงสมัครรับเลือกเป็น สว.โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74
เหตุผลที่ กกต.ยกคำร้องระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนได้ความว่า นางแดงขายเนื้อสุกรในตลาดเอกชนวิชิตสิน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 2540 ถึงปัจจุบัน และเป็นกรรมการพัฒนาตลาดสดน่าซื้อตั้งแต่ปี 47 ถึงปัจจุบัน นอกจากนางแดงลงลายมือชื่อรับรองว่าตัวเองมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครแล้ว เจ้าของตลาดและผู้ค้าในตลาดเอกชนวิชิตสินรวม 3 ราย ยังลงชื่อรับรองและเป็นพยานให้ รวมถึงผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอก็ไม่ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง แจ้งข้อมูลว่านางแดงไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จึงได้ประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกระดับอำเภอ ดังนั้นพยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นางแดงเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี ตามมาตรา 11 (10) และมาตรา 13 (3) และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่านางแดงกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้อง
ส่วนคำวินิจฉัย กกต.ที่ 17/2568 วันจันทร์ที่ 13 ม.ค.68 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ซึ่งนายสมพาน ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข 99 ถูกร้องในข้อหาเดียวกันว่า การที่นายสมพานระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ว่า ประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเวลา 12 ปี แต่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การกระทำของนายสมพานจึงเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี
กกต.เปิดเหตุยกคำร้อง 2 สว.
เหตุผลที่ กกต.ยกคำร้องระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนฟังได้ว่า นายสมพานประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน "ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.52 ปรากฏตามใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ออกวันที่ 4 มิ.ย.52 โดยมีพยานของนายสมพาน 3 ปากให้การสอดคล้องยืนยันว่านายสมพานขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ปี 52 ถึงปัจจุบัน และมีร้านหลายสาขาใน อ.เมืองอำนาจเจริญ อีกทั้งนายสมพานให้ถ้อยคำยืนยันว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัคร โดยมีบุคคลลงลายมือชื่อเป็นผู้รับรองและพยานในหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว.4) รวมถึงไม่มีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งว่านายสมพานเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด
ดังนั้น พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นายสมพานเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นไม่น้อยกว่าสิบปี และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า นายสมพานกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74 ตามคำร้อง
