15 ม.ค.2565 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ ในนามสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง หยุดรีดเลือดจากปูด้วยการเก็บค่าน้ำทำนาจากเกษตรกร ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ โดยแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่กรมชลประทาน ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ. … เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก กรณีการออกกฎกระทรวงเพื่อจัดเก็บค่าน้ำชลประทาน โดยอ้างว่าเป็นไปตามหลักการใน พ.ร.บ.การชลประทานหลวง 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518 ม.8 ซึ่งกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีอำนาจในการออกกฎกระทรวงเพื่อเรียกเก็บค่าชลประทานจากผู้ใช้น้ำทั้งในภาคเกษตรกรรมและนอกภาคเกษตรกรรมได้นั้น
การคิดเก็บค่าน้ำจากเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในยามนี้ แค่คิดก็ผิดแล้ว หากเป็นสมัยก่อนผู้ที่เสนอเรื่องหรือคิดเยี่ยงนี้ต้องนำไปตัดหัวทิ้งเสีย จึงจะชอบ แม้กรมชลประทานจะอ้างว่าเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการชลประทานหลวง ที่ระบุว่าน้ำเป็นทรัพยากรสาธารณะตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ที่กำหนดแบ่งทรัพยากรน้ำสาธารณะออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ น้ำเพื่อการดำรงชีพ น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปา ฯลฯ และเพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ หรือครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวางก็ตาม แต่น้ำที่เกษตรกรนำมาใช้ในส่วนใหญ่เพื่อการดำรงชีพ แม้เมื่อได้ผลผลิตก็ใช่ว่าจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรจนร่ำรวยก็หาไม่ หากแต่ยังคงยากจนเพราะภาครัฐอ่อนแอ ปล่อยให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนพ่อค้า ขุนศึกมาโดยตลอด การกำหนดกรอบกฎหมายเพื่อเรียกเก็บค่าน้ำทำนา ทำไร่ ทำสวน จึงเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำของรัฐบาล หากไม่รีบยับยั้ง และปลดคนที่เสนอแนวคิดนี้ออกไปเสีย
แนวคิดดังกล่าวยังเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.73 ที่กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัยโดยใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ การออกกฎกระทรวงเพื่อเรียกเก็บค่าน้ำจากเกษตรกร จึงเป็นการย้อนแย้งต่อกฎหมายแม่บทของชาติ ซึ่งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยมิอาจปล่อยให้ผ่านไปได้ และจะสู้แทนเกษตรกรให้ถึงที่สุด แม้ในที่สุดหากกรมชลประทานจะยังคงผลักดันกฎหมายดังกล่าวต่อไป ก็พร้อมต่อสู้ในชั้นศาลปกครองจนถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิกถอนการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าขยายช่องทางตลาดสินค้าสหกรณ์ต่อเนื่อง ยกขบวนความอร่อยและสินค้าอัตลักษณ์จากสหกรณ์บุกรัฐสภา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสนับสนุนและเพิ่มช่องทางตลาดให้แก่ขบนการสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยกขบวนความอร่อยและขนสินค้าอัตลักษณ์จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ภายใต้คอนเซปต์ “ผลิตภัณฑ์และสินค้าดาวเด่นของสหกรณ์” ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA
ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
บอร์ดธ.ก.ส.สั่งลุย‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ช่วยเกษตรกร
ข่าวดี! ‘บอร์ด ธ.ก.ส.’ สั่งลุย ‘โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เคาะปล่อยกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 100,000 บาท หนุนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