ด้านนายยิ่งชีพ โพสต์เฟซบุ๊กกรณี กกต.เผยแพร่คำวินิจฉัยยกคำร้องทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวว่า ขอบคุณนักข่าวและชาวอำนาจเจริญที่ช่วยกันนำไปตรวจสอบ ไปดูร้านค้าแล้วถ่ายรูปมาให้หมดแล้ว ขอบคุณ กกต. ที่เผยแพร่คำวินิจฉัย ที่ไม่ต้องระบุเหตุผลอะไรนอกจากทำมาครบ 10 ปี และไม่ได้อธิบายว่าผู้ประกอบกิจการแบบใดจะสมัครกลุ่ม 9 และแบบใดสมัครกลุ่ม 10 ได้บ้าง ทำให้เราได้เห็นชัดขึ้นๆ ว่าระบบการแบ่งกลุ่มอาชีพและการตรวจสอบคุณสมบัตินั้นน่าเชื่อถือศรัทธาเพียงใด
“วันนี้วันหยุดยาวนะครับ พักกันหน่อย เดี๋ยวเปิดงานแล้วจะมาชี้เป้าต่อว่า มี สว.คนไหนสมัครผิดกลุ่มอีกบ้าง ทั้งนักข่าวและประชาชนจะได้ไปช่วยตรวจสอบกันครับ อยากจะบอกว่า มันมั่วมากครับ” นายยิ่งชีพกล่าว
ขณะที่ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องเรื่องคดีฮั้ว สว.ว่า ต้องเรียกว่า 2 สัปดาห์ติดกันแล้วที่ทางพรรคฝ่ายค้านของสภารวมตัวกัน ทั้งพรรคประชาชน (ปชน.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคประชาชาติ (ปช.) รวมถึงอดีตผู้สมัคร สว.และ สว.สํารองต่างๆ ตนเรียกว่ามาชี้นำสังคมแล้วกันว่า สว.ปัจจุบันมาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยใช้คำว่า ฮั้ว โกง ทุจริต เพื่อด้อยค่า ดูถูกดูแคลน สว.ชุดนี้อย่างต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้นสักที ที่สำคัญไปคือพยายามกดดัน แทรกแซงการทำงานของ กกต. ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของ สว.ที่ถูกกล่าวหาอยู่ 138 ท่าน
ถามถึงเรื่องเส้นเงินที่ฝ่ายค้านมาเปิดจะเป็นน้ำหนักที่ทำให้คนในสังคมเชื่อหรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า เรื่องเส้นเงินตนไม่ทราบข้อมูลจริงๆ ต้องบอกว่าไม่เห็นสำนวนของ กกต. ฉะนั้นคงตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะให้เห็นชัดๆ อาจจะต้องเรียกว่าใบเสร็จทางการเมือง คือคำสั่งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยของ สว. โดยเฉพาะที่เป็นอดีตผู้สมัคร สว.มาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญ ของ สว.หลายๆ ท่านในชุดนี้ ตนคิดว่าจริงๆ กกต.ควรจะตั้งกรรมการมาสอบด้วยซ้ำว่า มีการตกลงกันหรือไม่
“มีการให้การหรือไม่ มีการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ตามมาตรา 77 แบบนี้ชัดเจนสุดเลย ผมถึงเรียกว่าใบเสร็จทางการเมือง ไม่ต้องไปพิสูจน์ใคร เงินเดือนแค่เดือนละ 15,000 บาท ปีหนึ่งก็ 180,000 บาท 2 ปีก็ 360,000 บาทแล้ว คุณก็ไปร้อง กกต. ควรจะไปตั้งกรรมการสอบได้เลยว่าที่ไปตั้งมาเพราะว่ามีอะไรกันหรือไม่ มีการตกลงอะไรกันก่อนการเลือกตั้งหรือไม่" นายพิสิษฐ์กล่าว
สว.รายนี้ระบุว่า ทางไอลอว์เคยขอเอกสารจากทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปทำอะไร แค่ออกมาโชว์ชื่อเฉยๆ ทำไมไม่ลองไปแกะดูว่าในผู้ช่วยของแต่ละคน ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ทั้งหลายแหล่ของแต่ละสมาชิกวุฒิสภา เคยเป็นอดีตผู้สมัคร สว.หรือไม่ เห็นกันชัดๆ เลย ไม่ต้องไปดูเส้นเงินอะไรทั้งนั้น
ซัดฝ่ายค้านจัดฉากดิสเครดิต
ซักว่ามองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ เพราะมีคนมองว่าอย่างตอนสมัยก่อนที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม กับนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ ทำเรื่องนี้ พรรค ปชน.ก็เหมือนจะเงียบ สว.รายนี้ระบุว่า ตนมองประเด็นที่ช่วงนี้ พรรคประชาชนหรือพรรคฝ่ายค้านมาตีประเด็นนี้ไว้ 5 ประเด็น คือประเด็นที่ 1 ต้องการจัดกิจกรรม ทำเป็นลักษณะขบวนการ เอาทั้งบุคคลที่เคยเป็นผู้เสียประโยชน์ ไม่ว่าจะเคยไม่ได้รับแต่งตั้งจาก สว.ปัจจุบัน รวมอาจจะไปถึงกลุ่มบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สว.สำรอง อดีตผู้สมัคร เรียกว่าทำเป็นลักษณะเป็นขบวนการ ส่วนเรื่องเกมการเมือง เราไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
ประเด็นที่ 2 ตนสังเกตว่า ที่มาตีกันบ่อยๆ ก็คือ การพูดถึงหลักฐาน ไม่ว่าจะคลิปต่างๆ หรือบอกว่ามีเส้นเงิน มีตั๋วเครื่องบิน มีแผนผังต่างๆ ตนต้องถามกลับไปทางพรรคฝ่ายค้านว่า หลักฐานการได้มาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ หลักฐานที่ได้มาสอดคล้องกันหรือบิดเบือนไปจากในสำนวนการสอบสวนของ กกต. วันนี้ทางฝ่ายค้านเองเริ่มเปลี่ยนจากคำว่าฮั้วเป็นคำว่าโกงแล้ว ทำไมถึงเปลี่ยน เพราะว่าตอนสมัยก่อนการเลือกตั้ง คุณมีการจัดงาน มีการแจกริสต์แบนด์ มีการเข้าไปร่วมประชุม ผมถึงบอกว่าคุณมีการตกลงอะไรกันในนั้นหรือไม่ เพราะทุกคนถูกยึดมือถือกันทั้งหมด แล้วยิ่งย้อนกลับไปใบเสร็จทางการเมือง หนังสือที่แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญของ สว.แต่ละคน มีการตกลงกันหรือไม่ มีการไปคุยกันมาก่อนหรือไม่ ว่าถ้าใครได้เป็น แล้วคนนั้นจะได้เป็นผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญของสมาชิกวุฒิสภา
ประเด็นที่ 3 พยานในคดีที่เปิดเผย ให้การกับ กกต. ตรงกับที่มาพูดในกิจกรรมที่รัฐสภาหรือไปสัมภาษณ์ตามสื่อมวลชนหรือไม่ ถ้าให้การไม่ตรงกัน แสดงว่าคุณก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว ประเด็นที่ 4 ที่ระบุว่าผู้สมัคร สว. ที่แต่งกายด้วยเสื้อเหลืองในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ จริงๆ แล้ว วันที่ 26 มิถุนายนคือก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระเจ้าอยู่หัว 1 เดือน แล้วปีนั้น เป็นปีที่ครบ 6 รอบ 72 พรรษาด้วย รัฐบาลเองก็รณรงค์ให้ประชาชนใส่เสื้อเหลืองเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วประณามคนที่ใส่สัญลักษณ์เสื้อเหลืองว่า อ้างสถาบันบังหน้า เพื่อทำทุจริต ตนต้องถามกลับไปว่าท่านมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือมีเจตนาอื่นใดแอบแฝงหรือไม่ รวมไปถึงต้องการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันหรือไม่
ประเด็นที่ 5 ตนต้องบอกว่าการนำเสนอข่าวบางสำนักชี้นำประชาชน เชิญแขกที่มาร่วมออกรายการ ก็เชิญแต่เจ้าประจำ นำเสนอในมุมที่พยายามที่จะไม่ได้เอาข้อเท็จจริงหรือไม่ เหมือนกับเป็นศาลเตี้ยที่ตัดสินไปแล้ว เคยปรากฏอยู่ในหลายคดี ที่หน้าสื่อไปชี้ว่าคนนั้นผิดคนนี้ผิด สุดท้ายศาลยกฟ้อง
ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่า มีนักวิชาการที่มีรายได้จากการกดไลก์กดแชร์และค่าสมัครสมาชิกออกมารายการทีวีแล้วกล่าวท้าทายว่าถ้า สว.ส้มทำผิดโกงเลือกตั้ง สว.ก็ให้ร้องเรียน กกต.สิ ก็เลยต้องมาสอนกฎหมายให้นักวิชาการฟัง ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีผู้ร้อง กกต. ก็มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว กล่าวคือ กกต.มีอำนาจเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีข้อมูลปรากฏว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
นายศุภชัยยังได้ยกข้อกฎหมายตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 ข้อความ “ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่” เป็นถ้อยคำที่สำคัญมาก เพราะหมายความว่า กกต.ไม่จำเป็นต้องรอคำร้องจากบุคคลใด
จี้ไต่สวน 'เทวฤทธิ์-นันทนา' ฮั้ว
“หาก กกต.เห็นว่ากรณีการนัดชุมนุมของกลุ่ม สว.ประชาชนหรือ สว.สีส้มเพื่อฮั้ว เอ๊ยไม่ใช่ โกง (ตามที่ท่านเรียก) กกต.ก็ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายนี้สืบสวนไต่สวนดูว่าผู้สมัคร 300 คนที่ว่าชุมนุมกันใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยงค่าเช่าห้องประชุม เดินทางกันมาควักตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินเอง หรือมีคนจ่ายตังค์ให้ พักที่ไหน ใครจ่าย มารถคันเดียวกัน มาหลายคนหรือต่างคนต่างขับ มีคนจ่ายค่าน้ำมันให้หรือไม่ ฯลฯ แบบที่ท่านกล่าวหากลุ่มอื่นนั่นแหละ และ กกต.ก็สามารถสืบสวนไต่สวนไปได้ว่า ท่าน สว.กลุ่มท่าน เช่นท่านเทวฤทธิ์หรือท่านอาจารย์นันทนาได้รับการเลือกมาเป็น สว.มาตั้งแต่ระดับอำเภอจนถึงมาระดับประเทศนั้น มีกระบวนการ ฮั้ว (โกง) หรือไม่นั้น ผมก็ขอเรียกร้องให้ กกต.รีบดำเนินการตามมาตรา 41 เสียโดยเร็วพลันตามคำเรียกร้อง หรืออยากให้มีการร้องก็ยินดีจัดให้นะครับ หลักฐานเพียบ!” นายศุภชัยกล่าว
นอกจากนี้ นายศุภชัยยังโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายยิ่งชีพ ที่ออกมาระบุตามกฎหมาย ป.วิอาญา ม.18 ไม่มีกฎหมายใดให้แจ้งความตามภูมิลำเนาต้องแจ้งที่กรุงเทพฯ พร้อมยกตัวอย่างเรื่อง กระเป๋าหายเขตโรงพักไหนก็ต้องไปแจ้งเขตโรงพักนั้น พร้อมอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาด้วย
ทั้งนี้ นายยิ่งชีพโพสต์เฟซบุ๊กแนบเอกสารประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมวด 2 ที่ระบุถึงอำนาจสืบสวนและสอบสวนของตำรวจ ตามหลักกฎหมายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 คดีจะริเริ่มขึ้นที่ไหนได้บ้าง ใครจะไปแจ้งความต่อตำรวจแล้วตำรวจจะต้องรับทำคดีบ้าง ตำรวจในแต่ละท้องที่จะรับคดีได้ต้องมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1.เป็นท้องที่ที่เหตุแห่งคดีเกิดขึ้น 2.เป็นท้องที่ที่ผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่ 3.เป็นท้องที่ที่ผู้ต้องหาถูกจับ (ผู้ต้องหาอยู่ตรงนั้น) ไม่มีกฎหมายใดที่ระบุว่าสามารถแจ้งความตามภูมิลำเนาของผู้เสียหาย หรือสถานที่ที่ผู้เสียหายสะดวกได้
“หลักการนี้ในทางกฎหมายในระยะยาว ผมว่ามันถกเถียงกันได้อยู่ว่าดีที่สุดหรือยัง สมมติว่าผมไปเที่ยวเชียงใหม่ ขากลับโดนขโมยของที่สนามบินตอนที่จะขึ้นเครื่องบินอยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าใครขโมย ถ้าจะแจ้งความมีทางเดียวคือ ผมต้องทิ้งตั๋วแล้วไปแจ้งความที่เชียงใหม่เท่านั้น ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุคดี ซึ่งผมไม่สะดวก แต่ถ้าผมขึ้นเครื่องบินกลับบ้านมาก่อนแล้วแจ้งความที่กรุงเทพฯ ได้ สำหรับผู้เสียหายแล้วสะดวกกว่า แล้วตำรวจที่กรุงเทพฯ ก็ค่อยส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้ตำรวจที่เชียงใหม่ช่วยสืบต่อ น่าจะดีกับผู้เสียหายมากกว่า” นายยิ่งชีพกล่าว
ผอ.ไอลอว์ระบุว่า วันนี้กฎหมายเขียนว่าถ้าคดีเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ต้องไปแจ้งความที่เชียงใหม่เท่านั้น หรือถ้ารู้ว่าผู้ต้องหาเป็นใครก็ไปแจ้งความตามที่อยู่ของผู้ต้องหาก็ได้ วัตถุประสงค์ที่กฎหมายเขียนเช่นนี้ เพื่อต้องการไม่ให้คนแจ้งความสามารถใช้กระบวนการทางกฎหมายกลั่นแกล้งคนที่ถูกแจ้งความได้ ถ้าจะดำเนินคดีต่อเขาก็ต้องดำเนินคดีในสถานที่เหตุต้นเรื่องนั้นเกิดขึ้นหรือในสถานที่ที่ไม่เป็นภาระกับเขาเกินไป
“ทุกวันนี้มีคนใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อการกลั่นแกล้งคนอื่นอยู่บ้าง ในคดีหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ คนที่ถูกวิจารณ์แล้วรับคำวิจารณ์ไม่ได้ ก็จะอ้างว่าตัวเองพบเห็นข้อความที่ถูกด่าตอนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล แล้วอาศัยช่องว่างของมาตรา 18 บอกว่าคดีเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการพบข้อความ ซึ่งไม่ได้อ้างว่า ผู้แจ้งความสะดวกที่ไหนแต่อ้างว่าพบข้อความและคดีเกิดที่นั่น” ผอ.ไอลอว์ระบุ
โดยนายศุภชัยกล่าวว่า ความเห็นทางกฎหมายของตนต่างกับไอลอว์ เรื่องกระเป๋าหายกับหมิ่นประมาทแตกต่างกัน เพราะสิ่งที่ไอลอว์ทำก็คือแทนที่จะเอาข้อมูลเรื่อง 9 คน ของพรรค ภท.ไปแอบกระซิบข้างหูคุณไอติมเบาๆ รู้กันสองคน แค่ไอลอว์กับไอติมคดีหมิ่นประมาทก็คงไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น แต่นี่กลับยื่นหนังสือแถลงข่าวกันที่โพเดียมในห้องแถลงข่าวของสภา แล้วแถลงข่าวกันอย่างอึกทึกครึกโครมต่อหน้าสื่อนับร้อย แล้วสื่อก็นำไปเสนอข่าวทางออนไลน์ ทางหน้าหนังสือพิมพ์สารพัดช่องทาง ผู้คนทั้งหลายก็ได้เห็นได้ยินได้อ่านกันทั่ว ไม่ว่าจะเป็นที่อำนาจเจริญ อมก๋อย สุไหงปาดี บึงกาฬ เหตุจึงเกิดทั่วราชอาณาจักร
“ดังนั้นเมื่อเป็นดังนี้ผู้เสียหายจะร้องทุกข์กล่าวโทษที่โรงพักไหน จะฟ้องศาลจังหวัดใดก็ย่อมจะทำได้” นายศุภชัยระบุ
ขู่กกต.ขยายสรุปฮั้ว สว.เจอคุก
วันเดียวกัน พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าว กกต.อาจมีการขยายเวลาในการพิจารณาทำความเห็นคดีฮั้ว สว. จากเดิมจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค. ออกไปถึงเดือน ก.ย.ว่า หากถามถึงในแง่ของอำนาจตามกฎหมาย ทาง กกต.สามารถที่จะใช้เหตุใช้ผลขยายออกไปได้ตามเวลาที่เห็นว่าจำเป็น แต่เหตุผลที่ กกต.จะขอขยายเวลา จะอ้างอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าหากมีผู้ท้วงติงหรือไม่เห็นด้วย มีความเห็นแย้งจนมีการไปฟ้องศาลขึ้นมา ก็ต้องพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่
“ก่อนหน้านี้เหมือนมีสัญญาประชาคมแล้วที่ประธาน กกต.ได้พูดต่อสาธารณชนว่า จะวินิจฉัยเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดคือไม่เกิน 12 ครั้ง โดยจะประชุมทุกวันจันทร์ แล้วต่อมาก็ออกมาบอกอีกว่าเหลืออีกประมาณ 4 จันทร์ กกต.จะพยายามพิจารณาให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลา แล้วก็ยังมี กกต.บางคนออกมาให้สัมภาษณ์สอดรับกับประธาน กกต.ว่า กกต.กำลังรีบพิจารณาอยู่คิดว่าจะทำตามกรอบเวลา หากจะเลื่อนอีก ก็แปลว่าท่านโกหกประชาชน โกหกสังคม” พล.ต.ท.คำรบกล่าว
แกนนำ สว.สำรองรายนี้ระบุว่า หากถึงตอนนั้นจะนำเหตุผลใดมาอ้างในการเลื่อน ถ้าไม่เข้าท่าก็คงต้องมีคนไปดำเนินการต่อ กกต. อย่าลืมว่าถึง กกต.เป็นองค์กรอิสระ ใครไปปลดอะไรไม่ได้ แต่ก็มีกฎหมายของ กกต.ที่ควบคุมความประพฤติเพื่อการบริหารงานของ กกต. เช่น มาตรา 32 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 (ห้ามมิให้กรรมการ เลขาธิการ ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ประธานและกรรมการในคณะกรรมการระดับจังหวัดหรือในคณะกรรมการระดับอําเภอ ผู้อํานวยการการเลือก หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทําการอื่นใดอันเป็นการขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายฯ) รวมถึง พ.ร.บ.กรรมการการเลือกตั้งฯ มาตรา 69 ซึ่งเขียนไว้รวมถึง กกต., เลขาธิการ กกต., ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ กกต.ทุกคนว่า หากปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะต้องถูกระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
“ดังนั้น หาก กกต.ละเลยหรือว่าส่อเจตนาที่จะไม่ดำเนินการแบบทุจริตจริงๆ ถ้าจำเป็นเราก็คงต้องไปอาศัยช่องทางตามกฎหมายเหล่านั้นเพื่อไปตรวจสอบแล้วก็ฟ้องร้องในโอกาสต่อไป” แกนนำ สว.สำรองรายนี้ระบุ
ถามว่า ในคดีฮั้ว หาก กกต.มีข้อสรุปในการวินิจฉัยออกมาโดยค้านต่อกระแสความรู้สึกของสังคม จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นเชื่อถือ เกิดวิกฤตศรัทธาต่อ กกต.ที่เป็นองค์กรอิสระหรือไม่ พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า จริงๆ กกต.ก็ตกต่ำอย่างสุดขีดในความเชื่อมั่นของสังคมและประชาชน เพราะการลากยาวเรื่องฮั้ว สว.มาถึง 2 ปีเศษคนก็มองไม่ดีอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีเหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายที่ กกต.จะกู้ภาพหรือกู้ชื่อเสียงได้ว่า หากวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างเที่ยงธรรม เป็นไปตามพยานหลักฐาน ที่กลุ่มพวกเรา สว.สำรองที่ไปติดตามเรื่อง สว.ที่สำนักงาน กกต.หลายครั้ง เราไม่ได้ไปบอกให้ กกต.ต้องพิจารณาอย่างหนึ่งอย่างใด หรือต้องพิจารณาตามกระแสสังคม เราไม่ได้ไปขอ กกต.แบบนั้น แต่ขอให้ กกต.พิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปฏิรูปใหญ่ท้องถิ่นรื้อเงินเดือน
รัฐบาลลุยรีดไขมันส่วนเกินท้องถิ่น เฉือนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ทำงานซ้ำซ้อนผู้ว่าฯ “ปกรณ์” ลุยปรับโครงสร้างเงินเดือนบิ๊กท้องถิ่น
ขาที่14!เซ่นบึ้ม บ้านหนองจาน กห.1ถกมาเลย์
เสียขาที่ 14! ทหารหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเหยียบ PMN ขาซ้ายขาด ขณะปฏิบัติภารกิจชายแดนสระแก้ว แม่ทัพภาคที่ 1
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา2569
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 2569
เอาแล้ว! 'ศุภชัย' กระตุกกกต.สืบสวนไต่สวน 'เทวฤทธิ์-นันทนา' โกงเลือกสว.หรือไม่ ขู่มีหลักฐานเพียบ
'ศุภชัย' กระตุกกกต.หากเห็นว่ากลุ่มผู้สมัครสว.สีส้มรวมกลุ่มเพื่อฮั้ว ต้องสืบสวนไต่ส่วน ผู้สมัคร 300 คนที่ชุมนุมกัน ใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยง ค่าเช่าห้องประชุม ตั๋วเครื่องบิน พักที่ไหน ใครจ่าย 'เทวฤทธิ์ -นันทนา'โกงหรือไม่ ขู่หรือยากให้มีการร้อง ยินดีจัดให้หลักฐานเพียบ
เทิดไท้74พรรษา พสกนิกรทั่วหล้าทำบุญถวาย ‘ในหลวง’
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28
โจรใต้ป่วนถี่ เลื่อนคุยก.ย. ไม่มีกำหนด
“หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ” ลั่นเลื่อนเจรจากลุ่มผู้เห็นต่างจาก ก.ย.ไม่มีกำหนด จนกว่าจะได้รับคำตอบว่าก่อเหตุรุนแรงในนราธิวาสทำไม เผยได้ข่าวมาเลเซียเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก กอ.รมน.ภาค 4 สน.ชี้ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงปืน 14 กระบอก พัวพัน 37 คดี พบหลักฐานโยงเหตุคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง กับบึ้มรถชาวมาเลย์

